(ใกล้)หมดเวลา‘ประยุทธ์’

15.02.22 | 13:00 น.

แม้สภาจะปิดสมัยประชุมวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่การเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ โดยพรรคฝ่ายค้านเพื่อชำแหละการบริหารประเทศที่ผิดพลาดล้มเหลว การทุจริตคอร์รัปชั่น และอื่นๆ ในวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ก็เป็นศึกใหญ่ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะถูกต้อนเข้ามุม

มีสภาพ “จนตรอกทางการเมือง” !?

การซักฟอกประยุทธ์แบบลงมติที่เรียกว่าไว้วางใจ หรือไม่วางใจหรืองดออกเสียงทำกันมาหลายครั้ง

แต่สุดท้ายความเป็นพวกพ้องเดียวกันเพื่อให้ “รัฐบาลประยุทธ์” อยู่ต่อไป

คะแนนโหวตไว้วางใจก็มากกว่า

Advertisement

การโหวตที่วัดกันด้วย “คะแนนเสียง” จึงไม่ได้มีความสำคัญเหนือไปกว่า การอภิปรายโดยไม่ลงมติที่จะมีขึ้นในอีก 2-3 วันข้างหน้านี้

รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่เริ่มมาตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลเมื่อปี 2562

พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.เป็นอันดับสองรองจากพรรคเพื่อไทยแต่ด้วย “ตัวช่วย”

หนึ่ง จากสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ทำให้ประยุทธ์และพวกพ้องเครือข่ายต่างสามารถ “สืบทอดอำนาจ” มาได้เกือบจะครบ 3 ปี

หนึ่ง การก่อกบฏของ ส.ส.ฝ่ายค้านที่กลายสภาพเป็น “งูเห่า” เลื้อยเข้าสู่อ้อมอกพรรครัฐบาล ทำให้ประยุทธ์ประคองตัวมาได้

ทั้งๆ ที่ วิกฤตการณ์ประเทศหลายด้านสะท้อนความ “ล้มเหลว” ในการแก้ปัญหาของ “ผู้นำ”

แต่ในเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่า การอยู่ต่อไปในตำแหน่งเพื่อมีอำนาจสำคัญกว่าเรื่องอื่น

ทำให้ประยุทธ์ยังเดินต่อไปได้แบบ “ทุลักทุเล” !

บัดนี้ 21 ส.ส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐไปอยู่พรรคใหม่ ชื่อ “เศรษฐกิจไทย”

ทำให้ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเกิดอาการ “สำลักน้ำ”

ดังปรากฏให้เห็นกรณี “สภาล่ม-ไม่ครบองค์ประชุม”

“ศัตรูของศัตรูคือมิตร” ปริศนาการเมืองที่ส่งมาจากผู้กองธรรมนัส หัวหน้ากลุ่ม 21 ส.ส.

ในทางส่วนตัวผู้กองธรรมนัสให้ความเคารพ “บิ๊กป้อม” ไม่เสื่อมคลาย

แต่ในทางส่วนตัว ผู้กองธรรมนัสถือว่าประยุทธ์ไม่ใช่มิตร (แท้)

เพราะได้ออกคำสั่ง “ปลด” จากตำแหน่ง รมช.กระทรวงเกษตรฯพร้อมกับ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจาก รมช.แรงงาน แล้ว “ดองเค็ม” 2 เก้าอี้นี้มา 5 เดือนกว่า

โดยไม่เกรงใจ “บิ๊กป้อม” ที่นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ผู้กองธรรมนัสบนตำแหน่งเลขาธิการอดทน กล้ำกลืนด้วยความขมขืนใจมาพอสมควร จึงประกาศตัวเป็นอิสระพร้อมกับเพื่อน ส.ส.ในกลุ่มรวม 21 คน ด้วยการหาทางให้พรรคพลังประชารัฐ “ขับออก” จากพรรคดีกว่าจะเกิดการ “กบฏ” ขึ้นอีกครั้ง

โดยหลักแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องผูกพันเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองเพื่อให้ “ระบอบรัฐสภา” ดำเนินไปได้โดยมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ

แต่ประยุทธ์วางสถานะตัวเองว่าไม่เกี่ยวข้อง

กลเกมการเมืองก่อนสภาจะปิดสมัยประชุมน่าจับตาอย่างยิ่ง

แม้ประยุทธ์ยังอยู่รอดไปได้ ด้วยเหตุที่พรรคการเมืองยังรอกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับต้องผ่านรัฐสภา

แต่เชื่อว่า สภาสมัยหน้าที่จะเปิดในเดือนพฤษภาคม-กันยายน จะเป็นเวลาสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์

นั่นหมายถึง ประยุทธ์ไม่อาจไปต่อได้ทั้งในทางการเมือง กระแสสังคมและศักยภาพในการเป็นผู้นำในโลกสมัยใหม่

ซึ่งประเทศได้เกิดความบอบช้ำมา 8 ปี หลังเกิดรัฐประหาร

เวลาของ “ประยุทธ์” น่าจะหมดแล้วจริงๆ

ศุกร์ มังกร