สื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ ฯลฯ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสะท้อนและฉายภาพความรู้สึก ความทุกข์โศกของประชาชนอันเนื่องจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เห็นได้ชัดเจนว่า พสกนิกรทุกหนทุกแห่ง ประชาชนทุกหมู่เหล่า ต่างแสดงออกถึงความอาลัยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลและกิจกรรมอื่นๆ
ไม่เฉพาะในประเทศไทย ในต่างประเทศก็ตกอยู่ในสภาพของอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน
เมื่อวันอัญเชิญพระบรมศพจาก รพ.ศิริราช มายังพระบรมมหาราชวัง คลื่นของพสกนิกรในชุดดำล้นหลามตลอดเส้นทาง เฝ้ารอกราบถวายบังคม เป็นปรากฏการณ์สำคัญในบ้านเมือง
ทุกวันนี้ ที่ท้องสนามหลวงไม่ว่าฝนตกแดดออก ค่ำมืดดึกดื่น ก็มีประชาชนเนืองแน่นเสมอ เพราะเป็นสถานที่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ซึ่งภายในคือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพ
และเชื่อว่า เมื่อครบ 15 วัน ในวันที่ 28 ตุลาคม ที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะที่เบื้องหน้าพระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตฯ คงจะมีประชาชนหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมากอีก
รัฐบาล กทม.จะต้องตระเตรียมการรองรับ ขณะที่ภาคเอกชนก็จะต้องเข้าไปช่วยสนับสนุนอีกทางหนึ่ง
ขณะนี้ เป็นห้วงเวลาที่คนไทยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จดจ่ออยู่ที่พระราชพิธีพระบรมศพ
ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ประชาชนที่ไปในงาน หรือในแห่งหนใด จะพบว่าทุกคนล้วนมีเรื่องราว มีแง่มุมความผูกพันต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาบอกเล่า
เพราะต่างเกิดมา หรือเติบโตมา รู้ความ เรียนหนังสือ รับรู้เรื่องราว ได้รับประโยชน์ การเกื้อกูลจากพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 9 กันมาตลอด
อย่างที่บางคนนำเอาสมุดจดสมัยเรียนประถม หรือมัธยมที่หน้าปกเป็นภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก
ยังมีประชาชนอีกมากที่มีประสบการณ์ไปรับเสด็จ ในสถานที่ต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตลอดจนพื้นที่ห่างไกล
หลายคนอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ได้รับการรักษาอาการเจ็บป่วย เยียวยาแก้ปัญหาความยากลำบากต่างๆ ในชีวิต หรือได้รับการสนับสนุนเข้าเรียนหนังสือ จนสำเร็จการศึกษาประสบความสำเร็จในชีวิต
ที่เรียนมหาวิทยาลัย อีกไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นที่รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นวาระมงคล ของการเปลี่ยนสถานะจากนิสิตนักศึกษาเป็นบัณฑิต ก่อนออกไปทำอาชีพการงาน เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
ทั้งแผ่นดินนี้อยู่ใต้ร่มพระบารมีมาอย่างยาวนาน
ดังที่นายกฯพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันเสด็จสวรรคตว่า วันที่ 13 ตุลาคม 2559 จะอยู่ในความทรงจำของคนไทยไปนานแสนนานและตลอดไป

