หน้าแรก คอลัมนิสต์ อนุสนธิจากควา...

อนุสนธิจากความทรงจำถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

19.10.16 | 12:30 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศของเรานั้นทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในภาคอีสาน โดยใช้เวลาทั้งหมดถึง 19 วัน ในการเสด็จพระราชดำเนินจนครบทุกจังหวัด ใน พ.ศ.2498 (เมื่อ 60 ปีที่แล้ว)

ทั้งนี้ การเดินทางไปในภาคอีสานเวลานั้นไม่สะดวกสบายอย่างทุกวันนี้เลย เพราะว่าถนนส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นถนนลูกรังอยู่ทั่วไป

สำหรับการเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรในภาคอีสาน ซึ่งรวมถึงจังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช อันเป็นบ้านเกิดของผู้เขียน เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2498 นั้น เป็นสิ่งที่ผู้เขียนไม่มีวันลืมได้เลย เพราะเป็นการได้ “เฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง” รวมถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นครั้งแรก

ในครั้งนั้น ผู้เขียนมีอายุได้ 7 ขวบ อันเป็นช่วงที่สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จำได้ว่าในครั้งนั้น แต่ละบ้านในเมืองโคราช มีการตั้งโต๊ะรับเสด็จกันอย่างเอิกเกริก ซึ่งการตั้งโต๊ะรับเสด็จนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนกระทำกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในเวลาที่พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกเยี่ยมเยียนราษฎร หากประชาชนคนใดที่ทราบว่าพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ผ่านมาทางบ้านของตนก็จะจัดแจงตั้งโต๊ะบูชาขึ้นเพื่อรับเสด็จ

ความทรงจำที่ผู้เขียนปลื้มปีติมากที่สุดก็คือ เมื่อผู้เขียน (7 ขวบ) ได้นำช่อดอกไม้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้น ส่วนอีกความทรงจำหนึ่งที่จารึกในดวงใจของผู้เขียนมาโดยตลอด ก็คือเมื่อผู้เขียนได้รับฟัง
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่บุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันพุธที่ 4 ธันวาคม 2539 อันเป็นปีที่ทรงครองราชย์มาครบ 50 ปี (ตอนนั้นผู้เขียนอายุ 48 ปี) มีความบางตอนที่ผู้เขียนขออัญเชิญมาลงไว้ดังนี้

Advertisement

“ถ้าพูดถึง 50 ปี คนที่อายุ 50 ปัจจุบันนี้ ที่อยู่ในที่ประชุมนี้ก็มี คนที่อายุ 50 ปีพอดีหรือน้อยกว่า มีเป็นจำนวนมาก อ้างไม่ได้ว่าได้เห็นว่ารัชกาลที่ 9 เริ่มต้นอย่างไร จำไม่ได้ ไม่มีทางจำได้เพราะว่าเพิ่งเกิด แม้คนที่เป็นผู้ใหญ่ ก็อาจจะยังจำไม่ได้ เพราะว่าเมื่อ 50 ปี นอกจากผู้ที่อายุมาก ส่วนมากก็ยังเป็นเด็ก ถ้าเป็นข้าราชการ อายุยังไม่ถึง 60 ปี ก็หมายความว่าต้องอายุน้อยกว่า 10 ปี ส่วนมากข้าราชการผู้ใหญ่ก็อายุราว 58-59 ก็หมายความว่า เวลานั้นอายุ 8-9 ขวบ ซึ่งอาจจะยังไม่ทราบดีว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ฉะนั้นอาจจะไม่เห็นว่าใน 50 ปี
ประเทศมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงมากในทางที่ดีก็มี ในทางที่ไม่ดีก็มีเหมือนกัน ฉะนั้น นึกว่าการที่ฉลอง 50 ปีของรัชกาลปัจจุบัน ก็น่าจะได้ค้นคว้าว่าวิวัฒนาการของประเทศเป็นมาอย่างไร และต่อไปจะใช้เป็นบทเรียนว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป

มีคนพูดว่านี่ผ่านมา 50 ปีแล้ว ขออีก 50 ปี อีก 50 ปีจะฉลองอีกทีหนึ่ง หมายความว่าจะเป็น 100 ปี 100 ปีนั้น คำนวณดู ข้าพเจ้าอายุ 118 อายุ 118 นี้มีความสำคัญอยู่ เพราะว่ามีคนที่เกิดในปี 2489 เขาก็ภูมิใจว่า เขาเป็นคนแผ่นดินเดียว แล้วเขาบอกว่าเขาอยากเป็นคนแผ่นดินเดียว แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็อยากอายุยืนเหมือนกัน เขาบอกว่าเขาอยากอายุ 100 ปี
แต่ว่าถ้าเขาอายุ 100 ปี ก็จะต้องให้พระเจ้าอยู่หัวอายุอย่างน้อย 118 ฉะนั้นเราก็จะต้องมีอายุ 118 อย่างน้อย เพื่อที่จะให้ผู้นั้นสามารถที่จะมีอายุ 100 ปี ตามปณิธานของเขา ก็เลยทำให้นึกว่าต้องอยู่อีก 50 ปี อีก 50 ปี ใครจะอยู่ก็ไม่ทราบ แต่ว่าจะต้องมีชุมนุมนี้ ต้องมีเมื่ออายุ 117 ปี กับ 364 วัน แล้วก็ไม่ทราบว่าใคร ใครเหนียวอยู่ก็มาได้

ตอนนั้นถ้าถามว่าเมื่อ 50 ปีเป็นอย่างไร ท่านผู้นั้นก็สามารถที่จะเล่าให้ฟัง หรืออาจจะต้องปรึกษาหารือกัน เพราะว่าป่านนั้นอาจจะหลง อาจจะพูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะมันนาน แต่รู้เรื่องหรือไม่ อาจจะคุยกันสนุกว่าเมื่อ 50 ปี มาทำอะไร อย่างนี้คนที่อยู่ในที่นี้ ทั้งข้างในทั้งข้างนอก อีก 50 ปี ก็เข้าใจว่ามีหลายคนที่ยังอยู่ได้ และจำได้ว่าสภาพและสถานการณ์ของบ้านเมืองเป็นอย่างไร…”

สําหรับผู้อ่านที่เป็นคนรุ่นใหม่วัยอ่อน (กว่าผู้เขียน) อาจจะไม่เข้าใจว่าแผ่นดินเดียวนั้นคืออะไร ก็จะขออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า สำหรับชาวไทยนั้นถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็น “พระเจ้าแผ่นดิน” คือ เป็นเจ้าของแผ่นดินทั้งหมดที่อยู่ภายในพระราชอาณาจักร ดังนั้น ประชาชนที่มีชีวิตอยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลใดก็นับว่าเป็นคนของแผ่นดินนั้น

อย่างเช่น แม่พลอย ตัวละครเอกในเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นั้น ท่านกำหนดให้เกิดเมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเสียชีวิตลงในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ดังนั้น แม่พลอยจึงเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ในสี่แผ่นดิน

ผู้เขียนเองได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศในวันนั้นเมื่อ 20 ปีมาแล้วที่จะพยายามที่รักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่จนถึง พ.ศ.2589 ซึ่งถือเป็นปณิธานชีวิตของผู้เขียนเลยทีเดียว

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น