ฌอน เทอร์เนล (Sean Turnell) เป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยแมคควอรี่ (Macquarie University) ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ผลงานที่สร้างชื่อให้กับนักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้คือหนังสือ Fiery Dragons: Banks, Moneylenders and Microfinance in Burma ที่บอกเล่าระบบการเงินของพม่าในยุคอาณานิคม ที่ได้รับอิทธิพลจากการค้าเสรีแบบอาณานิคม และได้อานิสงส์จากการเข้ามาของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานนับล้านๆ คนจากอินเดีย และผู้ปล่อยกู้รายย่อย หรือ “เชตเทียร์” (Chettiers) จากอินเดียเช่นกัน
แต่เดิมเทอร์เนลไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับพม่า วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขาเป็นเรื่องบทบาทของนักเศรษฐศาสตร์จากออสเตรเลียที่เข้าไปมีบทบาทในแวดวงการเงินของโลกในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง แต่ต่อมาเมื่อเขาเริ่มทำวิจัยเกี่ยวกับภาคการเงินในประเทศกำลังพัฒนา จึงเริ่มหันมาสนใจพม่าจนกลายเป็นความเชี่ยวชาญหลักในที่สุด

บทบาทที่ทำให้คนทั่วพม่ารู้จักเทอร์เนลไม่ใช่นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ให้กับ ด่อ ออง ซาน ซูจี และผู้นำรัฐบาลพม่าที่ถูกรัฐประหารไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และยังไปนั่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของสถาบันพัฒนาเมียนมา (Myanmar Development Instutute หรือ MDI)ธิงค์แทงค์ด้านเศรษฐกิจที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมๆ กับรัฐบาล NLD ในปี 2017
ตลอดเวลา 4 ปีที่เทอร์เนลร่วมงานกับ MDI เราได้เห็นภาพของเขาเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ด่อ ออง ซาน ซูจี อยู่บ่อยครั้ง และอาจกล่าวได้ว่าในบรรดาผู้เชี่ยวชาญชาวตะวันตกที่ได้เข้าไปทำงานกับรัฐบาล NLD เขาน่าจะเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากรัฐบาลพลเรือนพม่า
แต่การทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาล NLD ก็เป็นดาบสองคม เมื่อเกิดรัฐประหาร เทอร์เนลเป็นหนึ่งในชาวตะวันตกเพียงไม่กี่คนที่ถูกควบคุมตัว ในขณะที่ แดนนี่ เฟนสเตอร์ (Danny Fenster) นักข่าวชาวอเมริกัน ถูกควบคุมตัวและได้รับการปล่อยตัวในเดือนพฤศจิกายน 2021 ข่าวคราวของเทอร์เนลกลับเงียบหาย หลังสื่อของกองทัพพม่าตีพิมพ์ข่าวการฉีดวัคซีนให้นักโทษในเรือนจำทั่วพม่าและมีภาพของเทอร์เนลปรากฏในเนื้อข่าวดังกล่าวที่ออกมาตั้งแต่กรกฎาคม 2021 ก็ไม่มีใครทราบข่าวคราวใดๆ ของเทอร์เนลอีก
เทอร์เนลถูกจับกุมหลังรัฐประหาร ระหว่างกำลังเดินทางออกนอกประเทศ เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายว่าด้วยความลับทางการของพม่า (Official Secrets Act) และยังพยายามนำข้อมูลด้านการเงินของพม่า ซึ่งเป็นความลับของทางการ ออกนอกประเทศ หากศาลที่คณะรัฐประหารตั้งขึ้นมาตัดสินว่าเทอร์เนลมีความผิดจริง เขาจะต้องโทษจำคุกนานถึง 14 ปี
ปัจจุบันเทอร์เนลถูกควบคุมตัวในเรือนจำมากว่า 1 ปีแล้ว และที่ผ่านมาเขาไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับทนายของตนเอง และแม้รัฐบาลออสเตรเลียจะพยายามกดดันคณะรัฐประหารให้ปล่อยตัวนักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้ แต่พม่าก็กีดกันออสเตรเลียทุกทางไม่ให้เข้าไปสังเกตการในศาลได้ มารีส เพน (Maryse Payne) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียออกมาแถลง เนื่องในโอกาสที่เทอร์เนลถูกควบคุมตัวครบ 1 ปี ว่า “การควบคุมตัวอาจารย์เทอร์เนลไม่มีความยุติธรรม และเราปฏิเสธข้อหาใดๆ ที่คณะรัฐประหารพม่ากล่าวหาเขา…เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวอาจารย์เทอร์เนลทันที”
เรื่องของเทอร์เนลกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งเมื่อสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2022 เปิดเผยว่า ตนได้กล่าวถึงเทอร์เนลกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ระหว่างการไปเยือนพม่าอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม หลังได้รับการติดต่อจากกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียให้ช่วยเจรจาเรื่องการปล่อยตัวเทอร์เนล กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่าผู้นำคณะรัฐประหารพม่าตอบรับกับข้อเรียกร้องนี้ “ไปในเชิงบวก”
ในระหว่างนี้ มีการคาดการณ์ว่าศาลของคณะรัฐประหารกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องการปล่อยตัวเทอร์เนล ในกรณีของแดนนี่ เฟนสเตอร์
คณะรัฐประหารพม่าปล่อยตัวเขาโดยให้เหตุผลด้านสิทธิมนุษยชน หลังเพิ่งตัดสินจำคุกเฟนสเตอร์ 11 ปี ได้เพียง 3 วัน แต่สถานะของเทอร์เนลแตกต่างกับเฟนสเตอร์แบบเทียบไม่ติด นอกจากโทษที่คณะรัฐประหารยัดเยียดให้เทอร์เนล เรื่องการนำข้อมูลลับของพม่าออกไปนอกประเทศ (คณะรัฐประหารพม่าอาจจะไม่รู้จัก Dropbox!) และโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเทอร์เนลที่สนิทแนบแน่นกับ ด่อ ออง ซาน ซูจี และผู้นำระดับสูงในพรรค NLD ที่น่าจะทำให้การเจรจาเพื่อปล่อยตัวเทอร์เนลยากขึ้น
สถานการณ์ของเทอร์เนลจะยากยิ่งขึ้นจากบทบาทที่ออกจะดูล้นๆ เกินๆ ของสมเด็จฯฮุน เซน ที่ต้องการเข้ามาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวเพื่อมาจัดการปัญหาในพม่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฮุน เซนให้สัมภาษณ์สื่อในกัมพูชาว่าฌอน เทอร์เนลจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ฮา วู
(Ha Vu) ภรรยาของเทอร์เนลโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความยินดีที่สามีจะได้รับการปล่อยตัวแต่กลายเป็นว่าเทอร์เนลไม่ได้รับการปล่อยตัว และแถลงการณ์ของฮุน เซนกลายเป็น “มวยล้มต้มคนดู”
สื่ออย่าง Frontier Myanmar ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดฮุน เซนจึงด่วนแถลงการณ์ว่าเทอร์เนลจะได้รับการปล่อยตัว เมื่อ Frontier ถามไปที่แหล่งข่าวของตนทั้งในสถานทูตออสเตรเลียและคนภายในรัฐบาล ก็ไม่มีใครทราบว่าฮุน เซนกล่าวแบบนั้นไปเพื่ออะไร และคณะรัฐประหารพม่าต้องออกมาแถลงแก้เก้อด้วยว่าพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย จะพิจารณาเรื่องการปล่อยตัวเทอร์เนลเมื่อกระบวนการในศาลเสร็จสิ้นลงแล้ว ฮุน เซนกล่าวขอโทษต่อสื่อ และยังกล่าวว่าตนได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดมา อาจเกิดจากความสับสน และขอให้ทุกฝ่ายยกโทษให้ตนจากความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจนี้
เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเล็กๆ เลยนะคะ…
ก่อนหน้านี้ผู้คนทั่วพม่าต่างไม่พอใจท่าทีของฮุนเซนอยู่แล้ว ทั้งการไปเยือนพม่า และเข้าพบหัวหน้าคณะรัฐประหาร โดยที่ผู้นำคนอื่นๆ ในอาเซียนไม่ได้รับรู้ด้วย หรือการปล่อยข้อมูลที่ผิดพลาด โดยแก้เขินเพียงว่าตนได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดมา หากเป็นสื่อหรือประชาชนทั่วๆ ไป การได้ข่าวที่คาดเคลื่อนบ้างอาจเป็นเรื่องปกติ แต่นี่คือคนในระดับผู้นำสูงสุดของประเทศ และยังเป็นประเทศที่นั่งหัวโต๊ะในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ด้วย!
ในที่สุดก็ไม่มีใครล่วงรู้ว่าฮุน เซนคิดอะไรอยู่ถึงออกมาแถลงการณ์แบบนั้น เป็นเพราะคณะรัฐประหารพม่าพูดเป็นนัยๆ เรื่องการปล่อยตัวเทอร์เนล? หรือเป็นความผิดของล่ามที่แปลสาส์นของผู้นำคณะรัฐประหารพม่าให้ฮุน เซนฟังไม่ถูกต้อง? มีความเป็นไปได้หลายอย่าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือกัมพูชาเสียความน่าเชื่อถือไปเรียบร้อยแล้ว ชี้ให้เห็นว่าฮุน เซนไม่ได้เป็นนักเจรจาที่เก่งกาจอะไรอย่างที่เขากล่าวอ้าง
แล้วนี่เพิ่งจะเดือนกุมภาพันธ์เองนะคะ เพิ่งจะเข้าปี 2022 มาได้ไม่ถึง 2 เดือนดี แต่กัมพูชาฝากเรื่องปวดหัวไว้ให้อาเซียนแล้วหลายเรื่อง ปีนี้จะเป็นปีที่วุ่นวายมากไม่ใช่สำหรับพม่าเท่านั้น แต่สำหรับอาเซียนโดยรวมด้วย
ลลิตา หาญวงษ์

