ผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเมืองไทยเรา (และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก) เป็นสิ่งที่พวกเราสังเกตหรือรับทราบดีอยู่แล้วจนดูเสมือนว่าไม่จำเป็นต้องวิจัย แต่ถ้าหากเราต้องการรู้ลึกกว่านั้น เช่นการตั้งคำถามว่า โครงสร้างประชากรวัยทำงาน/วัยสูงอายุเหมือนกันหรือแตกต่างกันระหว่างจังหวัดหรือภูมิภาคอย่างไร? ก็จำเป็นต้องสืบค้นข้อมูลเชิงลึกระดับจังหวัดหรือภูมิภาค ในโอกาสนี้ผู้เขียนขอนำผลงานวิจัยเล็กๆ โดยอ้างอิงข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2564 มาเล่าสู่กันฟัง พร้อมข้อสังเกตบางประการและข้อสันนิษฐานอนาคต ผลลัพธ์ของโครงสร้างประชากรที่จะเกิดกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือความเหลื่อมล้ำในมิติพื้นที่
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ได้ประมวลข้อมูลขนาดใหญ่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำเป็นรายงานข้อมูลประชากรอายุ 15 ขึ้นไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ระบุจำนวนประชากรตามช่วงอายุและเพศเป็นรายจังหวัด เป็นข้อมูลที่มีคุณค่า ช่วยให้เข้าใจโครงสร้างประชากรเป็นรายจังหวัด เนื่องจากโครงสร้างประชากรมีนัยต่อพลังการผลิต-พลังการซื้อขาย-และอัตราการเจริญเติบโต
จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปในปี 2564 จำนวน 57 ล้านคน จำแนกออกเป็น 6 ช่วงอายุ (15/24, 25/34, 35/44, 45/54, 55/59 และ 60 ปีขึ้นไป) งานวิจัยเล็กๆ นี้นำมาจัดกลุ่มใหม่เรียกว่า กลุ่ม A หมายถึงคนทำงาน (working age คือ 25-59) กลุ่ม B หมายถึง 60 ปีขึ้นไป สาเหตุที่ไม่นำวัย 15-24 ปีมาร่วมวิเคราะห์เพราะเห็นว่าส่วนใหญ่ยังศึกษาเล่าเรียนในสถานศึกษา ยังไม่อยู่ในตลาดแรงงานหรือเป็นผู้ประกอบการ ต่อจากนั้นตั้งคำถามว่า โครงสร้างประชากรมีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร? ระหว่างจังหวัด/ภูมิภาค เพื่อเป็นข้อสังเกตและการอภิปราย
รูปภาพที่ 1 แสดงจำนวนประชากรวัยทำงานและวัยสูงอายุจำแนกรายภูมิภาค ได้รับข้อสังเกตที่น่าสนใจกล่าวคือ หนึ่ง กรุงเทพฯและปริมณฑล (จำนวน 6 จังหวัด) มีลักษณะเด่นคือ ประชากรในวัยทำงานจำนวนมาก ลำดับรองลงมาคือภาคอีสาน (20 จังหวัด จำนวนประชากรของภาคอีสานสูงกว่า กทม.และปริมณฑล แต่คนในวัยทำงานน้อยกว่า) สาเหตุที่เป็นเช่นนี้น่าจะมาจากการเคลื่อนย้ายประชากรในวัยทำงานหลั่งไหลมาอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตามแหล่งการจ้างงานหรือแหล่งทำมาหากิน

เพื่อสะท้อนความเหมือนกันหรือแตกต่างของโครงสร้างประชากร นักวิจัยสร้าง 2 ตัวแปร ตัวแปรแรกหมายถึงคนในวัยทำงานกับจำนวนทั้งหมด (อายุ 15 ปีขึ้นไป) เป็นแกนตั้ง ส่วนแกนนอนหมายถึงวัยสูงอายุกับจำนวนทั้งหมด นำมาดูการกระจายใน รูปภาพที่ 2 พร้อมข้อสังเกตและการอภิปราย

เราได้ข้อสังเกตว่า 9 จังหวัดที่มีสัดส่วนคนในวัยทำงานสูงในขณะที่คนในวัยสูงอายุต่ำ ได้แก่ สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ปทุมธานี ระยอง นนทบุรี ชลบุรี นครปฐม และระนอง ในทางตรงกันข้ามมีอีกหลายสิบจังหวัดที่มีสัดส่วนประชากรวัยสูงอายุสูง (เกินกว่า 30% เช่น สุรินทร์ อุบลราชธานี หมายเหตุ ชื่อจังหวัดอาจจะมองไม่เห็นชัดเนื่องจากความทับซ้อนกัน)
โครงสร้างประชากรมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจจังหวัดอย่างไร? เป็นหัวเรื่องที่สมควรค้นคว้าวิจัย ในขั้นนี้เพียงเสนอข้อสังเกตหรือข้อสันนิษฐานบางประการเพื่อเชิญชวนให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือแนวคิดด้วยกัน หนึ่ง ข้อสันนิษฐานที่ว่าพลังการผลิตของจังหวัดที่ประชากรสูงอายุจำนวนมาก จะเติบโตช้ากว่าจังหวัดที่มีประชากรวัยทำงานสูง สอง ในจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีจำนวนมาก พลังการซื้อและการใช้จ่าย คาดว่าจะลดลง ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น รายได้ลดลง รายจ่ายการบริโภคลดลง ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวลดน้อยถอยลง ฯลฯ ผู้เขียนเคยอ่านผลงานวิจัยของเพื่อนนักเศรษฐศาสตร์ ดร.ศศิวุฑฒิ์ วงษ์มณฑา จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา บันทึกว่าในกลุ่มผู้สูงอายุรายจ่ายบริโภคลดลงเช่นรายจ่ายการแต่งตัวรายจ่ายการบริโภคนอกบ้าน ฯลฯ สาม ข้อห่วงใยที่ว่า ความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ (จังหวัด) จะยิ่งขยายตัว หมายถึง จังหวัดรวยยิ่งดึงดูดคนในวัยทำงานจากภาคอื่นๆ มาสนับสนุนภาคการผลิต
ในขณะที่จังหวัดยากจนและประชากรวัยสูงอายุมาก อัตราการเจริญเติบโตของจังหวัดนั้นๆ จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ที่กล่าวมาทั้งหมดยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานต้องตรวจสอบด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ในโอกาสต่อไป
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์

