สถานีคิดเลขที่ 12 : แผลลึกในใจ

12.04.22 | 09:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : แผลลึกในใจ เหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน ที่แยกคอกวัว

เหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน ที่แยกคอกวัว และเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่แยกราชประสงค์ แม้จะผ่านมาแล้ว 12 ปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แกนนำคนเสื้อแดง ทั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต่างจัดเวทีรำลึก

แม้ทั้ง 2 คนจะแยกเวทีกันจัด แต่วัตถุประสงค์ยังคงเป็นการรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าว

เช้าวันรุ่งขึ้นมีกระแสข่าวว่า นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ซึ่งเสียชีวิตที่แยกคอกวัวก็ออกมาโพสต์

ทั้งฝ่ายรัฐ และฝ่ายผู้ชุมนุม ต่างไม่มีใครลืมเหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดครั้งนั้น

Advertisement

ขณะที่การเยียวยาคือการเสาะแสวงหาข้อเท็จจริง

ณ วันนี้สอบถามแล้วได้ความไหมว่า ใครคือคนที่ลงมือกระทำต่อ พล.อ.ร่มเกล้า

คำตอบคือ มีการฟ้องร้องแล้ว และศาลได้ยกฟ้องไปแล้ว

ขณะที่ผู้ดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงล่ะ

คำตอบคือ มีเอกสารหลักฐาน มีการฟ้องร้อง แต่เรื่องยังค้างคา เพราะติดขัดตรงข้อกฎหมาย

เมื่อทุกอย่างเป็นเช่นที่ปรากฏ ถามว่า กระบวนการยุติธรรมได้เยียวยาอะไรกับคนกลุ่มนั้นได้บ้าง

ทุกคนที่ติดตามสถานการณ์ล้วนมีคำตอบ

ภายในงานรำลึก 12 ปี เหตุการณ์ 10 เมษายน มีผู้ตั้งข้อสงสัยต่อยุทธศาสตร์ 20 ปีของ คสช.

มีการนำเอา 20 ปีที่ คสช.ต้องการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินเอาไปผูกโยงกับอายุความทางคดี 20 ปี

ในงานรำลึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงประกาศใช้เวลาที่เหลืออีก 8 ปีของอายุความดำเนินการต่อไป

เหมือนดั่งที่เอ่ยไว้ว่า คดีความเกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารคนเสื้อแดงนั้นมีการดำเนินการแล้ว

มีคำพิพากษาถึงทิศทางที่กระสุนยิงเข้าใส่เหยื่อ มีความพยายามฟ้องร้อง

แต่ก็มีข้อกำหนดกฎหมายที่ทำให้คดีไม่สามารถก้าวต่อไปได้

คดีที่มีการสอบสวน มีการกล่าวหา จึงค้างเติ่ง ไม่มีการพิสูจน์ความจริง และคำตัดสินสุดท้าย

ทุกอย่างจึงตกอยู่ในอาการ “คาใจ”

ทั้งที่หลายครั้งที่ประเทศไทยแสวงหาหนทางแห่งความปรองดอง มักจะมีข้อเสนอเรื่อง “ค้นหาข้อเท็จจริง” ปรากฏเป็นหนึ่งในกระบวนการเยียวยาเหยื่อ

ทั้งที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งหลังการรัฐประหารมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว

เหลืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชุดปัจจุบันจะครบวาระ และต้องเลือกตั้งกันใหม่

แต่ดูเหมือนกระบวนการ “ค้นหาความจริง” จากเหตุการณ์เมื่อปี 2553 ยังคงเหมือนเดิม

เข้าใจว่าปีหน้าและปีต่อๆ ไป เมื่อถึงวันที่ 10 เมษายน ทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง และฟากฝั่งของ พล.อ.ร่มเกล้า ก็ต้องออกมารำลึก

และบ่งบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วยความเศร้า

บาดแผลในหัวใจของผู้ถูกกระทำยังคงมีต่อไป

ความพยายามเยียวยามีแต่วิธีการแต่ทำไม่สำเร็จ

ภาครัฐคงอยากให้กาลเวลาเป็นยารักษาบาดแผลดังกล่าว

แต่ระยะเวลา 12 ปีจากเหตุการณ์เมื่อปี 2553 และหากย้อนกลับไปมองเหตุการณ์เดือนพฤษภาทมิฬ หรือเหตุการณ์ตุลาคม 2516

แม้กาลเวลาจะทำให้สังคมเว้นระยะการเอ่ยถึงความเจ็บปวดของเหยื่อ

แต่สำหรับเหยื่อแล้ว ยังคงความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา

เมื่อความจริงยังไม่กระจ่าง คดีความยังไม่มีคำตัดสิน

ทุกอย่างยังคงค้างคา

แผลลึกอยู่ในใจยังคงอยู่ อยู่ต่อไปอีกนานแค่ไหน มิอาจคาดเดา

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]