หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : กรุงเทพฯ ท่วม หรือไม่ท่วม ไปดูน้ำล้นที่เขื่อนพระราม 6 อ. ท่าเรือ อยุธยา

11.10.16 | 17:26 น.
แฟ้มภาพ

เขื่อนพระราม 6 (อยุธยา) รองรับน้ำล้นที่ปล่อยจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (สระบุรี) ที่อยู่เหนือขึ้นไป

ขณะนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำมากใกล้เต็มอ่าง จึงต้องระบายลงเขื่อนพระราม 6 ที่ค่อยๆ ปล่อยน้ำลงที่ราบลุ่มตอนล่าง ต่อเนื่องถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลลงกรุงเทพฯ

เขื่อนพระราม 6

เขื่อนพระราม 6 ปิดกั้นแม่น้ำป่าสัก ต. ท่าหลวง อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา

[แม่น้ำป่าสัก มีต้นน้ำอยู่ อ. ด่านซ้าย จ. เลย ไหลผ่าน จ. เพชรบูรณ์, จ. ลพบุรี, จ. สระบุรี เข้าเขตอยุธยาที่ อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา]

เป็นเขื่อนระบายน้ำสร้างสมัย ร.6 พ.ศ. 2458 เสร็จตามโครงการ พ.ศ. 2467

Advertisement

[ได้จากหนังสือ อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม 1 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2545 หน้า 188]

ร.6 เสด็จเปิดเขื่อน

ร.6 เสด็จพิธีเปิดเขื่อนพระราม 6 ที่ท่าหลวง ท่าเรือ ระหว่าง 28 พฤศจิกายน- 2 ธันวาคม พ.ศ. 2467 มีมหรสพสมโภช เช่น โขน, ลิเก

คราวนี้หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ตีระนาดเอกทำปี่พาทย์รับโขนของเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าจอมมารดาแพ ใน ร.5)

หลวงพ่อโต

บริเวณเขื่อนพระราม 6 มีชุมชนดั้งเดิม เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อโต วัดระฆัง หรือสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) มีวัดสำคัญ 2 วัด คือวัดไก่จ้นกับวัดสะตือ อยู่ตรงข้ามกันสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก

เชื่อกันว่าหลวงพ่อโตเกิดบ้านไก่จ้น (มีวัดไก่จ้นอยู่ฝั่งขวาแม่น้ำป่าสัก เป็นวัดสมัยรัตนโกสินทร์ มีสมัยหลังวัดสะตือ)

ต่อมาหลวงพ่อโตสร้างพระนอนขนาดยาวใหญ่ไว้ที่วัดสะตือ อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำป่าสัก  ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ยุคต้นอยุธยา (เก่าแก่กว่าวัดไก่จ้น) ก่อนหลวงพ่อโตเกิดที่บ้านไก่จ้น

 

เขื่อนพระรามหกปักธงสีแดงเตือนไว้เหนือเขื่อน เป็นสัญลักษณ์แจ้งเตือนภัยวิกฤตของการปล่อยน้ำท้ายเขื่อน (ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 8 ตุลาคม 2559)
เขื่อนพระรามหกปักธงสีแดงเตือนไว้เหนือเขื่อน เป็นสัญลักษณ์แจ้งเตือนภัยวิกฤตของการปล่อยน้ำท้ายเขื่อน (ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 8 ตุลาคม 2559)

ปี่พาทย์วัดไก่จ้น

โขนงานเปิดเขื่อนพระราม 6 เป็นที่ร่ำลือฝีมือระนาดเอกของหลวงประดิษฐไพเราะ  ทำให้ชาวปี่พาทย์ท้องถิ่นท่าหลวง ท่าเรือ เลื่อมใส แล้วส่งลูกหลานตามเข้ากรุงเทพฯ สมัครเป็นศิษย์ที่สำนักบ้านบาตรของหลวงประดิษฐ์ (ใกล้คลองถม วรจักร)

จนถ่ายทอดสืบเป็นตระกูลปี่พาทย์วัดไก่จ้น (อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา) ขึ้นชื่อลือชาจนทุกวันนี้

ท่าเรือ

อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นชุมทางเส้นทางคมนาคม จากทางเรือขึ้นบกมาแต่โบราณกาล จึงเรียกบริเวณนี้ว่าท่าเรือ

เพื่อไปนมัสการพระพุทธบาท สระบุรี กับไปตามจุดหมายที่ต้องการ เช่น ขึ้นที่ราบสูงโคราช ผ่านช่องเขาพังเหย

พระเจ้าแผ่นดินอยุธยา เมื่อเสด็จทางชลมารคไปพระบาท ก็เสด็จทวนน้ำขึ้นไปทางแม่น้ำป่าสักจนถึงท่าเรือ เรียกท่าเจ้าสนุก

สมัยกรุงธนบุรี คราวเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจัน ก็ลงเรือที่ท่าเจ้าสนุก ล่องไปวัดแจ้ง (วัดอรุณฯ)

[รายละเอียดอื่นๆ อีกมากมีในงานวิจัยเรื่อง ศิลปวัฒนธรรม ชุมชนและดนตรีไทย ลุ่มน้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย ประภัสสร์ ชูวิเชียร (มหาวิทยาลัยศิลปากร) พิชชาณัฐ ตู้จินดา (มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) และคณะ สนับสนุนโดย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2559]