ปุ๋ยเคมี เป็นสินค้าอีกตัวหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ราคาแพงขึ้น
ด้วยเพราะรัสเซียส่งออกปุ๋ยเคมี เป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากแคนาดา และเมื่อ 3 มีนาคมที่ผ่านมา รัสเซียประกาศห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีทั้งหมด ขณะที่ประเทศผู้ผลิตปุ๋ยเคมีอื่นๆ ก็สต๊อกไว้ใช้ในประเทศของตัวเองมากขึ้น ทำให้ราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะยูเรีย ราคาพุ่งกว่า 200%เมื่อราคาปุ๋ยแพงขึ้นเกษตรกรไทย จึงต้องได้รับผลกระทบไปเต็มๆ แม้สินค้าเกษตรบางตัวจะมีราคาสูงขึ้น แต่เมื่อปุ๋ยเคมีซึ่งเป็นต้นทุนในการเพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 20 มีราคาแพงขึ้น จึงทำให้รายได้ หรือกำไรลดลง
ไม่ต้องพูดถึงสินค้าเกษตรหลายตัวที่ราคาตกต่ำ เมื่อเจอปุ๋ยแพงทำให้ขาดทุนยับเยิน
ประเทศไทยนำเข้าแม่ปุ๋ยเคมีประมาณ 5 ล้านตัน มูลค่าร่วม 5 หมื่นล้านบาท โดยไทยนำเข้าปุ๋ยกว่า 90% และเป็นการนำเข้าแม่ปุ๋ยถึง 55.9% ของการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมด
เมื่อราคาปุ๋ยแพงขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ปัญหาด่วน
แนวทางที่จะดำเนินการ คือ ขอให้เอกชนตรึงราคา แต่คงอั้นไม่อยู่ โดยเอกชนทยอยยื่นขอปรับราคาแล้ว หากจะให้ตรึงราคา เอกชนขาดทุนก็คงหยุดกิจการ ก็จะส่งผลให้ปุ๋ยขาดแคลนมากและทำให้ราคาสูงขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ ก็มีเจรจานำเข้าแม่ปุ๋ยจากจีน และซาอุดีอาระเบีย มาทดแทน เพื่อบรรเทาผลกระทบ
อีกทั้งเร่งผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี
นั่นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการแก้ปัญหาระยะยาว โดยส่งเสริมการใช้ “ปุ๋ยสั่งตัด” อย่างจริงจังและแพร่หลายมากขึ้น
“ปุ๋ยสั่งตัด” มีการวิจัยมานานกว่า 25 ปีแล้ว เป็นผลงานของ ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร
“ปุ๋ยสั่งตัด” คือการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ของดิน โดยจะมี ตรวจสอบข้อมูลชุดดิน ด้วยชุดตรวจสอบอย่างง่ายหรือ Test Kit หาค่า N (ไนโตรเจน), P (ฟอสฟอรัส) และ K (โพแทสเซียม) เมื่อทราบค่าที่เหมาะสม เกษตรกรก็สามารถซื้อแม่ปุ๋ย คือ N-P-K มาผสมและใช้ในพื้นที่ให้เหมาะสม
มีการทดลองนำร่องใช้ในพื้นที่ต่างๆ เป็นระยะและได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังไม่เป็นที่นิยมของเกษตรกรมากนัก เนื่องจากมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าใช้ปุ๋ยเคมีสำเร็จรูป
แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรยังส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยสั่งตัดมากขึ้น
เมื่อปี 2558 จัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) 882 แห่งทั่วประเทศ หรืออำเภอละ 1 แห่ง มีสมาชิก ศดปช. 17,640 ราย เนื้อที่เพาะปลูก 109,312 ไร่ ผลปรากฏว่า ช่วยลดค่าปุ๋ยเคมีได้ 38 ล้านบาท หรือค่าปุ๋ยเคมีลดลง 26.2% ขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น 10.1%
ต่อมา ปี 2563 มีโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน โดยมี ศดปช.ที่เข้าร่วมโครงการ 394 ศูนย์ ใน 63 จังหวัด
แต่ละศูนย์จะได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ชุดตรวจวิเคราะห์ดิน และแม่ปุ๋ย รวมทั้งให้ยืมเครื่องผสมปุ๋ย ให้เกษตรกรนำไปผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเองเพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้เหมาะสมกับดินและชนิดพืช ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี
มีเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ประมาณ 107,000 รายเข้าร่วม แต่นับว่าน้อยมากจากเกษตรกรไทยที่มีกว่า 25-30 ล้านคน
ดังนั้น รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น โดยส่งเสริมด้านต่างๆ ให้เกษตรกรใช้ “ปุ๋ยสั่งตัด” อย่างกว้างขวาง จะช่วยลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งทำให้ผลผลิตเพิ่มและมีคุณภาพมากขึ้น…เป็นอีกอาวุธหนึ่งที่จะนำมาสู้ในยุคปุ๋ยแพง
วุฒิ สรา

