ไปยืนเฝ้าบูธ สำนักพิมพ์มติชน A16 ที่สถานีกลางบางซื่อ ในงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 50 มา 2 วัน
ทั้งยืนทั้งเดินจากบูธไปเวทีกลาง จากเวทีกลางมาบูธ ได้ออกกำลังกายดีชะมัด
ระหว่างเดินทางรู้สึกปลื้มใจกับคนไทยที่แห่กันไปหาหนังสืออ่านกันคึกคัก
ใครบอกว่าหนังสือจะดิ่งเหว งานนี้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
แม้ออนไลน์จะเข้ามาทำให้วงการหนังสือช็อก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อคนได้รู้ว่าการอ่านจากออนไลน์กับการอ่านหนังสือนั้นผิดแผกแตกต่างกัน
คนก็จะกลับมาอ่านหนังสือ
เวทีเสวนาเรื่อง “เล่นแร่ แปลภาพ ประวัติศาสตร์สยามจากเบื้องหลังภาพถ่าย” นายนักรบ มูลมานัส บอกกล่าวถึงเรื่องนี้ได้ชัดเจน
หนังสือแต่ละเล่มที่ออกมานั้น ได้ผ่านการกลั่นกรอง การออกหนังสือแต่ละเล่มต้องผ่านกระบวนการมากมาย
จากนักเขียนที่นำเสนอจากประสบการณ์และการค้นคว้า ผ่านกองบรรณาธิการที่ช่วยเสริมเติมแต่ง และตรวจสอบความถูกความผิด
ผ่านการจัดหมวดหมู่แบ่งบทเพื่อให้อ่านงานเข้าใจ รูปเล่มที่ออกแบบ การเลือกกระดาษ และอื่นๆ ที่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกมาเพื่อให้เหมาะกับการอ่าน
การเฝ้าบูธยังมีโอกาสได้พบปะกันผู้ทรงภูมิหลายคนที่แวะเวียนมาอุดหนุน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 8 เดินเข้าบูธ
นายชัชชาติบอกว่า หนังสือคือการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง คือ การเพิ่มข้อมูลในสมองให้สามารถคิดใหม่ คิดแตกต่าง
อีกตอนหนึ่งนายชัชชาติเชื่อว่า คนไทยอ่านหนังสือ แต่ไม่รู้จะไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร คนไทยมีพลังเยอะแยะที่จะค้นคว้า หาความรู้ สุดท้ายมันต้องมีที่ให้เขาปลดปล่อยพลังและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้
ความคิดของนายชัชชาติสอดคล้องกับอีกหลายคนในเรื่องการอ่านหนังสือ
งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งนี้ก็พิสูจน์ว่าคนไทยต้องการอ่าน
งานสัปดาห์หนังสือฯ จะมีไปถึงวันที่ 6 เมษายน แต่หนังสือยังมีให้อ่านต่อไปเรื่อยๆ
ตอนขากลับจากงานสัปดาห์หนังสือ แวะเวียนผ่านบูธของ กศน.ที่เปิดรับบริจาคหนังสือ ทำให้นึกถึงนิทรรศการด้านหน้าที่บอกว่า หนังสือที่มีการบริจาคนั้น 70 เปอร์เซ็นต์ไม่มีคุณภาพ
อดคิดถึงเด็ก เยาวชน และคนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทยไม่ได้ว่า พวกเขาและเธอจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือใหม่ๆ กันบ้างไหม
เรื่องเช่นนี้น่าคิด ถ้ารัฐบาลจะสร้างคน จำเป็นต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการอ่าน
หนังสือที่มีความสำคัญต่อการอ่านนั้นมีความสำคัญ
การพัฒนาออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการอ่านทางโซเชียลนั้นทำไปเลย ไม่มีใครห้าม
แต่การสนับสนุนการอ่านหนังสือในชุมชนหมู่บ้านที่เคยมีมาก่อนหน้านั้นไม่ควรจะยกเลิก
ได้ข่าวว่ารัฐบาลเคยยกเลิกอุดหนุนหนังสือท้องถิ่นไปด้วยความคิดผิดๆ
วันนี้น่าจะหวนกลับมาทบทวนกันใหม่
การลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษานั้นสำคัญ
การลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสการอ่านก็สำคัญ
ยิ่งในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ยิ่งมีความสำคัญมากๆ
หวังว่าต่อแต่นี้ไป การส่งเสริมการอ่านหนังสือจะเป็นอีกหนึ่งภารกิจ
ภารกิจที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจทำให้เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

