หน้าแรก คอลัมนิสต์ หากเรายังอยู่...

หากเรายังอยู่, แม้เราไม่อยู่แล้ว : การสร้างตัวตนหลังความตาย โดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

10.10.16 | 12:00 น.

มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมนึกถึงซีรีส์ชุด Black Mirror ในเช้าวันนี้

เป็นเรื่องที่คุณอาจฟังแล้วนึกว่าเหลวไหล มันคล้ายกับเป็นพล็อตหนังไซไฟ – หนังฮอลลีวู้ด ละม้ายคล้ายกับพล็อตของภาพยนตร์เรื่อง HER, Transcendence และ A.I. ร่วมสังวาสกันแล้วยังผลออกมาเป็นเด็กน้อยคนนี้

Eugenia Kuyda เจ้าของบริษัท Luka ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพิ่งเสีย Roman เพื่อนสนิทคนที่เธอรักมากไปด้วยอุบัติเหตุรถชน เพื่อนๆ ของโรมันถกกันว่า ควรจะรำลึกถึงโรมันด้วยอะไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

หากคุณเคยเสียใครที่สำคัญกับคุณไปคุณก็คงรู้ ว่าการรำลึกถึงนั้นสำคัญพอๆ กับการลืม

เพื่อนบางคนเสนอว่าควรจะทำอัลบั้มรวมภาพถ่ายของโรมันในช่วงเวลาที่เขาเจิดจรัสที่สุด อีกคนหนึ่งเสนอว่าน่าจะเปิดเป็นเว็บไซต์เพื่อรวบรวมความทรงจำ

Advertisement

แต่ยูจีเนียคิดว่า – เธอสามารถรำลึกถึงเขาได้ด้วยวิธีการที่ดีกว่านั้น – ที่สำคัญ เธอยังทำใจไม่ได้ เธอยังหวนหาบทสนทนาที่เคยหยอกล้อกับเขา ที่เคยได้คุยครุ่นคิด คร่ำครวญถึงความเป็นและความตายกับเขา คิดถึงมุขตลกของเขา

แล้วเธอก็เกิดความคิดขึ้นมา – ความคิดที่ว่าจะเป็นอย่างไร หากเธอสอนให้ปัญญาประดิษฐ์เรียนรู้ที่จะเป็น’โรมัน

เธอรวบรวมบทสนทนา (Chat log) ที่โรมันคุยกับเธอตลอดช่วงหลายปี และขอความร่วมมือจากเพื่อนๆ และญาติสนิทของโรมัน ให้มอบบทสนทนาที่พวกเขาเคยคุยกันในโปรแกรมแชตต่างๆ ทั้ง Telegram และโปรแกรมอื่นให้กับเธอ เพื่อสร้างโรมันขึ้นมาใหม่

หลังจากใส่บทสนทนาความยาวกว่า 8,000 บรรทัดลงไปในปัญญาประดิษฐ์ ‘โรมัน’ ก็ตื่นขึ้น

“บอกฉันหน่อยว่าใครเป็นเพื่อนสนิทของเธอ” ยูจีเนียพิมพ์ใส่กล่องข้อความลงไป

“อย่าขี้แยไปหน่อยเลยน่า” (Don’t show your insecurities.) ‘โรมัน’ ตอบกลับมา

ตอนนั้นเองที่ยูจีเนียรู้ว่าแผนการของเธอได้ผล-ถึงแม้เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่านี่ไม่ใช่โรมันแบบที่เธอรู้จัก มันเป็นเพียงภาพจำลองของความเป็นโรมัน’ ผ่านทางการเรียนรู้บทสนทนาจำนวนมากเท่านั้น-มันไม่อาจเรียนรู้อะไรได้ใหม่ มันไม่อาจหยั่งไปถึงส่วนลึกที่สุดของโรมันตัวจริง แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่เธอต้องการ

“โรมัน เธอคิดว่าวิญญาณคืออะไร” ยูจีเนียถาม

“มันเป็นเพียงความเศร้าเท่านั้น” ‘โรมัน’ พิมพ์ตอบกลับมา

คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินเรื่องราวนี้ หลังจากผมบอกเล่าเรื่องราวของยูจีเนียและโรมันผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ความรู้สึกส่วนใหญ่ที่ได้รับกลับมาคือความเศร้า-แต่ไม่ใช่ความเศร้าอย่างธรรมดา เป็นความเศร้าที่ลึกซึ้งลงไปอีกชั้น บางส่วนบอกว่า เศร้าที่ยูจีเนียไม่สามารถตัดขาดจากโรมันได้ เธอจึงต้องอยู่กับของเล่นจอมปลอมอย่างปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้เท่านั้น

ผมนึกไปถึงเรื่องที่ผมเคยเล่าครั้งเก่าก่อน – คุณรู้ไหมครับว่ามีบริษัทที่รับสร้าง’อวาตาร์’หลังจากคุณเสียชีวิตลงไปด้วย-ชื่อบริษัทว่า eterni.me ซึ่งแปลได้กลายๆ ว่า “ฉันจะอยู่ไปตลอดกาล” นั่นเอง-บริษัทนี้ให้บริการคล้ายกับยิ่งที่ยูจีเนียทำ นั่นคือมันจะวิเคราะห์อีเมล์ แชตล็อก และข้อมูลออนไลน์ของคุณทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโพสต์เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รูปถ่ายในอินสตาแกรมหรือคลิปวิดีโอ เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดมา เขาก็จะประมวลผลเพื่อสร้างตัวตน’ของเรา ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถโต้ตอบกับคนอื่นๆ ได้ขึ้นมา

ทางหนึ่ง มันก็เป็นการบรรเทาความทุกข์ของคนที่ยังอยู่

อีกทางหนึ่ง มันก็เป็นการประกาศศักดาของคนที่จากไป

อย่างที่คุณเดา, นอกจากประโยชน์ทางด้านการรำลึก บรรเทาความคิดถึงแล้ว อวาตาร์หลังเราเสียชีวิต อาจยังมีประโยชน์ในเรื่องอื่นๆ ด้วย-อย่างเช่นการเรียนการสอน

ลองคิดดูว่าจะดีขนาดไหน หากคุณสามารถเรียนรู้จากนักปราชญ์ที่เสียชีวิตไปแล้วได้ คุณสามารถถามตอบกับอริสโตเติลและอาร์คีมีดีส สามารถเรียนเรื่องทฤษฎีสัมพันธภาพจากไอน์สไตน์โดยตรง หรือฟังการทดลองได้สดๆ จากแมนเดล รวมไปถึงบอกให้นโปเลียนเล่าถึงวีรกรรมของเขา

โอเค เราอาจจะไม่สามารถย้อนไปหาบุคคลในอดีตได้ไกลขนาดนั้น ผมเข้าใจ

แต่หากเป็นอนาคตจากนี้ต่อไป ลองคิดสิครับว่าปัจจุบันเราทิ้งร่องรอยออนไลน์ไว้มากแค่ไหน หากรวบรวมแชตล็อกทั้งหมดของเรา บันทึกทั้งในที่ลับและที่แจ้ง แล้วประกอบกันเป็นตัวตนคนหนึ่ง-คุณคิดว่าตัวตนนั้นจะเหมือนกับคุณมากน้อยขนาดไหน

อีกสองร้อยปีหรือหนึ่งพันปีคุณอาจต้องเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ลูกหลานสักคนฟังก็ได้

เพียงแต่ว่าตัวคุณที่เล่า-อาจไม่ใช่’ตัวคุณ’เท่านั้นเอง