หน้าแรก คอลัมนิสต์ หมอลำยังซิ่งใ...

หมอลำยังซิ่งในยุคโควิด-19

18.03.22 | 13:00 น.

ใครจะไปคิดว่าหมอลำซึ่งเป็นการแสดงประเภทอีเวนต์ชุดใหญ่ ที่มักจะมีคนมาชุมนุมมากมายจะเป็นธุรกิจที่ไปต่อได้แม้ในช่วงภาวะวิกฤตที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งปรากฏว่ามีคณะหมอลำเกิดใหม่ถึงสี่คณะด้วยกัน จากรายงานวิจัยโครงการหมอลำกับเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของคนอีสาน ภายใต้แผนงานคนไทย 4.0 ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ของ ผศ.ดร.ศิวาพร ฟองทอง และคณะ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งศึกษาหมอลำทั้งในด้านสังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจฐานรากพบว่า ธุรกิจหมอลำกำลังก้าวไปเป็นสตาร์ตอัพประเภทเอ็นเทค (Entertainment tech) สู่แวดวงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในโลกยุคใหม่

หมอลำซิ่งของไทยไปได้ด้วยความสามารถในการปรับตัว การศึกษาของ ดร.ศิริศักดิ์ เหล่าจันขาม ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยที่กล่าวมาแล้วได้ติดตามวิวัฒนาการของหมอลำตั้งแต่อดีตมาจนถึงช่วงโควิด-19 พบว่าได้มีการปรับตัวหลายครั้ง กว่าจะพบทางออกดังเช่นปัจจุบัน

ในยุคแรกๆ ก่อนพุทธศักราช 2500 วงหมอลำจะมีหมอลำเพียงหนึ่งคน และหมอแคนหนึ่งคนแสดงบนพื้นดินและอาศัยแสงสว่างจากการจุดขี้ไต้ของชาวอีสาน เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นก็ได้พัฒนาไปเป็นหมอลำหมู่ ซึ่งมีการจัดแสดงเป็นคณะมีตัวละครประกอบ พอเข้ายุคที่ 2 หลังปี 2500-2515 รูปแบบหมอลำก็เริ่มเปลี่ยนไปโดยได้ประยุกต์เอาวิธีการแต่งกายและรูปแบบศิลปะการแสดงของลิเกภาคกลางเข้ามาผสมผสาน มีการใช้เครื่องดนตรี การแต่งหน้า แต่งตัวที่มีสีสันระยิบระยับ ยุคที่ 3 คือตั้งแต่หลังปี 2516 จนถึง 2535 เป็นยุครุ่งเรืองของวงการหมอลำเนื่องจากมีกลุ่มธุรกิจเข้ามาสนับสนุนการแสดงโดยให้ช่วยโฆษณาสินค้าและขายผลิตภัณฑ์ในงานแสดง อย่างไรก็ดี

กระแสลูกทุ่งที่เข้ามาในช่วงนี้ก็ทำให้กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของวงหมอลำ ในยุคที่ 4 เป็นยุคของการพัฒนาธุรกิจของหมอลำคือตั้งแต่ปี 2535-2559 เป็นช่วงของการเข้าสู่ธุรกิจของยุคใหม่เริ่มมีการใช้ครูที่มีความเชี่ยวชาญทางทักษะการแสดงหรือการเต้น มีการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกาย มีการใช้เวทีไฟ แสง สี เสียง มาผสมผสานกับคอนเสิร์ตหมอลำลูกทุ่งในตอนเปิดเวที เริ่มมีการใช้ระบบลิขสิทธิ์สำหรับเพลงลูกทุ่งหมอลำ มีการบันทึกเทปวิดีโอและแผ่นบันทึกเสียงลงซีดีเพิ่มรายได้ อีกช่องทางหนึ่งในยุคปัจจุบันนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นช่วงที่หมอลำเริ่มโกอินเตอร์ คือสามารถจัดกลุ่มเดินทางทำการแสดงในต่างประเทศ

ที่มา : ศิวาพร ฟองทอง และคณะ. 2565. โครงการหมอลำกับเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของคนอีสาน.

แต่เมื่อโควิด-19 ระบาดในปี 2563 หมอลำก็ถูกบังคับให้เข้าสู่โลกเสมือนเต็มตัวโดยได้เริ่มทำการไลฟ์สด มีการตั้งกลุ่มปิดที่มีการซื้อบัตรออนไลน์เพื่อเข้าชมเกิดปรากฏการณ์มอบมาลัยออนไลน์ มีการโอนเงินผ่านบัญชีของวงหมอลำ มีการเชิญเน็ตไอดอลมาร่วมในการไลฟ์สด มิหนำซ้ำยังมีการขายสินค้าพ่วงในรายการเช่น น้ำพริก อาหารแปรรูป น้ำปลาร้าปรุงสุก เป็นต้นศิลปินหมอลำก็สามารถรับงานพิเศษ เช่น ถ่ายแบบเสื้อผ้าและโฆษณาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งรับรีวิวผลิตภัณฑ์อีกด้วย ในด้านการแสดงก็มีการจัดการลดต้นทุน โดยว่าจ้างบุคคลภายนอกเข้ามารับช่วงบริการ (Outsource) มีการทำงานร่วมกับทีมวิชาการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพื่อศึกษา Feedback จากผู้รับชม และนำมาปรับปรุงการผลิตการแสดงให้กระชับมากขึ้น ในขณะที่วงดนตรีลูกทุ่งหรือลิเกภาคกลางต้องหยุดพักวงหรือเลิกกิจการไป วงหมอลำในอีสานกลับสามารถปรับตัวให้อยู่รอด อีกทั้งยังก่อให้เกิดภาคธุรกิจและอาชีพใหม่แตกแขนงออกมาอย่างมากมาย เช่น สตูดิโอ ทีมถ่ายทอดสด การจัดการเพจ และสื่อสังคมออนไลน์ การออกแบบการแสดง การจ้างแดนเซอร์แบบฟรีแลนซ์ เป็นต้น

Advertisement

คณะหมอลำได้เข้าสู่โลกเสมือนหรือโลกดิจิทัลโดยใช้ช่องทาง YouTube และ Facebook รวมทั้งการใช้ซูมเพื่อให้ผู้ชมได้พบปะกับศิลปินอย่างใกล้ชิด ส่วนการแสดงก็มีทั้งผ่านระบบถ่ายทอดสดหรือไลฟ์สตรีมโดยผู้ชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับนักแสดงผ่านข้อความ live messenger การชมวงหมอลำก็ปรับจากการได้ชมปีละครั้งเดียวในท้องถิ่นให้กลายเป็นปีละหลายครั้ง แล้วเข้าชมได้จากทุกที่ทุกเวลา การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้เกิดแฟนคลับรุ่นใหม่และแม่ยกต่างประเทศมากขึ้น

หมอลำในอนาคตหรือหมอลำ 4.0 หลังจากโควิด-19 สงบลงแล้วก็คงจะเป็นคณะหมอลำไฮบริดคือ มีทั้งการแสดงออนไซต์และออนไลน์ ธุรกิจหมอลำก็จะพัฒนาเป็นธุรกิจมืออาชีพมากขึ้น สามารถเปิดการแสดงทั้งปีและไม่มีการหยุดพักการแสดงในช่วงฤดูกาลฝนอีกต่อไป

ประสบการณ์ของหมอลำเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจและน่าจะเผยแพร่แลกเปลี่ยนให้กับอุตสาหกรรมอื่น เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ซึ่งก็มีลักษณะเป็น One time product คือมีนักท่องเที่ยวมาเยือนครั้งเดียวแล้วก็จากไป ไม่มีแฟนคลับ แต่แหล่งท่องเที่ยวหรือชุมชนท่องเที่ยวอาจสามารถสร้างแฟนคลับของตนได้ แต่ต้องมีตัวชูโรง มีผู้เล่าเรื่องซึ่งเป็น YouTuber หรือ Influencer online มีการประสานสัมพันธ์ติดต่อกับแฟนคลับผ่านตัวชูโรงในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งอาจใช้ดาราหรือเซเลบที่เป็นคนที่เกิดในท้องถิ่นนั้น หลายพื้นที่ก็อาจจะมีเด็กน้อยน่ารัก หรือใช้ตัวชูโรง เช่น ช้าง หรือแม้แต่แมวและสุนัข เช่น อุทยานแห่งชาติอาจจะเอากล้องวิดีโอไปถ่ายนกเงือกในรังที่กำลังป้อนลูก แหล่งท่องเที่ยวยังสามารถขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้ตลอดปีผ่านช่องทางออนไลน์ แหล่งท่องเที่ยวประเภทท่องเที่ยวชุมชนยังสามารถที่จะมีรายการสอนทำขนมและอาหารออนไลน์ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่น หรือมีการแสดงและขายชุดสินค้าหัตถกรรมประเภท Do it yourself หรือประเภทสินค้าหัตถกรรมสำเร็จรูปต่างๆ ตัว Youtuber และ Influencer เองก็ต้องทำหน้าที่เรียกแขกและสื่อสารกับแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจยุคใหม่จึงเป็นผลของการประกอบสร้างและผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจฐานราก

เชิญชวนทุกท่านที่สนใจมารับชมรับฟังการแสดงหมอลำในยุคหลังโควิด-19 และผลการศึกษาเรื่องหมอลำผ่าน Facebook ช่อง Meephean group วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 13.30 น.เป็นต้นไป