หน้าแรก คอลัมนิสต์ ‘ไทย-ซาอุฯ’เร...

‘ไทย-ซาอุฯ’เริ่มคึก

8.02.22 | 13:00 น.

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ เมื่อ 25-26 มกราคมที่ผ่านมา โดยเข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของซาอุดีอาระเบีย และว่าที่กษัตริย์แห่งซาอุดีอาระเบียองค์ต่อไป อีกทั้งยังเป็นผู้ประกาศ ยุทธศาสตร์ Saudi Vision 2030 เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของซาอุฯ ทำให้ความเคลื่อนไหวระหว่างสองประเทศเริ่มคึกคักมากขึ้น จากการฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในรอบ 32 ปี ให้กลับมาสู่ในสถานะปกติ

จากที่ซาอุฯลดระดับความสัมพันธ์กับไทยด้วยเหตุไม่พอใจคดีสังหารนักการทูตและนักธุรกิจซาอุฯในไทย และคดีเพชรซาอุฯ ทำให้ไทยเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องแรงงาน การค้า การลงทุนและด้านอื่นๆ

แต่เมื่อกลับมาฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัน เกิดความร่วมมือในทุกมิติ มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงจากเดิม เช่น ผ่อนปรนการเข้า-ออกประเทศ การผ่อนมาตรการทางการค้า จะทำให้การสั่งซื้อสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น อีกทั้งการร่วมลงทุน และการนำแรงงานจากไทยเข้าไปทำงานได้ตามปกติ

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทูตพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเจดดาห์ ประเทศซาอุฯ ได้ รายงานว่า ชาวซาอุฯทั้งระดับประชาชนและนักธุรกิจให้ความสนใจกับการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯอย่างมาก

ทั้งนี้ นโยบายใหม่ของซาอุฯ ที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยเน้นการท่องเที่ยว การบริการ และการร่วมลงทุนมากขึ้น จึงมีความต้องการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสของไทย

Advertisement

ในด้านการร่วมลงทุน ทางซาอุฯต้องการความเชี่ยวชาญจากไทยด้านการทำฟาร์มกุ้ง ปลา และไก่ เริ่มมีนักธุรกิจซาอุฯสอบถามข้อมูลและขอให้จัดคณะมาพบทำความรู้จักกัน โดยซาอุฯให้สิทธิพิเศษการลงทุนด้านฟาร์มปศุสัตว์โดยให้นักลงทุนถือหุ้นได้ 100% และให้เช่าที่ดินระยะยาว ซึ่งมีนักลงทุนไทยสนใจจะเดินทางไปดูพื้นที่ในซาอุฯแล้ว

นอกจากนี้ ซาอุฯยังสนใจที่จะร่วมลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลโรงแรมและร้านอาหาร โดยมีเอกชนไทยสนใจเข้าไปลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 2-3 ราย แล้ว

ขณะที่นักธุรกิจซาอุฯสนใจที่จะมาลงทุนในไทยด้านพลังงาน เหมืองแร่และอื่นๆ รวมทั้งสนใจเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) คาดว่าจะมีจัดคณะมาเยี่ยมชมอีอีซีและหาช่องทางการลงทุนต่อไป

ขณะที่ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งเตรียมแผนรับโอกาสเปิดทางการค้ากับซาอุฯทั้งจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคของชาวซาอุฯ

จัดคณะนักธุรกิจจากไทยไปซาอุฯและจากซาอุฯมาเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายระหว่างกัน

จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทย เช่น ข้าว อาหารฮาลาลและผลไม้ โดยร่วมกับซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในซาอุฯ เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จักในซาอุฯมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งจะนำนักธุรกิจไทยไปร่วมงานแสดงสินค้าในซาอุฯ เช่น งานแสดงสินค้าอาหารและสินค้าฮาลาล Saudi Food Expo และเชิญนักธุรกิจซาอุฯร่วมเจรจาการค้าผ่านออนไลน์ Online business Matching และร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย ทั้งรูปแบบปกติ และรูปแบบไฮบริด

ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทยกับซาอุฯ เมื่อปี 2564 มีมูลค่า 7,301ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.8% โดยไทย ส่งออก 1,638ล้านเหรียญสหรัฐ แต่นำเข้า 5,662 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋อง
และแปรรูป ข้าวและผลิตภัณฑ์

นอกจากการค้าระหว่างไทยกับซาอุฯโดยตรงแล้ว ซาอุฯยังเป็นประตูการค้าเข้าสู่ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC ) ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุฯ คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน

หลังจากนี้ จะมีการปลดล็อกวีซ่านักท่องเที่ยว และสายการบินซาอุฯจะเปิดเที่ยวบินตรงมาไทย ส่งผลให้การส่งแรงงาน การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน ระหว่างกันคึกคักขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้น

วุฒิ สรา