พาดหัวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม ว่าด้วยรายชื่อ “33 สนช.” ชุดใหม่ น่าศึกษา น่าทำความเข้าใจ
แต่ที่น่าศึกษาอย่างเป็นพิเศษคือ “ไทยโพสต์”
นั่นเห็นได้จากประโยคแรก “ว่อน 33 ฝักถั่วนักรบ” ตามมาด้วยประโยค “สนช.ใหม่ นายพลระดับคุมกำลัง”
ปิดท้ายด้วยประโยค “พลเรือนประดับแค่ 5 คน”
เมื่อศึกษาจาก “ไทยรัฐ” ประสานเข้ากับ “มติชน” และ “ข่าวสด” ก็จะเห็นลักษณะ “สมมาตร” ในทางความคิด
ไทยรัฐใช้ถ้อยคำใน “ซับเฮด” ว่า “ทหารพรึ่บ”
ข่าวสดระบุในพาดหัวอย่างชนิดที่เรียกว่าตัวไม้ “ทหารพรึบ พลเรือนติดโผ 5” ขณะที่มติชนแจกแจงออกมาว่า
“ทหารพรึบ 26 ตร. 2 พลเรือน 5”
หากศึกษาจากน้ำหนักและความหนักเบาในการใช้คำก็ต้องยอมรับว่า “พาดหัว” ดำเนินไปอย่างรวบรัด นำเอา “ความคิดรวบยอด” ตามสภาพความเป็นจริงได้อย่างแจ่มชัด
1 ความจริงของ สนช. 1 ความจริงของการเมือง
ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ใช้คำว่า “ฝักถั่ว” เมื่อระบุถึงการแต่งตั้งสมาชิก สนช.ใหม่จำนวน 33 คน
จะตอบคำถามนี้ได้ต้องทำความเข้าใจต่อ “ฝักถั่ว”
จำเป็นต้องเปิดหนังสือ “พจนานุกรม ฉบับมติชน” ไปยังหน้า 592 สดมภ์ 2 บรรทัดที่ 6 หากนับจากด้านบน
ฝักถั่ว อาการที่ยกมือไหว้ด้วยการยกมือจนดูสลอนไปหมด
พร้อมกันนั้นก็อธิบายภายในวงเล็บด้วยว่า “เดิมมักใช้ว่าแก่นักการเมือง หมายความว่า ยกมือให้คะแนนตามๆ กันไปโดยไม่ต้องคิด”
ชัด
เท่านั้นยังไม่พอ จำเป็นต้องหยิบหนังสือ “พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542” พลิกไปยังหน้า 747 สดมภ์ 2 บรรทัดที่ 4 นับจากด้านบน
ฝักถั่ว (ปาก) หมายความ 1 คือการแสดงความอ่อนน้อมอ้อนวอน หรือขอร้องโดยวิธียกมือไหว้เช่นมืออ่อนเป็นฝักถั่ว และอีกความหมาย 1 คือ การพลอยยกมือแสดงความเห็นชอบตามเขาไป มักใช้พูดตำหนินักการเมืองในเวลาลงคะแนนเสียง
ความหมายเดิมหมายถึง “นักการเมือง”
ความหมายใหม่หมายถึง “ทหาร” ที่เข้ามาเป็น “นักการเมือง”
บทบาทและความหมายของ “พาดหัว” อันปรากฏบนหน้า “หนังสือพิมพ์” เท่ากับเป็นภาพสะท้อนในทางการเมืองอย่างเด่นชัด
มิได้เป็นการเมืองในยุค “พรรคเสรีมนังคศิลา”
มิได้เป็นการเมืองในยุค “พรรคชาติสังคม” มิได้เป็นการเมืองในยุค “พรรคสหประชาไทย” หากแต่เป็นการเมืองในยุคแห่งการปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง
ตามคำขวัญของ “กปปส.”
พื้นฐานและที่มาแห่งคำว่า “ฝักถั่ว” จึงสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับบทบาทของพรรคการเมืองอันถือว่าเป็น “พรรคทหาร”
จากยุค “เสรีมนังคศิลา” กระทั่ง “สหประชาไทย”
พรรคการเมืองเหล่านี้แม้จะอาบไว้ด้วยสีสันแห่งประชาธิปไตย แต่เส้นเลือดอันซึมซ่านอยู่ภายในคือผลพวงแห่งกระบวนการ “รัฐประหาร”
เมื่อเปรียบเทียบกับ “พรรคประชาธิปัตย์” ย่อมมีความแตกต่าง
เมื่อเปรียบเทียบกับ “พรรคไทยรักไทย” หรือแม้กระทั่ง “พรรคพลังประชาชน” หรือในที่สุด “พรรคเพื่อไทย” ย่อมมีความแตกต่าง
เพราะเท่ากับเป็นเงาแห่ง “รัฐทหาร”
เป็นรัฐทหารก่อนสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ที่กลไกแห่งรัฐสภาดำเนินไปในแบบ “ฝักถั่ว” อันมีทหารเป็นองค์ประกอบสำคัญ
การเกิดขึ้นของ “พรรคทหาร” อย่างเสรีมนังคศิลา อย่างชาติสังคม อย่างสหประชาไทย จึงน่าศึกษา เรียนรู้
เรียนรู้และทำความเข้าใจเหมือนกับคำว่า “ฝักถั่ว” เรียนรู้และทำความเข้าใจเหมือนกระบวนการ “รัฐประหาร” กับกระบวนการของ “การเลือกตั้ง”
เช่นเดียวกับ “เผด็จการ” กับ “ประชาธิปไตย”

