เข้าสู่ช่วง 30 วันสุดท้าย ของการแข่งขันชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากผู้สมัครทั้งหมด 31 คน เป็นผู้ชาย 25 คน
ผู้หญิง 6 คน โดยมีผู้สมัครอายุมากที่สุด 72 ปี ขณะที่ผู้สมัครน้อยที่สุด 43 ปี อย่างไรก็ตาม ช่วงยกแรกของการหาเสียง ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แต่ละคนเร่งลงพื้นที่ โชว์ไอเดีย เรียกคะแนนดุเดือดไม่แพ้ครั้งไหน
แต่ผู้ที่แย่งซีน หรือชิงความได้เปรียบไปก่อนช่วงโค้งแรก คงหนีไม่พ้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ที่เรียกเรตติ้ง ชาว กทม. นำไปก่อนด้วยป้ายขนาดเท่าเสาไฟฟ้า ไม่เกะกะทางเดินเท้า จนเกิดกระแสชื่นชมในโลกโซเชียล
ทำให้ ‘ดร.เอ้’ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หมายเลข 4 แก้เกมเปิดตัวป้ายหาเสียงเวอร์ชั่นใหม่ แบบ 3 ด้าน ขนาดเท่าเสาไฟฟ้าไม่ให้ขวางทางเดินเท้าและขวางการจราจร ด้าน ‘บิ๊กวิน’ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 6 ปรับป้ายหาเสียงให้เล็กลง อันไหนที่เกะกะให้เก็บออกให้หมด เรียกได้ว่า เปลี่ยนยุทธวิธีไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ ไปมากกว่านี้
ขณะที่ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 65 รอบที่ 1” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-7 เมษายนที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯกทม. พบว่า 7 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ร้อยละ 38.84 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) เพราะเป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจในการทำงาน และลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน
อันดับ 2 ร้อยละ 26.58 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ, อันดับ 3 ร้อยละ 10.06 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (อิสระ) เพราะเป็นคนมีประสบการณ์ บริหารงานเก่ง และสามารถสานต่องานได้อย่างต่อเนื่อง, อันดับ 4 ร้อยละ 6.83 ระบุว่าเป็น นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรค ปชป. เพราะเป็นคนรุ่นใหม่มีแนวคิดใหม่ๆ และสามารถพัฒนาให้ กทม. มีความเจริญก้าวหน้าเทียบเท่าต่างชาติได้,
อันดับ 5 ร้อยละ 6.02 ระบุว่าเป็น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล (ก.ก.) หมายเลข 1 เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีอุดมการณ์ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน, อันดับ 6 ร้อยละ 2.94 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO), อันดับ 7 ร้อยละ 2.28 ระบุว่าเป็น นายสกลธี ภัททิยกุล (อิสระ) หมายเลข 3 เพราะมีประสบการณ์ในการบริหารงาน และช่วยเหลือประชาชนใน กทม.อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้นายชัชชาติดูแล้วจะมีผลโพลที่นำ แต่หนทางยังมีเวลาร่วมเดือน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะการเลือกตั้งเมื่อครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2556 ที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ
ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มีคะแนนความนิยมนำมาตลอดจากโพลหลายสำนัก แต่ช่วงโค้งสุดท้ายเจอวิชามาร เจอข่าวปล่อยว่าหากนั่งผู้ว่าฯกทม.จะตั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นรองผู้ว่าฯ ทำให้ต้องพ่ายแพ้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ในครั้งนั้น
ล่าสุด กรณี ปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะอดีต ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.พรรค ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมกระทำอนาจารและข่มขืน ทำให้เจ้าตัวต้องประกาศไขก๊อกทุกตำแหน่งในพรรคไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
แต่เรื่องยังไม่จบ เนื่องจากสังคมได้ตั้งคำถามถึงการแสดงออกของพรรค ปชป. จนกระทั่ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ต้องตั้งโต๊ะแถลงถึงจุดยืนกรณีดังกล่าว ขอโทษสั่งคม ลาออก 2 ประธานบอร์ดด้านเพศ พร้อมตั้งกรรมการ 2 ชุดสอบ
อย่างไรก็ตาม คดี ‘ปริญญ์’ คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นต่อภาพลักษณ์ของพรรค และส่งผลต่อ ‘ดร.เอ้’ ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ อย่างแน่นอน
โดยเฉพาะสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง ปริญญ์เอฟเฟ็กต์เลือกตั้ง กทม. ในการสำรวจครั้งนี้ พบว่า นายสกลธี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.7 ในครั้งที่ 1 มาเป็นร้อยละ 10.1 ในการสำรวจครั้งล่าสุด และขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.1 มาอยู่ที่ร้อยละ 9.8 และนายวิโรจน์ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5 มาอยู่ที่ร้อยละ 5.5
อย่างไรก็ตาม โพลที่ผ่านมาก็เป็นแค่ความนิยมเบื้องต้น ใครที่นำก็อย่าประมาท เพราะในการกาบัตรไม่ว่าสนามเล็ก สนามใหญ่ ก็เกิดพลิกล็อกจนให้เห็นอยู่ตลอด ยิ่งสนาม กทม.ยิ่งต้องระวังจนวินาทีสุดท้าย
ดังนั้น อีกประมาณ 30 วันที่เหลือ ก่อนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม นอกจากผู้สมัครทั้งหมดต้องเร่งทำคะแนนแล้ว ยังต้องภาวนาให้ตัวเองอย่าได้เกิดอุบัติเหตุ หรือเจอวิชามารใดๆ
นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว

