เลือกตั้ง ส.ส.-ผู้ว่าฯ กทม.

1.03.22 | 13:00 น.

สภาปิดสมัยประชุมไปแล้ว หลังจากที่ประชุมรัฐสภาลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยถือเอาร่างของคณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก!

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเรื่องการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ใบหนึ่งเลือก ส.ส.เขต อีกใบหนึ่งเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ

กว่าจะ “โล่งอก” กับการเดินหน้าไปตามขั้นตอนการตรากฎหมายให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ ก็เกิดกระแส “ปั่นป่วน” ที่ถูกสร้างให้อกสั่นขวัญแขวน

Advertisement

ว่าจะกลับไปใช้บัตรใบเดียว!?

โดยคนใหญ่คนโตก็พูดจายึกยัก ลับๆ ล่อๆ

ทั้งๆ ที่ในเชิงกฎหมายมันทำไม่ได้ นอกจากต้องแก้รัฐธรรมนูญ “กลืนน้ำลาย” ตัวเองนั่นแหละ!?

จากนี้ไป คณะกรรมาธิการวิสามัญที่รัฐสภาตั้งจากพรรคต่างๆ และคณะรัฐมนตรี ก็จะไปว่ากันในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ

ประชาชนก็คงจะ “เวียนหัว” ต่อไปกับการถกเถียงโต้แย้งกันด้วยเรื่อง บัตร 2 ใบ

ว่าจะใช้ “เบอร์เดียวกัน” หรือ “แยกคนละเบอร์”

ถ้าให้ใช้เบอร์เดียวกัน จะเป็นสิ่งที่ดีกับประชาชน เพราะจดจำง่าย เลือกได้สบายๆ ไม่สับสน

แต่นักการเมืองและสมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่ม ที่กลัวบางพรรคที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนเยอะ กวาด ส.ส.เข้าสภาจำนวนมาก และมีโอกาสจะไปจัดตั้งรัฐบาลก็ต้องขัดขวางเต็มที่

เรียกว่าเอา “ประโยชน์” ของตัวเองและพรรคตัวเองเป็นตัวตั้ง

ไม่คำนึงว่าประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งและเป็นเจ้าของ “อำนาจอธิปไตย” ที่แท้จริงจะยุ่งยากขนาดไหน?

เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในชั้นแปรญัตติเสร็จก็จะนำเข้าสู่รัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระ 2 และ 3 ในสมัยประชุมหน้า ที่จะเปิดในเดือนพฤษภาคม-กันยายน

ว่ากันว่าการเปิดประชุมสภาสมัยหน้านี้ อาจเป็น “สภานัดสุดท้าย” เพราะ “กลเกมการเมือง” จะไปปะทุกันในตอนนั้น!?

สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการในเมืองหลวง ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงไม่ค่อยจะ “รู้ร้อนรู้หนาว” สักเท่าไหร่

ไม่กระตือรือร้นที่จะเตรียมการการเลือกตั้ง เพื่อจะบอกให้ชาวบ้านได้รู้ว่า จะเลือกตั้งกันวันไหน สมัครกันเมื่อไหร่ ผู้สมัครจะต้องทำอย่างไร และชาวกรุงเทพมหานครผู้ใช้สิทธิจะต้องเตรียมพร้อมอย่างไร?

การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ถูกวิเคราะห์วิจารณ์โยงใยถึงการเลือกตั้งใหญ่ ส.ส.ครั้งต่อไป

เพราะเกี่ยวกับ “คะแนนนิยม” ของประชาชนที่มีต่อ “พรรคการเมือง” และต่อ “รัฐบาล”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกฯมาเกือบจะครบ 8 ปีเต็มแล้ว และแสดงทีท่าจะเป็นต่ออีก 4 ปี

เสียงปี่เสียงกลองจากการหาเสียงของว่าที่ผู้สมัครเริ่มไปแล้ว

“ศึกชิงเสาชิงช้า” ครานี้ใครจะเป็นผู้ชนะ ใครจะพ่ายแพ้

น่าจะเข้มข้น ดุเดือดแน่นอน!

ชนิดใครดี-ใครอยู่ ใครและพรรคไหนไม่ดีพอก็ “ม้วนเสื่อ” กลับไปนอน “เลียแผล” ที่บ้าน

ก่อนจะหวนคืนสู่เวทีใหญ่กับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในไม่ช้า

ว่าแต่ว่า พรรคพลังประชารัฐตกลงกันได้หรือยังว่า จะส่งใครลงสมัคร?

อย่าลืมว่าทั้งการ “เลือกตั้ง ส.ส.” และ “ผู้ว่าฯกทม.” ที่จะเกิดขึ้นมีผลต่อการพัฒนา “ประชาธิปไตย”

ในการบริหาร “ประเทศ” และบริหารงาน “ท้องถิ่น” !?!

ศุกร์ มังกร