หน้าแรก คอลัมนิสต์ เหตุเกิดที่ถน...

เหตุเกิดที่ถนนนรา(ธิวาสฯ)วิพากษ์

6.04.22 | 10:06 น.
เหตุเกิดที่ถนนนรา(ธิวาสฯ)วิพากษ์

เหตุเกิดที่ถนนนรา(ธิวาสฯ)วิพากษ์

การวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับโครงการพัฒนาสวนสาธารณะตามแนว คลองช่องนนทรี เงียบหายไปแล้วตามกระแสคลองเกาหลีที่กรุงเทพฯ

ที่จริงการโต้แย้งครั้งนั้น น่าจะเป็นนิมิตหมายดีที่ไม่เคยมีมาก่อนในบ้านเรา ด้วยทั้งสองฝ่ายต่างเป็นผู้นำทางความคิดในด้านการพัฒนาเมือง มีผลงานเป็นที่รู้จักกว้างขวางโดยเฉพาะสังคมออนไลน์ อีกทั้งเป็นแบบอย่างการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ จะได้ไม่เกิดเรื่องอื้อฉาวแบบเสาไฟกินรีที่เป็นข่าวในหลายจังหวัด ยิ่งโครงการพัฒนาคลองช่องนนทรี กรุงเทพฯ ที่นำไปเทียบกับโครงการพัฒนาคลองชองเกชอน กรุงโซล สวนสาธารณะแคบยาวเก้ากิโลเมตร มูลค่าสูงเกือบพันล้าน ยิ่งจำเป็นต้องตั้งคำถามถึงความเหมาะสมทั้งทางภูมิสถาปัตยกรรม ระบบวิศวกรรม การพัฒนาเมือง

ผู้เขียนจะไม่ร่วมวิพากษ์ แต่อยากให้ข้อมูลในฐานะที่เป็น สว.ผู้พำนักอาศัยริมคลองช่องนนทรีมานานหลายปี

คลองช่องนนทรีนั้นเป็นคลองโบราณ เคยเป็นทางสัญจรของผู้คนในท้องทุ่งบางคอแหลม ด้วยสภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดเคี้ยวไปมา โดยเฉพาะคุ้งน้ำใหญ่ทางตอนใต้ ทำให้เรือที่จะเข้าพระนครต้องอ้อมวนล่าช้าเสียเวลา เป็นเหตุให้มีการปรับแต่งแนวคลองช่องนนทรีให้เป็นคลองลัดจากแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้ ผ่านท้องทุ่งขึ้นเหนือมาจนถึงคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้สำเพ็งย่านค้าขายสำคัญในอดีต

Advertisement
เหตุเกิดที่ถนนนรา(ธิวาสฯ)วิพากษ์
แผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ.2453 แสดงแนวคลองช่องนนทรี

ภายหลังการขุดคลองตรง หรือคลองหัวลำโพง คลองลัดใหม่เริ่มตรงคลองพระโขนงที่อยู่ใต้ลงไป มีขนาดกว้างและเป็นแนวตรงมากกว่า จึงทำให้การสัญจรผ่านคลองลัดช่องนนทรีลดลง

แม้บทบาททางสัญจรทางน้ำเปลี่ยนไป แต่คลองช่องนนทรียังคงเป็นทางระบายน้ำหลักลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่เมื่อมีการขุดคลองสีลมและสาทร ช่วยระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเร็วขึ้น คลองช่องนนทรีช่วงตั้งแต่คลองตรง หรือคลองหัวลำโพง จนถึงถนนสี่พระยา จึงเริ่มตื้นเขินกลายเป็นคูน้ำขนาดเล็กจนเรียกขานว่าคลองหัวลำโพงแทนคลองหัวลำโพงเดิมที่ถูกถมไป เมื่อขยายถนนพระรามที่สี่ เหลือแต่คลองช่วงตั้งแต่ถนนสี่พระยา ผ่านถนนสีลมและถนนสาทร ไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังมีอาคารบ้านเรือนหนาแน่นทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะหมู่บ้านอาคารสงเคราะห์ โครงการบ้านจัดสรรแรกของไทยที่เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2504

เพื่อแก้ปัญหาการจราจร กรุงเทพมหานครจึงมีโครงการถนนเลียบคลองช่องนนทรี เพื่อระบายรถออกจากถนนสุรวงศ์ สีลม และสาทร โดยผนวกรวมกับโครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากศูนย์กลางธุรกิจ อาศัยแนวคลองช่องนนทรีเป็นทางระบายน้ำเสียไปยังโรงบำบัดน้ำเสียที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะเดียวกัน ยังกำหนดให้คลองช่องนนทรีเป็นท่อระบายน้ำแบบเปิดขนาดใหญ่ และทำหน้าที่เป็นแก้มลิงรองรับน้ำรอระบายในฤดูฝน ด้วยเหตุนี้ ทำให้พื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจสีลมสาทรไม่เคยมีปัญหาน้ำท่วมเหมือนพื้นที่อื่น เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และต้องบูรณาการหลายเรื่อง ทั้งการจราจร การระบายน้ำฝน และระบายน้ำเสีย กรุงเทพมหานครจึงต้องใช้เวลานานกว่ายี่สิบปี จนมาเป็นคลองช่องนนทรีที่เห็นในปัจจุบัน เริ่มตั้งต้นที่ถนนสุรวงศ์ ตัดผ่านถนนสีลม ถนนสาทร ตรอกจันทน์ (ในอดีต) หรือถนนจันทน์ (ปัจจุบัน) ลอดใต้ทางด่วนสายท่าเรือ-บางโคล่ ไปสิ้นสุดที่ถนนพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ถนนสองฝั่งคลองช่องนนทรีกว้างแปดช่องทางจราจร ผิวถนนเป็นคอนกรีตทั้งสาย มีทางเท้า ท่อระบายน้ำ สายและเสาไฟฟ้า โทรศัพท์ และท่อประปาพร้อม เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยผู้ว่าฯ พิจิตต รัตตกุล จึงมีการปลูกต้นนนทรีริมถนน และต้นพิกุลริมคลอง รวมทั้งเฟื่องฟ้าและไม้พุ่มอื่นอีกมากมาย จนกลายเป็นถนนร่มรื่นสวยงามตลอดทั้งสาย ความงดงามของถนนสายใหม่ทำให้ได้รับพระราชทานนามว่า ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ การตัดถนนสายใหม่ยังเป็นการเปิดพื้นที่รองรับการพัฒนา จากเดิมเป็นอาคารบ้านเรือน โรงงาน และคลังสินค้า ที่ต่อเนื่องมาจากถนนจันทน์ ซอยสวนพลู ซอยเซนต์หลุยส์ โดยเฉพาะหมู่บ้านอาคารสงเคราะห์ มีการปรับเปลี่ยนเป็นอาคารขนาดใหญ่ จนชาวบ้านเรียกขานกันเองว่า ถนนสาทรตัดใหม่ ต่อมากรุงเทพมหานครให้สัมปทาน บริษัท บางกอก ทรานซิส ซิสเท็ม จำกัด หรือบีทีเอส (ปัจจุบันคือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)) สร้างและบริการขนส่งระบบรางลอยฟ้า โดยผ่านถนนสีลม เลี้ยวผ่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนเข้าสู่ถนนสาทรไปสิ้นสุดในตอนแรกที่สะพานตากสิน 9 แต่ในปัจจุบันขยายไปจนถึงบางหว้านั้น วิศวกรโครงการมักง่าย นอกจากจะออกแบบให้เสารองรับรางและสถานีปักลงกลางคลองแล้ว ยังยกระดับฐานรากคอนกรีตขนาดใหญ่ หนาสองสามเมตรขึ้นมาเหนือคลอง เกิดเป็นก้อนคอนกรีตมหึมา ขวางหูขวางตาให้คนหงุดหงิดมาจนทุกวันนี้

เหตุเกิดที่ถนนนรา(ธิวาสฯ)วิพากษ์

สมัยผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ยังอุตริเปิดบริการรถประจำทางบีอาร์ที เชื่อมต่อจากสถานีช่องนนทรีไปจนถึงสะพานกรุงเทพฯ โดยยึดหนึ่งช่องจราจรของถนนนราธิวาสราชนครินทร์ด้านริมคลองเป็นทางเฉพาะ ส่งผลให้ผิวจราจรที่เคยกว้างขวาง แคบลง อีกทั้งยังต้องปรับผิวจราจรให้สูงเพื่อรองรับรูปแบบรถประจำทาง ที่บริษัทดันไปเลือกแบบไม่ธรรมดา อีกทั้งยังมีการสร้างสถานีคร่อมคลองและถนนเป็นระยะนั้น ทำให้ต้นไม้ริมคลอง ริมถนน หายไปบ้าง ที่สำคัญเสียผิวจราจรเพียงเพื่อให้รถประจำทางวิ่งคันเดียวนานๆ ครั้ง ทุกวันนี้ กิจการเดินรถไม่ได้ผลตามแผน แต่เมื่อบรรดาผู้บริหารหมดวาระ หมดหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็แค่ทู่ซี้ดำเนินการไปวันๆ หลายปีที่ผ่านมา บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ยังมีงานก่อสร้างย้ายสายไฟลงใต้ถนน ทำให้ต้องขุดเจาะในเวลากลางคืน ทำให้การจราจรชะงักงันเป็นที่รำคาญใจมานานเป็นปี ยังมีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองช่องนนทรี ช่วงถนนสีลมถึงถนนสุรวงศ์ มีการสร้างลานกิจกรรมคร่อมคลอง ติดตั้งประติมากรรมสีลมโลหะ และพีระมิดพลาสติก ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้เห็น มาถึงโครงการล่าสุด คือ โครงการสวนสาธารณะพันล้าน ของกรุงเทพมหานคร ที่ผู้ว่าฯชั่วคราวแต่อยู่นานหลายปี อัศวิน ขวัญเมือง มีโอกาสประกาศถึงความยิ่งใหญ่ โครงการกรุงเทพฯเขียว ภูมิสถาปนิกผู้ออกแบบก็วาดฝันจะสู้กับคลองชองเกชอน ของกรุงโซล จนนักพัฒนาเมืองชื่อดังออกมาโต้แย้งว่าเป็นโครงการดิสนีย์แลนด์ของคนออกแบบ เป็นสวนสนุกของผู้ว่าฯ แต่เป็นทุกข์ของชาวบ้าน จากพื้นที่ที่เคยสวยงามด้วยคลองและต้นพิกุล กลายเป็นลานคอนกรีต บันได สวนสนุกคร่อมคลอง ต้นไม้ที่ย้ายมาเหี่ยวเฉา ไม่ตาย ไม่โต ไม่เขียว ไม่ร่มรื่น มีฉากหลังกำแพงปูนหลากสีไว้ให้ถ่ายรูป

เรื่องที่เคยอ้างว่า จะย้ายต้นพิกุลชั่วคราวแต่ก็ไม่ได้นำกลับมาปลูกใหม่ ยังมีการตอกเสาเข็มรองรับฮาร์ดสเคป ทั้งริมคลอง กลางคลอง โครงการนี้ยังเร่งรีบสร้างอ้างว่าจะเป็นของขวัญคริสต์มาสให้คนกรุงเทพฯ แต่ที่จริงคงคิดหวังผลในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่จะมาถึงเร็วๆ นี้ จึงมีแค่แถลงการณ์ของโฆษกกรุงเทพฯ โดยไม่ได้พูดถึงงบประมาณ วิธีการ และผลกระทบด้านอื่นๆ อีกทั้งขาดประชาพิจารณ์ หรือประชาสัมพันธ์ในยุคที่ประชาชนอยากรู้อยากเห็น และพร้อมจะวิพากษ์วิจารณ์ในโลกดิจิทัล

 

ที่จริงเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวันในประเทศสารขัณฑ์ ไทยแลนด์ และเกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาค ประชาชนก็ไม่ค่อยสนใจ นักวิชาการเลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น โครงการจึงเดินหน้าไป เว้นแต่จะมีข่าวคอร์รัปชั่น หรือผลงานน่าเกลียดเหมือนเสาไฟฟ้า

บังเอิญว่า โครงการนี้เป็นโครงการกลางเมือง กลางศูนย์กลางธุรกิจของประเทศ เป็นโครงการระดับพันล้าน ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก อยู่ใกล้หูใกล้ตานักวิชาการชั้นนำ จึงนำมาถึงข้อวิพากษ์ต่างๆ อยากให้คิดบวก ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับเมืองไทยก็แล้วกัน ที่น่าสงสารคงจะเป็นคลองช่องนนทรี ที่ถูกกระทำทั้งดีทั้งร้ายตลอดมา ถ้าเป็นคน คงจะมีนักวิชาการอ้างสิทธิมนุษยชน แต่พอเป็นคลอง เลยไม่มีใครอ้างสิทธิมนุษยคลองบ้าง