หน้าแรก คอลัมนิสต์ วิกฤตโน้ต 7 โ...

วิกฤตโน้ต 7 โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

12.10.16 | 14:14 น.
ภาพจาก www.theverge.com

การที่หุ้นบริษัทซัมซุงกลับมาร่วงอีกในสัปดาห์นี้ไม่ได้เหนือความคาดหมาย หลังมีข่าวครึกโครมในสหรัฐอเมริกาว่า เครื่องกาแล็กซี โน้ต 7 ล็อตใหม่ที่ซัมซุงเปลี่ยนให้ลูกค้าเกิดไฟลุกไหม้ซ้ำอีก

กระทั่งซัมซุงออกแถลงการณ์หยุดการขาย และให้ลูกค้าที่มีโน้ต 7 ในครอบครองปิดเครื่องไว้ก่อน จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

ระหว่างการเผชิญปัญหาระลอกที่สอง ต่อเนื่องจากเดือนกันยายนที่เพิ่งเรียกเก็บเครื่องทั้งหมด 2.5 ล้านเครื่อง หลังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของเครื่องระเบิดขึ้นหลายกรณี แม้ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมีโอกาสระเบิดก็ตาม

คำแถลงของซัมซุงทั้งสองระลอกเน้นไปที่หลักการรักษาความปลอดภัยของลูกค้า

นักวิเคราะห์ตลาดหลายคนเห็นว่า ปัญหาของซัมซุงไม่ได้อยู่เฉพาะที่โน้ต 7 อีกแล้ว แต่ขยายไปถึงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัทโดยรวม

Advertisement

กรณีซัมซุงเผชิญวิกฤตโน้ต 7 ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามสำหรับคนทั่วไป แม้จะเป็นหรือไม่ได้เป็นลูกค้าของซัมซุงก็ตาม

การที่ซัมซุง กิจการยักษ์ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ก้าวมายืนอยู่ในตำแหน่งผู้นำของวงการสมาร์ทโฟน และมีคู่แข่งสำคัญอย่างแอปเปิล แห่งสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงอีกหลายๆ เจ้าจากจีน แสดงว่าบริษัทต้องแน่พอที่จะยืนอยู่ในสนามรบที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น

โน้ต 7 อาจเคยเป็นอาวุธที่หมายมั่นว่าจะทำให้ซัมซุงชนะศึก แต่มาตอนนี้เหมือนอาวุธระเบิดขึ้นในฐานทัพของตนเอง ดังนั้น ซัมซุงคงต้องดับไฟในค่ายตัวเองก่อนที่จะตั้งหลักมารบใหม่ อีกทั้งยังไม่ใช่เวลาที่ต้องมาเจ็บใจที่เห็นหุ้นของแอปเปิลพุ่งขึ้นแทน หรือมัวแต่จับจ้องยอดขายของไอโฟน 7

ประเด็นที่น่าสนใจอันดับต้นๆ ในการติดตามเรื่องนี้ก็คือ ซัมซุงจะมีวิธีการรับมือกับวิกฤตอย่างไร จะแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่คิดว่าแย่แล้วยังแย่ลงไปกว่าเดิมอีก

เพราะในวงการธุรกิจ การพิสูจน์ตนเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จ ยอดขาย หรือการดำเนินกิจการให้ราบรื่นเท่านั้น หากรวมถึงการเผชิญหน้ากับอุปสรรคปัญหาและความล้มเหลว เพื่อรับมือและแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น

ประเด็นนี้คล้ายกับสถานการณ์ทางการเมือง ที่รัฐบาลชุดหนึ่งๆ อาจมีเอกสารบรรยายถึงนโยบายและความสำเร็จในการบริหาร แต่สิ่งที่ประชาชนจะจดจำได้ดีคือการตัดสินใจ วิธีรับมือกับวิกฤต รวมไปถึงการฟื้นฟู

รัฐบาลบางชุดเลือกปกปิดปัญหา แต่ยิ่งปิดก็ยิ่งทำให้ปัญหาซับซ้อน นำไปสู่การใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล และเพาะปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก กระทั่งสุดท้ายแล้วความต้องแตกอยู่ดี

บางชุดเลือกใช้มาตรการแข็งกร้าวรับมือการต่อต้าน จนบานปลายเป็นความรุนแรง ตอกย้ำความแตกร้าวและแบ่งแยกของคนในสังคม กรณีเหล่านี้มีตัวอย่างให้เห็นในหลายประเทศและหลายช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ ขึ้นอยู่กับว่าจะดึงมาใช้เป็นบทเรียนหรือไม่

สำหรับการรับมือวิกฤตในแวดวงธุรกิจเป็นเรื่องที่เบากว่าการเมือง ในแง่ที่ไม่ถึงกับเอาชีวิตหรือใช้ความรุนแรงทางกายภาพ

กรณีของซัมซุง ไม่ว่าเครื่องโน้ต 7 ของใครจะระเบิดขึ้น นั่นหมายถึงลูกค้าที่ต้องดูแลเสมอ ไม่มีทางจะผันไปเป็นคู่กรณีในแบบการเมือง