ธ สถิต ในดวงใจ ไทยทั่วหล้า
ภาพแห่งความเศร้าโศกของปวงชนชาวไทย ที่มีต่อ พ่อของแผ่นดิน ในขณะที่หมอบกราบขบวนเคลื่อนพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเนืองแน่นเต็มสะพานพระปิ่นเกล้า และสองข้างทาง ตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราชมายังสนามหลวง จนถึงพระบรมมหาราชวัง นับเป็นภาพที่สุดของที่สุด ที่ไม่สามารถจะพบเห็นจากที่ใดๆ บนโลกนี้ได้อีกแล้ว
เรื่องของการพัฒนาคนนั้น ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ความตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ซาบซึ้งมาก คือ แนวพระราชดำริของพระองค์ ที่ทรงเห็นว่าจะพัฒนาชาติได้ ต้องพัฒนาคน จึงทรงตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ตั้งแต่เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ทรงมีพระวิสัยทัศน์ไกลมาก เพราะแทนที่จะทรงสร้างพระราชานุสาวรีย์แด่พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล อย่างที่นิยมกันในสมัยนั้น พระองค์ทรงสร้างอนุสาวรีย์ที่มีชีวิตแทน โดยการพระราชทานทุนการศึกษา เพื่อจะได้ไปเรียนและกลับมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
ในการนี้ พระองค์ทรงทำจากเล็กๆ ก่อน เริ่มจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และพระราชทานทุนสาขาเดียว คือ สาขาแพทย์ ต่อมาเมื่อมีผู้ศรัทธาบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ จึงได้ทรงขยายสาขา จนปัจจุบันมี 8 สาขา มีนักเรียนที่กลับมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมาย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังพระราชทานข้อแนะนำหลายอย่าง แก่ผู้ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เช่น ให้เปิดหูเปิดตาออกไปเรียนนอกห้องเรียน อย่าจำกัดความรู้เฉพาะในห้องเรียน ทรงแนะนำให้สนใจเรื่องของคน ความคิดของคน จิตวิทยาผู้คนด้วย
ในเรื่องของการพัฒนาคนนั้น ยังมีพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2532 ซึ่งทรงเน้นว่า
…ดังนั้น นอกจากจะสอนคนให้เก่งแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะอบรมให้ดีพร้อมไปด้วย ประเทศเราจึงจะได้คนที่มีคุณภาพพร้อม คือ ทั้งเก่ง ทั้งดี มาเป็นกำลังของบ้านเมือง ให้ความเก่งเป็นปัจจัยเพื่อประคับประคองหนุนสำหรับการสร้างสรรค์ และให้ความดีเป็นปัจจัยเพื่อประคับประคองหนุนนำความเก่ง ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้องที่อำนวยผล เป็นประโยชน์อันพึงประสงค์แต่ฝ่ายเดียว…
พระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาคนเพื่อพัฒนาชาติ จึงเป็นพื้นฐานอันแข็งแกร่งของความเจริญของประเทศไทยตราบเท่าทุกวันนี้ ซึ่งปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ธ สถิต ในดวงใจ ไทยทั่วหล้า

