เมื่อเมืองไทยร้องไห้ โดย วสิษฐ เดชกุญชร

ผมเข้าไปรับราชการถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในตำแหน่งนายตำรวจราชสำนักประจำปีใน พ.ศ.2513 จนถึง พ.ศ.2524 จึงกราบถวายบังคมลาออกไปรับราชการในตำแหน่งอื่นในกรมตำรวจ รวมเวลาที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท 11 ปี หน้าที่ของนายตำรวจราชสำนักประจำ คือถวายความปลอดภัยแด่ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพราะฉะนั้นจึงมีบุญได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชกรณียกิจทั้งที่เป็นราชการและส่วนพระองค์อย่างใกล้ชิด และได้ยินพระราชกระแสรับสั่งที่ทรงพระกรุณาพระราชทานเฉพาะตัวผมนับครั้งไม่ถ้วน

ถ้าจะถามว่าอะไรเป็นสิ่งที่ประทับใจผมที่สุดเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ผมก็ตอบได้ทันทีว่าพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเป็นส่วนพระองค์เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนประทับใจผมที่สุด

ตลอดเวลา 11 ปีที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท ผมได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงตรากตรำอุทิศพระราชหฤทัยและพระวรกายให้ประชาชนอย่างหนัก ต่อเนื่อง และโดยปราศจากเงื่อนไข จะเรียกว่าทรงลุ่มหลงในพระราชกรณียกิจทั้งนั้นก็คงจะไม่ผิด

พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศโปรดการเสด็จฯ เยี่ยมประชาชน ทั้งในเมืองและในถิ่นทุรกันดารและห่างไกล สมัยนั้นการคมนาคมยังไม่สะดวก บางหมู่บ้านไม่มีถนนเชื่อมกับโลกภายนอก หรือถ้ามีถนนก็เป็นทางลำลอง ไม่ได้ลาดยาง แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ไม่เคยทรงปริวิตก ทรงพระราชอุตสาหะ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเขาจนถึงทุกหมู่บ้าน โดยรถยนต์ที่ทรงขับเองบ้างหรือโดยเฮลิคอปเตอร์บ้าง ในช่วงเวลา 11 ปีที่ผมรับใช้เบื้องพระยุคลบาทอยู่นั้น เสด็จฯ ทุกอำเภอ บางอำเภอมากกว่า 1 ครั้ง และทุกหมู่บ้านชาวเขาในภาคเหนือ

เมื่อตามเสด็จฯใหม่ๆ ผมรู้สึกพิศวงและวิตกที่เห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงคลุกคลีกับประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่ถือพระองค์ พิศวงเพราะผมนึกว่าน่าจะถือพระองค์ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ วิตกเพราะกลัวว่าการคลุกคลีกับประชาชนอย่างใกล้ชิดเช่นนั้นอาจเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีทำร้ายเบื้องพระยุคลบาทได้

แต่เมื่อศึกษาพระราชประวัติแล้ว ผมจึงได้เข้าใจว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเลี้ยงดูอบรมพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศอย่างลูกของสามัญชนคนธรรมดา มิใช่อย่างลูกเจ้า พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจึงทรง “ติดดิน” มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ไม่ทรงรังเกียจหรือกลัวราษฎร

เพราะความใกล้ชิดกับประชาชน พระเจ้าอยู่หัวจึงทรงรู้สุขรู้ทุกข์ของประชาชนดีไม่แพ้หรือยิ่งกว่ารัฐบาล ปัญหาเกี่ยวกับการครองชีพของประชาชนนั้น ถ้าทรงแก้ไขด้วยพระองค์เองก็จะทรงแก้ให้เขา ด้วยคำแนะนำ หรือด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่หากเป็นปัญหาที่ใหญ่เกินกว่าที่จะทรงด้วยพระองค์เอง ก็จะทรงพระกรุณาพระราชทานคำแนะนำหรือพระราชดำริให้รัฐบาลนำไปพิจารณาแก้ไข

ตลอดรัชกาล พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศไม่เคยทรงละเลยหรือหยุดทำงานให้ประชาชนของพระองค์ เวลาทรงพระประชวรหากพระอาการไม่หนักจริงๆ จะไม่ทรงหยุด จะเห็นได้จากแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังว่า แพทย์ผู้ถวายการรักษามักจะขอพระราชทานให้งดพระราชกิจ แม้ในแถลงการณ์ฉบับสุดท้ายก่อนเสด็จสวรรคต

ผมเขียนเรื่องนี้ด้วยน้ำตา พยายามนึกว่าการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเป็นเรื่องธรรมดา ทรงหนีความตาย ไม่พ้นเช่นเดียวกับทุกคน แต่ก็ยังอดนึกไม่ได้ว่าน่าจะทรงมีพระชนมพรรษายืนยาวกว่านี้ แต่เมื่อเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว ก็ต้องบอกตนเองว่า สิ่งที่จะทำต่อไปนี้คือถวายพระราชกุศลเป็นประจำและต่อเนื่อง และรับพระราชงานที่ทรงทิ้งเอาไว้และทำต่อ เพื่อประชาชนและเพื่อชาติ สนองพระราชปณิธานไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon