หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทบาทชายหญิงใ...

บทบาทชายหญิงในครอบครัว

1.03.22 | 14:45 น.

1. บทนำ

ขบวนการที่เรียกร้องสิทธิสตรีเป็นผลจากความตระหนักถึงสถานภาพทางสังคมของสตรี ที่ค้อยกว่าบุรุษในหลายด้าน การเรียกร้องดังกล่าวจึงเน้นในเรื่องความเสมอภาคและการมีส่วนร่วม ต่อมามีกระแสทางความคิดว่า ความเสมอภาคมิได้หมายความว่าชายหญิงมีบทบาทเหมือนกัน หาก หมายถึงความเสมอภาคในโอกาสและความสามารถที่จะพัฒนาศักยภาพได้เต็มความความถนัดและ ความสนใจ การมีส่วนร่วมหมายถึงการเข้าร่วมตัดสินใจทั้งในระดับที่สูงขึ้นและในบทบาทหน้าที่ซึ่ง เพิ่มเป็นของชายตามประเพณีนิยม กระแสความคิคที่สืบเนื่องต่อมา คือการเน้นบทบาทของทั้งหญิง และชายในการส่งเสริมสถานภาพของสตรี ทั้งนี้เพราะการพัฒนาบทบาทของหญิง ย่อมหมายถึงการ เปลี่ยนแปลงบทบาทของชาย และย่อมต้องการทั้งความเข้าใจและความสนับสนุนของฝ่ายชาย แนว คิดเกี่ยวกับการพัฒนาสตรีจึงเน้นที่บูรณาการ โดยไม่พยายามแยกสตรีเป็นกลุ่มเป้าหมายต่างหากของ การพัฒนา เพราะไม่ต้องการให้พัฒนาสตรีเป็นโครงการข้างเคียงที่แยกจากกระแสหลักของการพัฒนา

ในเรื่องของการพัฒนานั้น มีการถกเถียงกันเสมอว่าทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นจากวัฏจักรของ โง่ จน เจ็บ หลายคนเห็นว่าในระยะยาวควรเน้นที่จะระบายเรื่องการศึกษา คำถามที่ตามมาคือ กลุ่มเป้าหมายควรจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ คำตอบก็คงคล้ายกันในเรื่องการพัฒนาสตรีที่ต้องเปลี่ยน แปลงทั้งบทบาทของหญิงและชาย การพัฒนาสังคมที่เน้นการศึกษาใมความหมายกว้าง คงต้องใช้ ครอบครัวเป็นกลุ่มเป้าหมาย ครอบครัวเป็นหวยอยชิงสมาชิกจะต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน การพันนา แบบบูรณาการ จึงมิได้หมายเพียงแต่ให้สตรีเป็นส่วนของการพัฒนากระแสหลักเท่านั้น หากรวมถึง การให้ครอบครัวเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ของกระบวนการพัฒนา คำตอบจึงอยู่ที่ครอบครัวนั่นเอง

2. ลักษณะครอบครัวในอดีต

ครอบครัวเป็นสถาบันสังคมที่สำคัญที่สุด ครอบครัวไทยโบราณอาจจะเป็นครอบครัวขยาย คือมีสมาชิกถึง 3-4 ชั่วอายุคนอาศัยอยู่รวมกัน แต่เนื่องจากคนไทยรักอิสระเสรีภาพและความเป็น ตัวของตัวเอง ครอบครัวไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา จึงมีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือ ครอบครัวขนาดเล็ก คู่สมรสจะแยกไปสร้างบ้านต่างหาก ซึ่งมักจะอยู่ในอาณาบริเวณใกล้เคียงกับ บ้านเดิมของภรรยา ภายในครอบครัวบุตรสาวกับบุตรชายจะได้รับการยกย่องเท่าเทียมกัน แม้จะ เน้นให้บุตรสาวทำงานบ้านและบุตรชายทำงานนอกบ้านก็ตาม ภรรยาในสังคมชั้นสูงจะมีสถานภาพ ต่ำกว่าภรรยาของครอบครัวธรรมดา สาเหตุส่วนหนึ่งก็คือครอบครัวชั้นสูงมีภรรยาหลายคน และใน ครอบครัวธรรมดาภรรยาเข้าร่วมการผลิตในอาชีพงานเกษตรจึงทำให้มีอำนาจตัดสินใจได้สูงกว่า

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีลักษณะ ที่น่าสนใจของครอบครัวไทยคือ การเคารพเชื่อฟังผู้อาวุโส และความรู้สึก นี้ ผูกพันแน่นแฟ้นทางสายโลหิตระหว่างพ่อแม่พี่น้อง ถึงแม้ว่าลูกจะแต่งงานแยกออกไปแล้ว พ่อแม่ก็มัก อยากติดตามไปดูแล ครอบครัวไทยมักจะมีความร่วมมือกันดีระหว่างสมาชิก พ่อแม่ช่วยกันหารายได้ พี่ช่วยดูแลน้อง ลูกช่วยงานทั้งในบ้านและนอกบ้าน พ่อแม่มักจะถือลูกเป็นสำคัญ แม้จะอดอยากก็ยัง อยากสนับสนุนลูกให้มีการศึกษาสูงๆ

ภายในครอบครัว หน้าที่ของภรรยาคือ ปรนนิบัติและให้ความเคารพยกย่องสามี ใน ไตรภูมิพระร่วงกล่าวไว้ว่า ภรรยาต้องนั่งในที่ต่ำกว่าสามีเสมอ และต้องทำตัวทุกอย่างให้สามี พึงพอใจ ในสุภาษิตสอนหญิงคำกลอนได้เน้นเรื่องการชื่อสัตย์ต่อสามี การเชื่อฟังและไม่แสดงอาการ โกรธตอบสามี จึงพอสรุปได้ว่า ในสังคมสมัยก่อนภรรยานั้นจะมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากคนรับใช้ ยิ่งในครอบครัวชั้นสูง ภรรยาจะอยู่แต่ในครอบครัวกับบุตรและสามี โดยทำหน้าที่และฝึกฝนตนเอง เพื่อเป็นภรรยาที่ดีที่สุดของสามประการเดียว แม้ว่าในทัศนะของชายทั่วๆ ไป จะมองหญิงว่ามีลักษณะ เจ้าอารมณ์ แต่ก็มีข้อสังเกตที่น่าจะเชื่อได้ว่า แม่คือผู้ที่รักษาความสงบภายในครอบครัว คอยไกล่เก และประนอมข้อขัดแย้งระหว่างลูกๆ และระหว่างลูกกับพ่อ ในยามชราพ่อแม่ก็จะไม่ถูกทอดทิ้ง ส่วน ใหญ่จะเป็นภาระของลูกสาวคนสุดท้องที่จะเอาใจใส่ดูแล

3. ลักษณะครอบครัวในปัจจุบัน

เหตุจูงใจที่สำคัญของการมีครอบครัว คือการมีชีวิตเพศที่ปกติสุขในเรื่องชีวิตเพศของ มี หญิงนั้นมีประเด็นสำคัญที่จะขอกล่าวถึงดังนี้

(1) หญิงจำนวนมากต้องทนทุกข์ในเรื่องนี้ เพราะสังคมได้กำหนดทวิมาตรฐาน (double standard) ซึ่งให้ทางเลือกสำหรับชายมากกว่าหญิง

(2) หญิงต้องการความเสมอภาคทางเพศ แต่คง ไม่ต้องการเลียนแบบชายในทุกเรื่อง

(3) เพื่อความเสมอภาค ต้องแก้ไขเงื่อนไขทางสังคมและทัศนคติของชายด้วย

(4) การปลดปล่อยสตรีมให้ต้องพะว้าพะวงในเรื่องความรักและปัญหาทางเพศมาก เกินไป จะช่วยให้เธอใช้พลังงานในทางสร้างสรรค์ได้มากขึ้น

เหตุจูงใจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการมีครอบครัว คือการมีลูก แต่การมีลูกนั้นบาง ครั้งเป็นปัญหาสำหรับหญิง การมีลูกนอกสมรสหรือมีลูกที่ไม่พึงปรารถนา เป็นปัญหาต่อแม่มากกว่าผู้ เป็นพ่ออย่างแน่นอน และก็จะเป็นปัญหาต่อเด็กด้วย แม้แต่ในชีวิตสมรสก็อาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ ในเรื่องการมีลูก ในบางครอบครัวผู้หญิงอาจจะอยากมีลูกเพื่อผูกมัดสามีไว้หรือเพื่อเอาใจสามี แค่ ในขณะเดียวกันก็รู้ดีว่า การมีลูกจะหมายถึงการออกจากงานหรือการสละความก้าวหน้าทางอาชีพ หรืออาจเป็นได้ว่าในบางครอบครัวสามีไม่อยากจะมีลูกทั้งๆ ที่ภรรยาอยากจะมี ในเรื่องการจะมี ลูกหรือไม่มีนั้น น่าจะเป็นการตัดสินใจร่วมกัน แต่ก็ควรถือการตัดสินใจของหญิงเป็นสำคัญด้วย เพราะว่าหญิงนอกจากจะต้องอุ้มท้องแล้ว คงจะต้องรับภาระการเลี้ยงดูลูกมากกว่า ในขณะเดียว กันหญิงน่าจะตัดสินใจได้ที่จะคุมกำเนิด หรือทำแท้งเมื่อมีเหตุอันจำเป็น

พ่อและแม่มีหน้าที่ร่วมกันในการอบรมเลี้ยงดูลูก สมัยก่อนเด็กเรียนรู้ในเรื่องพื้นฐาน จากชีวิตในบ้านและในชุมชน ปัจจุบันโรงเรียนและสื่อสารมวลชนมีบทบาทมากขึ้นในการกล่อมเกลา เยาวชนและถ่ายทอคค่านิยม ทั้งหมดนี้น่าจะช่วยให้แม่ได้ลดภาระการเลี้ยงดูลูกลง แต่ปรากฏว่าใน บางแห่ง แม่อาจจะใช้เวลาเลี้ยงดูลูกม ลี้ยงดูลูกมากขึ้น เพราะจะพึ่งญาติและผู้ใหญ่ในการเลี้ยงดูได้น้อยลง จึงมักเกิดคำถามเสมอๆ ว่าสถาบันทางสังคมได้ช่วยลดภาระการเลี้ยงดูลูกเพียงใด และ ได้ทำหน้า ที่พัฒนาเด็กด้วยคีจริงหรือไม่

เมื่อกล่าวถึงครอบครัวก็คงจะต้องกล่าวถึงเรื่องงานบ้านเป็นธรรมดา ปัญหาที่ถกเถียงกัน มากก็คือว่า งานบ้านนั้นสร้างมูลค่าส่วนเกินหรือไม่ และคำตอบก็มีต่างๆ กัน บ้างก็ว่าสร้าง บ้างก็ ว่าไม่สร้าง บ้างก็ว่าไม่เชิง เวลาที่ต้องเสียไปกับการเตรียมอาหาร ทำความสะอาด เลี้ยงดูลูก ได้ทำให้เกิดงานที่มีคุณค่า แต่งานนี้เป็นงานผลิตแบบส่วนตัว ไม่ใช่งานผลิตทางสังคมและมิได้ผลิตสิ่ง ที่เป็นสินค้าเพื่อการแลกเปลี่ยน จริงอย่อาจใช้เวลานี้ไปผลิตสินค้าแล้วรับค่าจ้างแรงงานมาซื้อบริ การแทนที่จะทำงานบ้านเสียเอง คือเมื่อไม่ทำงานบ้านก็จะใช้เวลานั้นไปผลิตมูลค่าส่วนเกินได้

งานบ้านเป็นปัญหาต่อสตรีอย่างแน่นอน เท่าที่เป็นอยู่สตรีต้องทำงานทั้งในและนอกบ้าน ถ้ากำหนดตายตัวว่างานบ้านเป็นภาระของหญิง โอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพ โอกาสที่จะเลือกและทำงานอันสร้างสรรค์ก็ถูกจำกัดลงฉะนี้

การที่สตรีจะหวังให้บรุษยินยอมช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านนั้น บ้านนั้น เห็นจะต้องรออีกนาน เพราะต้องเปลี่ยนทัศนคติกันอีกมากทั้งของหญิงและของชาย การจะหวังให้มีเครื่องผ่อนแรงประเภท กดปุ่มอัตโนมัติก็เห็นจะต้องรอให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างกว้างขวาง ถ้าจะให้เอกชน สร้างบริการต่างๆ เพื่อทดแทนบางส่วนของงายบ้าน ผู้ซื้อบริการได้ก็คงต้องมีฐานะดีหน่อย ถ้าจะ ดี ให้รัฐเป็นฝ่ายสร้างบริการต่างๆ ขึ้นก็อาจจะหวังพึ่ง ได้บ้าง แต่ในสายตาของผู้บริหารประเทศ เรื่องอื่นคงมีลำดับความสำคัญกว่า

ทั้งชีวิตเพศ การมีลูก การเลี้ยงลูก และงานบ้าน ล้วนอาจสร้างปัญหาต่อสตรีที่มีครอบ ครัวได้ทั้งนั้น จึงมีการเสนอหรือการทดลองวิถีชีวิตใหม่ๆ เช่น (1) อยู่คนเดียว ประกอบวิชาชีพ ที่ชอบ โดยไม่พะวงเรื่องการมีลูก (2) ชายหญิงใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่แต่งงาน (3) ในกรณี ที่มีลูก ก็จัดตั้ง “ครัวเรือน” (Household) ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ใหญ่ที่สมัครใจอยู่ร่วมกันประมาณสิบคน บางคนใช้ชีวิตคนเดียว บางคนใช้ชีวิตคู่แต่ไม่มีลูก บางคนใช้ชีวิตคู่และมีลูก การจัดตั้งครัวเรือนจะ ต้องทำเป็นสัญญาและพิธีกรรม เพื่อให้ครัวเรือนมีเสถียรภาพอยู่ได้ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้ เติบโตขึ้นในโครงสร้างที่มีเสถียรภาพและได้สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับผู้คนที่หลากหลายกว่าในครอบครัวเดียว

4.ข้อเสนอแนะเรื่องบทบาทชายหญิงในครอบครัว

4.1 ชีวิตเพศ สังคมไทยยังคงจะยึดถือ ทวิมาตรฐาน (Double standard) ใน ทางเพศอยู่อีกนาน แต่การยึดถือความบริสุทธิ์ของหญิงจะเป็นเรื่องที่สำคัญน้อยลงในการเลือกคู่ครอง และมีการยอมรับเสรีภาพทางเพศของหญิงมากขึ้น การลคทวิมาตรฐานในทางเพศที่เป็นการเอารัด เอาเปรียบนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนรู้ถึงความต้องการทางเพศ และสามารถสนองตอบ ความต้องการได้อย่างพอเห เหมาะพอสม และเป็นการปกป้องมิให้หญิงต้องตกเป็นเหยื่อของการข่ม เหงทางเพศร่ำไป อีกประการหนึ่ง น่าจะมีบริการนักจิตวิทยาที่จะช่วยแก้ไขความบกพร่องทางเพศ และความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่ราบรื่นปกติ

4.2 การเลือกคู่ครอง ในอนาคตคาดคะแนว่า หญิงคงจะตัดสินใจเลือกคู่ครอง ด้วยตนเองมากขึ้น และสายสัมพันธ์ระหว่างคณาญาติจะคลายลงบ้าง โดยจะมีครอบครัวเดียวเพิ่ม มากขึ้น อย่างไรก็ดีไม่ควรจะส่งเสริมแนวโน้มนี้ เพราะสายสัมพันธ์ในวงศ์ญาติน่าจะมีข้อดีมาก กว่าข้อเสียและเป็นลักษณะของสังคมไทยมาแต่เดิม

ควรยอมรับการอยู่กินร่วมกันของหนุ่มสาวที่ไม่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรส และควรจะ ลดพิธีรีตรองในการแต่งงานและสินสอดทองหมั้นก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งจำเป็น

การที่หญิงจะมีลยนยกสมรสนั้น น่าจะยอมรับทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย โดยให้สิทธิและ สวัสดิการทุกประการเหมือนหญิงที่แต่งงานแล้ว

ควรส่งเสริมให้หญิงแต่งงานเมื่ออายุมากหน่อย (ประมาณ 20-30 ปี) พอที่จะมีวุฒิภาวะ ในการตัดสินใจเลือกคู่ครอง ได้เริ่มประกอบอาชีพจนพอที่จะเกิดความมั่นใจในตนเอง และอยู่ใน สภาพที่พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจและอารมณ์ สำหรับการใช้ชีวิตในครอบครัว

น่าจะเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้พบปะและรู้จักกันงานในฉลองรื่นเริง ในการทำกิจ กรรมร่วมกัน ในงานประเพณี ในงานพิธีต่างๆ โดยมีบรรยากาศที่เหมาะสมกลมกลืน เพื่อให้การ เลือกคู่ครองมีทางเลือกที่กว้างขึ้น มีความรอบคอบไม่เร่งร้อน

4.3 ความสัมพันธ์ในครอบครัว ควรละความสัมพันธ์เชิงอำนาจภายในครอบครัวให้ เหลือน้อยที่สุด

หญิงและชายต่างฝ่ายต่างมีอิสระและมีโอกาสพัฒนาบุคลิกภาพของตน แต่ก็เลือกอยู่ทุก ขณะที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน มีการให้และการรับด้วยความเต็มอกเต็มใจ งานบ้านควรจะลดทอนลงบ้าง อย่าแข่งขันกันนักในความโอ่อ่า ความเป็นเจ้าระเบียบ พิถีพิถันกันในเรื่องความสะอาดจนเกินไป แต่บ้านควรเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวา อบอุ่นและอยู่สบาย ควรมีเครื่องใช้ในบ้านเพื่อทุ่นแรงและ ประหยัดเวลา งานบ้านบางอย่างเช่นการซักรีด น่าจะจัดให้มีบริการในย่านชุมชนแบบพึ่งพาตนเอง ควรสร้างเสริมทัศนคติว่า ชายและหญิงต้องช่วยกันทำงานบ้าน

หญิงควรจะมีเวลาว่างมากขึ้นจากงานจุกจิกภายในบ้าน เพื่อให้บ้านกลายเป็นสถานที่ที่อยู่อย่างสบาย ทำอะไรตามที่ชอบ

สามีภรรยาควรจะมีเวลาอยู่ร่วมกันภายในบ้านมากสักหน่อย นอกเหนือจากงานการ และกิจกรรมเพื่อชุมชน ซึ่งจะต้องแยกย้ายกันไปทำแล้ว งานสังคมอื่นๆ การพบปะเพื่อนฝูงญาติมิตร การไปงานพิธีต่างๆ ควรถือเป็นคติว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ไปด้วยกันมิใช่ว่าต่างคนต่างไป การเลี้ยงดูลูก เด็กควรได้รับความอบอุ่น มีเสรีภาพและมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และหลากหลายกับผู้ใหญ่และเด็กๆ ด้วยกันเอง

4.4 การเลี้ยงดูลูก ควรถือเป็นหน้าที่หลักของครอบครัวมากกว่าที่จะมอบภาระนี้ให้โรงเรียน หรือสื่อสารมวลชน แต่ก็มิได้หมายความว่าจะให้เด็กอยู่แต่ในบ้านมิให้คลาดสายตา แต่ควรเปิดโอกาส ให้เด็กคิดต่อสัมพันธ์กับผู้คนในชุมชนและละแวกบ้านได้อย่างกว้างขวาง ควรให้เด็กรู้จักพึ่งพาตนเอง รู้จักคิครู้จักทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง หญิงและชายควรมีสิทธิลาพักจากการทำงานมาเลี้ยงดูลูกในระยะ แรกเกิดได้เป็นเวลาหลายๆ เดือน ควรจัดระบบงานให้งานบางชนิดเป็นงานครึ่งเวลา เพื่อเป็น ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่กับลูกให้มากขึ้นหรือใช้เวลาไปในทางสร้างสรรค์อื่นๆ

ควรจัดให้มีสถานเลี้ยงเด็กกลางวันเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่น่าจะจัดในลักษณะบริการเอกชน เพื่อกำไร การจัดเป็นบริการของรัฐอาจจะมีตามความเหมาะสม แต่ที่ควรส่งเสริมโคยรัฐอาจให้ เงินอุดหนุน ก็คือบริการเลี้ยงเด็กซึ่งจัดโดยชุมชนเอง เช่นให้คนใดคนหนึ่งหรือหญิงสูงอายุในชุมชน ผลัดเปลี่ยนมาเลี้ยงดูเด็กๆ ของชุมชน

4.5 ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับครอบครัว ควรจัดสวัสดิการเพื่อแบ่งเบาภาระของหญิงในฐานะที่เป็นแม่ และคารให้ความคุ้มครองแก่หญิงในชีวิตครอบครัว

หญิงทุกคนควรมีความรู้เรื่องการคมกำเนิด ไม่ว่าจะมีครอบครัวแล้วหรือยัง ไม่มีก็ตาม ชายควรรับภาระการทำหมันมากขึ้น ชายหญิงควรทำความตกลงกันอย่างเป็นธรรมว่าควรจะใช้วิธี การคุมกำเนิดอย่างไรเมื่อไม่ต้องการจะมีลูก

หญิงควรทำแท้ง ได้เมื่อมีความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม โดยรัฐควรจะจัดบริการให้

เมื่อเกิดวิกฤตกาลในครอบครัว หญิงควรจะหาที่พึ่ง ได้ เช่นสามีซ้อม ข่มขู่ หรือข่มขืน ก็สามารถพึ่งพาการไกล่เกลี่ยหรือเอาความได้ ควรมีบริการที่จะให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาครอบครัว โดยเฉพาะ ควรมีศาลครอบครัวที่มีหน้าที่ในการไกล่เกลี่ยหรืออนุญาตให้มีการหย่าร้างโดยไม่ลำบาก ลำบนนัก ถ้าแยกกันอยู่ ฝ่ายที่รับเลี้ยงลูกควรได้รับการสนับสนุนด้านการเงินด้วย

หญิงม่ายหรือหญิงที่มีลูกนอกสมรส ควรได้รับสวัสดิการพิเศษ เพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงดูลูก

ผู้สูงอายุควรมีทางเลือกที่ไปอยู่ในสถานบริการคนชรา หรือร่วมอาศัยอยู่ในครอบครัว ควรจัดระบบประกันสังคมให้ผู้ชราสามารถรับเงินบำนาญ ซึ่งจะสร้างเป็นอิสระในทางเศรษฐกิจ ควรส่งเสริมให้ผู้ชราใช้ชีวิตในชุมชนและทำประโยชน์ให้ชุมชนมากกว่าที่จะปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยว

4.6 การหย่าร้าง

อัตราร้อยละของหญิงที่หย่าหรือแยกกันอยู่จะมากกว่าของชายอยู่เกือบสามเท่า ที่ เช่นนี้อาจเนื่องมาจากว่า ชายมีโอกาสที่จะแต่งงานใหม่มากกว่า ในด้านความเห็น สตรีที่เห็น กับการหย่าร้าง จะลำดับความสำคัญของสาเหตุดังนี้ การนอกใจ การไม่รับผิดชอบต่อครอบค และนิสัยไม่เข้ากัน ในอนาคตน่าจะพยายามให้อัตราร้อยละของหญิงที่หย่าหรือแยกกันอยู่ลดน้อยล โคยการเพิ่มอัตราการแต่งงานใหม่ มากกว่าจะปฏิเสธในเรื่องการหย่าร้างเสียทีเดียว

5. กิจกรรมเพื่อสนับสนุนครอบครัว

กิจกรรมเพื่อครอบครัวตามที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาสตรีฯ พอสรุปได้ดังนี้

5.1 ดำเนินการป้องกันมิให้มีการจดทะเบียนสมรสซ้อน

5.2 ส่งเสริมการวางแผนครอบครัวและปรับปรุงกฎหมายทำแท้งให้เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของสังคม

5.3 จัดบริการให้คำปรึกษาแนะแนวเกี่ยวกับชีวิตเพศ ชีวิตสมรส การป้องกันความรุนแรงในครอบครัว และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว

5.4 จัดสวัสดิการสงเคราะห์และให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ยากจนมากและเดือดร้อน

5.5 สนับสนุนให้พ่อและแม่มีบทบาทในภาระรับผิดชอบครอบครัวร่วมกัน และสร้าง คตินิยมในการแบ่งงานกันทำในครอบครัวโดยไม่แบ่งแยกเพศ

5.6 จัดสวัสดิการและระบบงานในหน่วยงานต่างๆ ที่เอื้อต่อการดูแลครอบครัวแล บุตรของพนักงานทั้งหญิงและชาย

โคทม อารียา