เป็นวิกฤตใหญ่อีกครั้งสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)จากกรณีข่าวอื้อฉาวของ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศกับหญิงสาวหลายคน
แม้ “ปริญญ์” จะลาออกทุกตำแหน่งในพรรค ปชป. แต่สำหรับ
ผู้บริหารพรรค ปชป.ไม่อาจหนีผลอาฟเตอร์ช็อกที่ “ปริญญ์” ทำให้ภาพพจน์พรรคเสียหายอย่างร้ายแรง
มีเสียงเรียกร้องจากสังคม โดยเฉพาะเครือข่ายสตรีให้ผู้บริหารพรรค ปชป. โดยเฉพาะ “จุรินทร์ ลักษณ
วิศิษฏ์” ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.รับผิดชอบโดยให้พ้นจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการระดับชาติส่งเสริมสถานภาพสตรี และงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ
พร้อมให้พรรค ปชป. ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายในพรรคคู่ขนานกับกระบวนการยุติธรรม
“จุรินทร์” นำผู้บริหาร ปชป.ออกมาแถลงว่า “รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขอโทษต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้น…พรรคจะไม่เพิกเฉยดูดายต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในพรรค รวมถึงแก้ปัญหา และเยียวยาผู้เสียหาย โดยมอบหมายให้ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคเป็นประธาน”
นอกจากนี้ “จุรินทร์” ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายสตรีแห่งชาติ ตามที่กลุ่มเครือข่ายสตรีเรียกร้อง
ขณะที่ “รัชดา ธนาดิเรก” ที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เพื่อกำหนดแนวทางตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคเพิ่มเติม ก็ลุยงานทันที โดยดึงบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคทางเพศหลายคนมาร่วมเป็นกรรมการด้วย
ล่าสุด กรรมการชุดของ “รัชดา ธนาดิเรก” ก็ได้ข้อสรุปในเวลาอันรวดเร็ว โดยให้ระบุในข้อบังคับพรรคเพิ่มเติม อาทิ เพิ่มคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคให้ครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับเพศ และเพิ่มหมวดแนวปฏิบัติว่าด้วยการต่อต้านการละเมิดและหรือคุกคามทางเพศ นำเสนอกรรมการบริหารพรรค และที่ประชุมใหญ่พรรค เพื่อแก้ข้อบังคับพรรคต่อไป
แต่กระนั้น ยังมีเสียงเรียกร้องให้ผู้บริหารพรรครับผิดชอบมากกว่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสียงจากคนในพรรค ปชป.ด้วยกันเอง โดยให้กรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะ “จุรินทร์” ลาออกจากหัวหน้าพรรค
ขณะเดียวกันก็มีกรรมหารบริหารพรรคและสมาชิกเก่าแก่บางคนลาออก เพื่อกดดัน พร้อมกับมีข้อเสนอให้ “ชวน หลีกภัย” ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งเพื่อกู้วิกฤตศรัทธา
แต่ “ชวน” ให้ความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า “พยายามขอร้องสมาชิกพรรคว่าเราเป็นตัวเป็นตนได้ก็เพราะพรรค ปชป. ในยามมีปัญหาจะทำอะไรให้คิดหน้าคิดหลังให้ดี …อย่าไปหนีปัญหา ยอมรับความจริงว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร และก็ต้องแก้ไขกันไป…อย่าไปซ้ำเติม เราต้องช่วยเหลือกัน”
“ขอให้กำลังใจทุกคนรวมถึงนายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. รู้สึกเห็นใจ และขอให้เป็นกำลังใจทุกคน ขอร้องสมาชิกพรรคหากไม่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับพรรค ก็อย่าเป็นตัวถ่วงของพรรค หมายความว่าอย่าคอยวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิเพียงอย่างเดียว ต้องพยายามหาทางช่วยเหลือ”
เมื่อ “ชวน” ออกโรงให้กำลังใจ “จุรินทร์” พร้อมเตือนสติคนในพรรค ปชป.ทำให้ความขัดแย้งในพรรคเริ่มนิ่งสงบลง
จากนี้ไปอยู่ที่ว่า “จุรินทร์” และผู้บริหารพรรค ปชป.จะกอบกู้วิกฤตศรัทธานี้อย่างไร… กาลเวลาจะมีคำตอบให้ในอนาคต
ส่วนกรณี “ปริญญ์” เป็นอีกตัวอย่างที่เลวร้ายสำหรับผู้ชายทั้งหลายแหล่ โดยเฉพาะคนที่เป็นนักการเมืองได้สำเหนียกว่า “ถ้าไม่อยากให้ใครรู้…ก็อย่าทำ”
วุฒิ สรา

