หน้าแรก คอลัมนิสต์ ทุนนิยมแบบพวก...

ทุนนิยมแบบพวกพ้อง กับดักที่มองไม่เห็น? : คอลัมน์ดุลยภาพ ดุลยพินิจ โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร

14.10.16 | 13:10 น.

ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านนิยามของคำว่า ทุนนิยมแบบพวกพ้อง (crony capitalism) และคำว่า คอร์รัปชั่น (corruption) ซึ่งมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งที่สหรัฐใช้สอนนักศึกษา พบว่านิยามของคำทั้งสองนี้ใกล้เคียงกันมาก ดังนี้

ทุนนิยมแบบพวกพ้อง คือ ระบบทุนนิยมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งบรรดาผู้นำทางการเมืองใหญ่ ใช้อำนาจรัฐในแบบที่เอื้อประโยชน์ให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงเช่นให้ได้รายได้ที่สูงเกินปกติจากการมีโอกาสรับเหมาโครงการก่อสร้างจากภาครัฐได้มากกว่าผู้รับเหมารายอื่น และ/หรือได้รับประโยชน์ที่อาจจะไม่ใช่รายได้ หรือได้รายได้จากพฤติกรรมคอร์รัปชั่น

สำหรับคำว่า คอร์รัปชั่น คือ การใช้อำนาจรัฐโดยเจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและของพรรคพวก

จะเห็นได้ว่าเส้นแบ่งของสองคำนี้เบาบางมาก จนในท้ายที่สุดทั้งคำว่า ทุนนิยมแบบพวกพ้อง และคอร์รัปชั่น คือการใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพื่อครอบครัวและเพื่อนฝูง มีนัยว่าเป็นบุคคลใกล้ชิด

เมื่อไปเปิดวิกิพีเดียพบว่าให้นิยามของ Crony capitalism หรือทุนนิยมแบบพวกพ้อง ในแนวกว้างกว่า จึงมีประโยชน์ในการประยุกต์ใช้กับสังคมในวงกว้างกว่าด้วยดังนี้

Advertisement

โดยวิกิพีเดียนิยาม crony capitalism ว่าเป็นระบบทุนนิยมซึ่งนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก จนความสำเร็จของนักธุรกิจ ขึ้นอยู่กับว่าได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลเพียงใดในรูปของการลดหย่อนด้านภาษี เงินอุดหนุน และมาตรการจูงใจอื่นๆ หรือการเพิกเฉยกับพฤติกรรมแทรกแซงตลาดที่ไม่เหมาะสม

นั่นคือความสำเร็จของนักธุรกิจไม่ได้เกิดจากการแข่งขันกันในระบบตลาดเสรีภายใต้หลักนิติธรรมอย่างเต็มที่ แต่บางกลุ่มบางพวกสามารถได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นพิเศษ

นั่นคือในระบบทุนนิยมแบบพวกพ้อง นักธุรกิจบางกลุ่มบางพวกสามารถหาทางเข้าถึงอำนาจรัฐ ผ่านความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตนได้

นอกจากนั้นวิกิพีเดียยังวิเคราะห์ต่อไปว่า ทุนนิยมแบบพวกพ้องมีหลายระดับความเข้มข้น เบาที่สุดคือนักธุรกิจสมรู้ร่วมคิดกันแทรกแซงตลาดในแนวทางที่เป็นผลเสียกับสังคม แต่ทางภาครัฐอาจจะเพิกเฉยยอมให้เกิดขึ้น

ขั้นต่อมาคือ การที่นักธุรกิจ รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมเฉพาะกิจ (แม้จะยังแข่งขันกันอยู่) เพื่อเพิ่มพลังที่จะร้องขอการสนับสนุนหรือขอปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้ประโยชน์กับกลุ่มเป็นพิเศษ

ในกรณีที่เข้มข้นมากๆ อาจหมายถึงการกีดกันไม่ให้ธุรกิจใหม่เข้ามาแข่งขันได้

คําว่าทุนนิยมแบบพวกพ้อง จะนำมาใช้เมื่อวิถีปฏิบัติดังกล่าวเข้าครอบงำเศรษฐกิจไปทั่ว หรือเข้ากำกับอุตสาหกรรมสำคัญ

ประเด็นคือ มีการสร้างสายสัมพันธ์แบบไม่โปร่งใสระหว่างธุรกิจกับภาคราชการที่มีหน้าที่กำกับอย่างแน่นหนา (อาจให้สินบนหรือมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน) จนสามารถหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ที่กำกับควบคุมได้อย่างลอยนวล แต่คู่แข่งที่อยู่นอกกลุ่มถ้าทำอย่างเดียวกันจะต้องถูกปรับหรือติดคุกตามกฎระเบียบ

ความได้เปรียบของคนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม ที่เกิดจากความสัมพันธ์กับผู้ที่อยู่ในอำนาจ หมายความถึงความเสียเปรียบของคนกลุ่มอื่นๆ ซึ่งก็คือคนส่วนใหญ่ของสังคมนั่นเอง

มาถึงจุดนี้ทุนนิยมแบบพวกพ้องอาจส่งผลลบกับสังคมโดยรวม เมื่อระบบพวกพ้องครอบงำสังคมแบบสุดขั้ว ซึ่งผลเสียก็คือ ข้าราชการและรัฐบาลหยุดทำงานเพื่อสาธารณชนหรือสังคมโดยรวม แต่จะมุ่งสนองเป้าประสงค์ของพวกพ้องธุรกิจกลุ่มแคบๆ เท่านั้นเป็นหลัก

รูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของทุนนิยมแบบพวกพ้อง คือ การคอร์รัปชั่นอย่างหนักจนระบบตลาดเสรีไม่ทำงาน รัฐบาลอาจจะสนับสนุนครอบครัวธุรกิจบางกลุ่มที่เป็นญาติ เป็นพวกพ้องแต่กีดกันกลุ่มอื่น ก่อผลลบกับเศรษฐกิจโดยรวม สินบนแก่ข้าราชการกลายเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าไม่จ่ายเงินงานไม่เดิน การหลีกเลี่ยงภาษีอาจเกิดขึ้นทั่วไป ดังที่เกิดขึ้นในบางประเทศที่แอฟริกา

สังคมแบบนี้จะประสบความชะงักงันและไม่ก้าวหน้า เสมือนเผชิญกับดัก

บางทีกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง (middle income trap) ที่นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งเสนอว่ากำลังเป็นภาวะที่หลายประเทศในอาเซียนรวมทั้งไทยกำลังประสบอยู่ อาจเกี่ยวโยงกับระบบทุนนิยมแบบพวกพ้องนั่นเอง

และหากผู้นำประเทศเหล่านี้ไม่พยายามกำจัด หรือปฏิรูปทุนนิยมแบบพวกพ้อง ก็น่าคิดด้วยนะว่าพวกเขาผู้นำนั่นเองแหละ ที่ได้มีบทบาทนำพาประเทศเข้าสู่กับดักดังกล่าวด้วย ใช่หรือไม่?