วิกฤต-ความหวัง

8.03.22 | 13:00 น.

วิกฤตโรคจากโควิดยังไม่จาง ต้องมาเจอวิกฤตโลกซ้ำอีกจากที่รัสเซียบุกถล่มใส่ยูเครน ดังสุภาษิตไทยที่ว่า “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก”

แม้การแพ่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน จะแพร่กระจายเร็ว แต่ไม่รุนแรงกว่าสายพันธุ์รุ่นพี่ก่อนหน้าอย่างเดลต้า แต่เมื่อแพร่เร็ว คนป่วยมากขึ้น ก็เป็นภาระของบุคลากรทางการแพทย์ อีกทั้งผู้ป่วยเยอะ ที่มีโรคเรื้อรังก็เสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

แต่พิษของโควิด ไม่เพียงแต่เป็นภาระหนักในด้านสังคมและสาธารณสุข แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปทั่วโลก ที่ภาคธุรกิจและกิจกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงักไป แม้จะเริ่มฟื้นมาบ้าง แต่คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะพลิกให้กลับมาเหมือนก่อนจะเกิดโควิดระบาดใหญ่

ผลร้ายจากวิกฤตโควิดที่เกิดจากเชื้อไวรัสยังไม่ซา โลกก็ต้องมาเจอกับวิกฤตจากมนุษย์ ที่กองทัพรัสเซียบุกโจมตีใส่ยูเครน ซึ่งผลกระทบไม่ใช่แค่เพียงคู่พิพาท หรือจำกัดแค่ในภูมิภาค แต่ลามไปทั่วโลก

โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ที่พุ่งสูงขึ้นไปทำสถิติโลกอีกครั้ง ซึ่งกระทบชิ่งไปยังภาคธุรกิจและประชาชนทั่วโลก

Advertisement

ด้วยเพราะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตสินค้า การขนส่ง และอื่นๆ ที่ต้องปรับราคาขึ้นตาม

ไทยเราก็ไม่อาจหลีกหนีห่วงโซ่นี้ไปได้ และไม่เพียงแต่เรื่องราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพราะทั้งรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ส่งวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก ทั้งข้าวสาลี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้ราคาพุ่งขึ้น

เมื่อวัตถุดิบอาหารสัตว์แพง เกษตรกรและธุรกิจปศุสัตว์ต้องเจอผลกระทบ 2-3 เด้ง ทั้งราคาน้ำมัน ค่าขนส่งและวัตถุดิบแพงขึ้น อาหารสัตว์ต้องแพงตาม

ดังนั้น ราคาเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะหมูและไก่ อาจต้องปรับขึ้นอีกครั้ง หลังราคาลดลงได้ไม่นาน ส่วนไข่ไก่อั้นไม่อยู่ก็ปรับขึ้นไปแล้ว

หากภาครัฐจะตรึงราคา โดยไม่มองถึงต้นทุนที่แท้จริง หากเกษตรกรและธุรกิจขาดทุน ก็ต้องลดหรือเลิกเลี้ยง ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณสินค้าในตลาดน้อยลง ก็จะทำให้ราคาเนื้อสัตว์แพงอยู่ดี และอาจแพงยาวนานกว่าเดิม

นั่นเป็นเพียงผลกระทบบางส่วนจากวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งจากโควิด และกรณีรัสเซียถล่มยูเครน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตที่ซ้ำซ้อนนี้ สำหรับไทยยังมีข่าวดีให้ชื่นใจบ้าง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและแรงงาน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย เริ่มเดินทางมาไทยเร็วขึ้น จากเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินซาอุดี อาระเบียน แอร์ไลน์ส จากเดิมที่จะมาในเดือนพฤษภาคม

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งเป้าว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ 2 แสนคน ซึ่งชาวซาอุฯถือเป็นนักท่องเที่ยวมีคุณภาพ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายละ 9 หมื่นบาทต่อทริป

อีกทั้ง เร็วๆ นี้ จะมีผู้แทนจากซาอุฯ มาเซ็นข้อตกลงด้านแรงงานกับไทย ที่จะเริ่มเปิดตลาดแรงงานไทยไปซาอุฯ อาทิ สาขาก่อสร้างและบริการ แม่บ้าน คนขับรถ พี่เลี้ยงเด็ก คนสวน

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการร่วมเจซีไทย-มาเลเซีย เตรียมหารือเพื่อเปิดชายแดนทางบกรับนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางมาไทย

อีกทั้งยังมีการจัดทำความตกลง Air Travel Bubble ระหว่างไทย-อินเดีย เปิดรับผู้โดยสารบนเที่ยวบินระหว่างไทยกับอินเดีย ซึ่งสายการบินไทยเริ่มเปิดบินตามข้อตกลงนี้ใน
4 เมืองหลักคือ นิวเดลี มุมไบ เจนไน และเบงกาลูรู เริ่มเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา

ในท่ามกลางวิกฤตซ้ำซ้อน ยังมีข่าวดีที่เป็นความหวังเล็กๆ พอจะช่วยฝ่าฟันวิกฤตนี้ให้บอบช้ำน้อยที่สุด

วุฒิ สรา