ภาพเก่าเล่าตำนาน : ทางรถไฟที่…. ไม่ค่อยมีใครพูดถึง

ภาพเก่าที่ปรากฏนี้คือเส้นทางรถไฟที่กองทัพญี่ปุ่นมาสร้างไว้ในปี พ.ศ.2486 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นรางรถไฟจากชุมพร-กระบุรี-เขาฝาชี ยาวประมาณ 90 กม. เป็นเส้นทางการส่งกำลังบำรุงจากทะเลอ่าวไทยข้ามไปทะเลฝั่งอันดามัน

ทางรถไฟเส้นนี้ก่อสร้างในเวลาใกล้เคียงกับทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรีที่โด่งดังไปทั่วโลกในความหฤโหดของทหารญี่ปุ่น
อ.จุฬา โชติคุต อดีตอาจารย์และเป็นชาวระนองพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นใช้ความพยายามที่จะอนุรักษ์ สืบค้น เปิดเผยข้อมูลร่องรอยของทางรถไฟสายนี้ต่อสาธารณชนทั้งในและต่างประเทศมานาน หากปล่อยทิ้งก็จะสาบสูญไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดาย

อ.จุฬาและชาวบ้านในพื้นที่เคยขุดพบเศษโลหะรางรถไฟเก่าที่บ่งบอกถึงเส้นทางรถไฟ ซากอุปกรณ์ทางทหาร เศษเครื่องจักร เครื่องยนต์ และแม้กระทั่งอุโมงค์หลบภัยของทหารญี่ปุ่น ที่พัก ครัวทำอาหารของกองทัพญี่ปุ่นที่ยังมีสภาพดี หัวรถจักรไอน้ำที่เคยนำมาใช้ในสงคราม ทุกสถานที่สำคัญของอดีตทหารญี่ปุ่นมีป้ายแสดงข้อความ สิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ควรได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบโดยทางราชการ และควรได้รับการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ที่มีคุณค่า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น

ถ้าจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ เราน่าจะเรียกทางรถไฟสายนี้ว่าทางรถไฟสายคอคอดกระ คนไทยคุ้นเคยกับคำว่า “คอคอดกระ” พื้นที่ตรงนี้อยู่บริเวณด้ามขวาน เป็นส่วนที่ผอมบางที่สุดของแผ่นดินไทยที่มีทะเลขนาบ 2 ด้าน คืออ่าวไทยและมหาสมุทรอินเดีย ท่านผู้อ่านอาจจะไม่เชื่อว่าเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว สมัยในหลวง ร.5 วิศวกรฝรั่งเศสเข้ามาสำรวจพื้นที่ตรงนี้อย่างละเอียด และจะขอลงทุนขุดคลองเชื่อมระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน ฝรั่งเศสทำแผนที่ แผนงาน โครงการเสร็จสรรพเพื่อถวายในหลวง ร.5 แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดโครงการดังกล่าวจึงเงียบหายไป

รายละเอียดประเด็นนี้นักประวัติศาสตร์อิสระที่ผมยกย่องคือท่านไกรฤกษ์ นานา ไปสืบเสาะตามหาแผนที่โครงการที่จะขุดคอคอดกระฉบับนั้นในฝรั่งเศสจนพบหลังจากตกค้างอยู่ในฝรั่งเศส 130 ปี และในที่สุดท่านไกรฤกษ์ได้ไปประมูลแผนที่ต้นแบบและแผนภูมิโครงการขุดคอคอดกระของฝรั่งเศส พ.ศ.2424 ฉบับนั้นเอากลับมาได้ในปี พ.ศ.2555 และตีพิมพ์ในหนังสือหน้าหนึ่งในสยาม

มาจนถึงวันนี้ ขุด-ไม่ขุดคอคอดกระ หรือจะเชื่อมต่อทำทางลัดโดยไม่ต้องไปอ้อมช่องแคบมะละกาก็ยังเป็นประเด็นที่คุยกันได้เอร็ดอร่อยในทุกโอกาส คอคอดกระยังมีเสน่ห์เย้ายวนไม่คลาย

ทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ชุมพร-ระนอง-เขาฝาชีสายนี้เกิดขึ้นเมื่อกองทัพญี่ปุ่นยาตราเข้ายึดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กองทัพลูกพระอาทิตย์ชนะศึกมาตลอดทางจากเกาะสิงคโปร์ มลายู

ประวัติศาสตร์ที่คนไทยไม่ค่อยเคยได้ยินคือราวตี 4 ของวันที่ 8 ธันวาคม 2484 กองทัพญี่ปุ่นบุกเข้ามาทางอรัญประเทศ ทางทะเลยกพลขึ้นบก พื้นที่ชายฝั่งทะเล 7 แห่งคือ ขึ้นที่สมุทรปราการ ประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี

การสู้รบที่ดุเดือดที่สุดคือบริเวณอ่าวมะนาว ประจวบฯเวลาประมาณตี 4 ทหารอากาศของกองบินน้อยที่ 5 ที่มีกำลังพล 127 นาย ได้พลีชีพ 41 นาย เพื่อต่อต้านการยกพลขึ้นบกของญี่ปุ่น วันรุ่งขึ้นคือ 9 ธันวาคม 2484 เวลา 14.00 น. รัฐบาลสั่งการให้ทหารไทยหยุดยิง ให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทยเพื่อรุกเข้าไปในพม่าทางช่องด่านสิงขร

และการยิงต่อสู้ที่สะพานท่านางสังข์ จ.ชุมพรร้อยเอก ถวิล นิยมเสน นำกำลังยุวชนทหารออกมายิงทหารญี่ปุ่นจนเสียชีวิตในแนวรบ
ทหารญี่ปุ่นส่วนที่ทำการรบก็รบกันไป กองทัพเดินได้ด้วยท้อง งานส่งกำลังบำรุงหยุดไม่ได้ ทางเดียวที่กองทัพญี่ปุ่นจะรุกต่อไปในพม่า มีข้าวปลาอาหาร มีเสื้อผ้า มีกระสุนใช้อย่างต่อเนื่องต้องใช้รถไฟส่งกำลังบำรุงสายชุมพร-ระนอง-เขาฝาชีเป็นหลัก

กองทัพซามูไรในยามนั้นโหด เลว ดี ดุดัน และเด็ดขาดเพราะต้องการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเข้าไปยึดประเทศพม่ามาจากอังกฤษ การส่งกำลังบำรุงทางเรือผ่านสิงคโปร์ ผ่านช่องแคบมะละกาเพื่อเข้าไปพม่านั้นสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากเรือรบของอังกฤษ กองทัพญี่ปุ่นจึงตัดสินใจมาทำรางรถไฟตรงคอคอดกระของไทยซึ่งจะย่นระยะทางไปได้ราว 1,000 กม.

13 พฤษภาคม 2486 ญี่ปุ่นกดดันไทยให้ยอมร่วมมือสร้าง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ลงนามร่วมกับนายพลนากามูระ (Gen Nakamura) ผบ.กองทหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ญี่ปุ่นนำหัวรถจักรมาเอง รถยนต์ที่วิ่งบนถนนเมื่อถอดเอายางออกเหลือแต่กระทะล้อ สามารถยกรถดังกล่าวขึ้นไปวางบนรางแล้ววิ่งต่อได้เหมือนรถไฟ
1 มิถุนายน 2486 ญี่ปุ่นเริ่มก่อสร้าง ใช้กรรมกรไทย อินเดีย มลายู และชาวจีนจากมลายูราว 20,000-25,000 คน แบ่งออกเป็น 7 เขตงาน มีความยาวตลอดสายประมาณ 90 กม. ทำงานทั้งวันทั้งคืน ใช้เวลาราว 6 เดือน ทางรถไฟสายนี้จึงแล้วเสร็จ แต่การเร่งรีบสร้างทำให้รางรถไฟด้อยคุณภาพ เคราะห์กรรมที่ญี่ปุ่นนึกไม่ถึงคือคนงานไทยที่รับจ้างทำงานหนีงานเกือบหมด เพราะงานทำหนักทั้งวันทั้งคืน ญี่ปุ่นต้องไปเกณฑ์เอาแขกมลายูขึ้นมาเป็นแรงงานทาสในไทย มีบันทึกการเจ็บป่วยล้มตายแบบทาส แต่ไม่พบว่าญี่ปุ่นไปนำเชลยศึกฝรั่งผิวขาวมาเป็นทาส เมื่อเทียบกับทางรถไฟสายมรณะที่กาญจนบุรีที่ดังไปสนั่นโลก ที่กาญจนบุรีญี่ปุ่นใช้งานแสนทารุณจนฝรั่งตายนับหมื่นคน

ใน ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง มีอาคารพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกว่าพื้นที่ตรงนี้ในอดีตเป็นสถานีปลายทางที่ทหารญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อมาจาก จ.ชุมพร เป็นระยะทางรวม 90 กม.

ญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟเส้นนี้และ 7 สถานีย่อย เช่น สถานีวังไผ่ สถานีท่าสาร สถานีปากจั่นสถานีทับหลี สถานีกระบุรี สถานีคลองลำเลียงสถานีเขาฝาชีเพื่อเดินขบวนรถไฟลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังปลายทางสถานีเขาฝาชี แล้วถ่ายสิ่งของลงเรือล่องไปตามคลองละอุ่นออกไปบรรจบคลองกระบุรี ประมาณ 1 กม. แล้วล่องต่อไปเกาะสองประมาณ 2 ชม. เพื่อส่งกำลังบำรุงให้กองทัพที่ทำการรบในพม่า

ทหารญี่ปุ่นใช้เส้นทางรถไฟนี้ได้ประมาณ 11 เดือน จนเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2487 เครื่องบินบินมาทิ้งระเบิดทำลายหัวรถจักร ทางรถไฟ เรือเสบียง และเรือบรรทุกอาวุธที่รับขนถ่ายจากขบวนรถไฟ ถูกระเบิดจมน้ำที่คลองละอุ่นที่ยังมีซากเห็นได้ในปัจจุบัน
อ.จุฬายังเล่าต่ออีกว่า ระหว่างสงคราม เครื่องบินพันธมิตรมาทิ้งระเบิดหลายครั้ง และกราดยิงด้วยปืนกลบริเวณสถานีรถไฟ รางรถไฟสายชุมพร-ละอุ่น ค่ายทหารญี่ปุ่นที่เขาฝาชีจึงได้รับความเสียหายมาก ชาวบ้านที่บริเวณสถานีวังไผ่เสียชีวิตจำนวนมาก
ก่อนที่ญี่ปุ่นแพ้สงคราม (กองทัพญี่ปุ่นเสนอยอมแพ้สงครามเมื่อ 10 สิงหาคม 2488) ในวันที่ 15 มิถุนายน 2488 ทหารญี่ปุ่นได้ทำการรื้อถอนทางรถไฟสายนี้บางส่วน โดยแจ้งต่ออนุกรรมการฝ่ายไทยว่า เพื่อนำรางไปซ่อมแซมทางรถไฟบางตอนที่ถูกระเบิดเสียหายทางใต้ ครั้นเมื่อสงครามยุติ ทหารกองกำลังสหประชาชาติได้เข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในไทย เมื่อ 19 สิงหาคม 2488 และรื้อถอนรางรถไฟสายนี้

อ.จุฬาเล่าเสริมตอนท้ายว่า เคยมีชาวญี่ปุ่นที่เคยเป็นทหารคุมการก่อสร้างทางรถไฟสมัยนั้นกลับมาเยี่ยมชมอุโมงค์และรำลึกถึงความหลังที่สุดแสนลำเค็ญในพื้นที่ชุมพรและระนอง ล่าสุดผู้เขียนได้ประสานงานกับสถานทูตญี่ปุ่นใกรุงเทพฯให้ทราบข้อมูลเกร็ดประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ อันอาจจะเป็นความร่วมมือเชิงสัญลักษณ์ต่อไป

เล่ามาทั้งหมดนี้ เพื่อเป็นตำนานให้ชนรุ่นหลังทราบนะครับ ว่าญี่ปุ่นเคยมาสร้างทางรถไฟในประเทศไทยแล้วครับ

พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

 

ภาพเก่า 15 ทางรถไฟสายมรณะ 4

 

ภาพ1 น.7 จัน 24 ตค

 

ภาพ 2 น.7 จัน 24 ตค..

 

aislogo

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นครพนมเตรียมแจกริบบิ้นดำ 2 พันชิ้น ให้ประชาชนได้ติดเสื้อร่วมไว้อาลัย
บทความถัดไปทรัมป์กับโลกปัจจุบัน โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์