ขณะที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ประชาชนคนไทยกำลังหัวใจสลาย
ผมคงไม่ต้องเอ่ยต่อไปว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เพราะระหว่างที่คุณอ่าน เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะตราตรึงลงไปในความทรงจำของคุณเรียบร้อยแล้ว
ในโมงยามแห่งความสูญเสีย หลายคนเลือกใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นที่แสดงออกถึงความรู้สึกอาลัย และเสียใจ หลายคนที่รู้สึกเฉยๆ เมื่อแสดงออกมา ก็โดนตำหนิติเตียนกันบ้าง เพราะคนที่ได้อ่านก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ เราเริ่มได้เห็นการล่าแม่มดในโซเชียลเน็ตเวิร์ก การกำจัดความเห็นที่คิดต่างออกไป โดยใช้ถ้อยคำรุนแรงหรืออาจขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงถึงตัวบ้าง
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะพูดถึง
ส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกใจหายอย่างยิ่ง ใจหายด้วยความรู้สึกว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นฉับพลันทันด่วนพอสมควร ใจหายเมื่อคิดว่าเส้นทางต่อไปของประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไป จนกระทั่งในตอนที่เขียนอยู่นี้ ผมก็ยังรู้สึกล่องลอยคล้ายกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่จริง-แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสักวันจะต้องเกิด ก็ตาม
How do you feel right now? เสียงโนติฟิเคชั่น ของมือถือดังขึ้นเตือนผม
มันเป็นเสียงโนติฟิเคชั่นของแอพพลิเคชั่น Mood Tracker หรือแอพพ์บันทึกอารมณ์ยี่ห้อหนึ่ง ผมลงแอพพ์นี้ไว้ในเครื่องมา 3-4 เดือนแล้ว เนื่องจากรู้สึกว่าพักหลังๆ อารมณ์ของผมไม่ค่อยจะคงที่นัก มักจะขึ้นๆ ลงๆ อยู่เรื่อย บางครั้งนาทีหนึ่งสงบ อีกนาทีต่อมาก็ฉุนเฉียว บางครั้งจากเฮฮาก็ดำดิ่งกลายเป็นความเศร้าซึมได้อย่างรวดเร็ว
โดยไม่ได้พยายามในการลดความหมายของคำ-ผมกลัวว่าตัวเองจะเป็นไบโพลาร์ (Bipolar Disorder)
ผมยังไม่กล้าไปหาหมอ-อาจกลัวว่าจะพบความจริงว่าตัวเองเป็นเช่นนั้นจริงๆ แล้วไม่รู้จะเดินอย่างไรต่อไป ผมจึงทำได้ดีที่สุดเพื่อช่วยตัวเองเพียงลงแอพพลิเคชั่น Mood Tracker ไว้ในเครื่องเท่านั้น
แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะคอยถามอารมณ์ของผู้ใช้เป็นระยะๆ แล้วแต่เราตั้งเวลา เช่น อาจจะให้ถามวันละ 3 ครั้งหรือ 4 ครั้ง มันจะนำอารมณ์ที่ได้ (แล้วแต่ยี่ห้อ แต่ของที่ผมใช้ เป็นการวัดตั้งแต่ระดับ 1-10) ไปพล็อตเป็นกราฟ รวมถึงสามารถจดหมายเหตุไว้ได้ด้วยว่าที่รู้สึกอย่างนั้นๆ เพราะอะไร (เช่น อาจจดโน้ตไว้ว่า รู้สึกแย่เพราะนอนไม่พอ หรือรู้สึกดีเพราะได้ซื้อของใหม่ เป็นต้น) เพื่อให้เรามีข้อมูลในการวิเคราะห์สภาพจิตของตัวเองเพิ่มขึ้น
นอกจากจดสภาพอารมณ์และเหตุผลแล้ว แอพพลิเคชั่น Mood Tracker ที่ผมใช้ยังสามารถบันทึกได้ด้วยว่าผมมักจะรู้สึกอย่างไร ในสถานที่ไหน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก เช่น อาจจะรู้สึกแย่เสมอเมื่ออยู่บ้านคนเดียว แต่เมื่อถึงสถานที่ทำงานก็รู้สึกดีขึ้น เป็นต้น
ผมไม่แน่ใจว่าแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะได้ผลกับคนอื่นๆ ไหม แต่อย่างน้อย การที่มันเด้งขึ้นมาเตือนทุกๆ 8 ชั่วโมง ก็ทำให้ผมคุมสภาพจิตตัวเองได้ดีขึ้น เพราะผมรู้ตัวว่าผม รู้สึก อย่างไรอยู่ และรู้สึกอย่างนั้นเพราะอะไร
อย่างน้อยก็รู้ตัว เมื่อรู้ตัวก็สามารถหาวิธีจัดการได้ดีขึ้น
ในต่างประเทศ จิตแพทย์อาจใช้แอพพลิเคชั่นลักษณะนี้เพื่อสื่อสารกับผู้ป่วย เป็นเครื่องมือในการทำให้พวกเขาวิเคราะห์สภาพจิตของคนไข้ได้ละเอียดขึ้น บางแอพพลิเคชั่นนั้นก้าวล้ำมากในขนาดที่เมื่อเราอัพเดตอารมณ์ลงไป มันจะแจ้งเตือนจิตแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องทันทีหากมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเอง ทำให้ทุกคนรับรู้ได้ทันท่วงที และอาจป้องกันเหตุร้ายก่อนที่จะเกิดขึ้นได้
หลังจากใช้แอพพลิเคชั่นแบบที่ว่ามาประมาณ 3 เดือน-อย่างน้อย อารมณ์ของผมก็เหวี่ยงไปมาด้วยการกระจัดที่แคบลง จากที่เคยขึ้นสุด ลงสุด ก็กลายเป็นขึ้นและลงในช่วงแคบๆ ไม่หวือหวา
ผมคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ถึงแม้การติดตามข่าวสารจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การอยู่ห่างจากโลกออนไลน์บ้างหากมันทำให้เรารู้สึกแย่ลง รู้สึกหดหู่ ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ใครสักคนพึงทำ
และนอกจากติดตามข่าวสารแล้ว การติดตามอารมณ์ของตนก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย
เราควรรู้ว่ารู้สึกอะไร เพราะอะไร
How do you feel right now? แอพพลิเคชั่นนั้นยังถามผมอยู่บนหน้าจอ
วันนี้ผมตอบไม่ได้
มันไม่มีตัวเลือก ใจหาย ให้กด

