วิชั่นหนุนการอ่าน

8.05.22 | 13:00 น.

งาน Summer Book Fest 2022 ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เดินทางมาถึงวันสุดท้าย คือ วันที่ 8 พฤษภาคม

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักอ่านวนเวียนไปอุดหนุนอยู่ไม่ขาดสาย

ขณะที่กิจกรรมเวทีที่ทางผู้จัดนำเสนอได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

แต่ละกิจกรรมมีผู้คนสนใจนั่งฟังกันจนเก้าอี้มีไม่เพียงพอ

ขอโฟกัสไปที่กิจกรรมเวทีที่เปิดให้ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พูดถึงนโยบายการส่งเสริมการอ่านของกรุงเทพมหานคร

Advertisement

กิจกรรมนี้มีคนเข้าฟังจำนวนมาก

วันนั้น มี นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครหมายเลข 3 น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครหมายเลข 11 จากพรรคไทยสร้างไทย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคก้าวไกล และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 เข้าร่วม

แต่ละคนมีไอเดียล้วนน่ารับฟัง

สรุปคร่าวๆ ตามข้อเสนอของแต่ละคนพอสังเขป

นายสกลธี ขึ้นพูดคนแรก ชู “สกลธีโมเดล” ยกเครื่องห้องสมุดกรุงเทพมหานครใหม่ทุกกระบวนการ

อธิบายว่า ห้องสมุด กทม. มีประมาณ 34 แห่ง ในจำนวนนี้ห้องสมุดเมืองอยู่ราชดำเนินถือว่าใหญ่สุด

แต่ปีหนึ่งๆ มีคนใช้ ประมาณ 3.7 หมื่นคน หรือเฉลี่ยวันละร้อย

เมื่อเทียบกับคนกรุงเทพฯ 6 ล้านแล้ว ถือว่าน้อยมาก

นายสกลธีบอกว่า ห้องสมุด กทม.ยังไม่ทันสมัย และมีหนังสือน้อย

ต่อไป กทม.ต้องปรับพื้นที่ให้ห้องสมุดมีบรรยากาศที่ทำให้คนอยากอ่านหนังสือให้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน หนังสือก็ต้องคัดสรรโดยคำนึงถึงผู้อ่านทุกกลุ่มวัยรวมทั้งผู้สูงวัยและคนพิการด้วย

ทั้งนี้ ห้องสมุดใหญ่ๆ ของ กทม.ควรเปิดตลอด 24 ชั่วโมงส่วนบรรณารักษ์อาจว่าจ้างผู้ที่เพิ่งเกษียณอายุแต่ยังมีไฟมาทำหน้าที่

เช่นเดียวกับคุณภาพของหนังสือในห้องสมุดก็ต้องปรับปรุง ต้องคัดสรรหนังสือเพื่อนำไปไว้ในห้องสมุด

สุดท้าย นายสกลธีเสนอให้จัดกิจกรรมที่ทำให้คนที่รักการอ่านหนังสือได้พบปะกัน ได้พูดคุยกัน ได้มีปฏิสัมพันธ์กัน

และเมื่อทุกอย่างประสบความสำเร็จ การอ่านจะช่วยสร้างเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในชุมชน เพราะเมื่อมีคนไปอ่านหนังสือก็ต้องมีการจับจ่ายใช้สอย กระตุ้นให้การค้าในชุมชนขับเคลื่อน

หลังจากนายสกลธีชูโมเดลตัวเองแล้ว น.ต.ศิธาแสดงวิสัยทัศน์บ้างโดยมองให้ความสำคัญของหนังสือทั้งในรูปออฟไลน์ และออนไลน์

หนังสือเป็นเล่มจะอนุรักษ์ไว้ในห้องสมุด ส่วนหนังสือเกี่ยวกับวิทยาการใหม่ๆ อยู่ในออนไลน์

ต่อมา นายวิโรจน์ขึ้นโชว์นโยบาย มุ่งไปที่การสร้างวัฒนธรรมการอ่าน

นายวิโรจน์บอกว่า เห็นด้วยกับการปรับปรุงห้องสมุดให้ทันสมัย การสร้างเวิร์กกิ้ง สเปซ ให้สอดรับกับวิถีชีวิตคน การเพิ่มหนังสือในห้องสมุดชุมชน และห้องสมุดโรงเรียน การเพิ่มเวลาเปิด-ปิดห้องสมุด หรืออาจรวมไปถึงห้องสมุดเคลื่อนที่

และการจัดงานหนังสือ

แต่สิ่งที่ต้องการเพิ่มเติม คือ การสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้แข็งแรง

เพราะปัจจุบันวัฒนธรรมการอ่านของคนไทยอ่อนแอ คือ มองการอ่านเป็นการหาความรู้ แล้วสรุปว่าสิ่งนั้นผิด สิ่งนี้ถูก การทำให้การอ่านเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ การส่งเสริมการอ่านกลายเป็นการบังคับอ่าน

ดังนั้น จึงจะสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เข้มแข็ง ผ่านการสร้างบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ เปิดกว้างให้พูดถึงหนังสือต่างๆ อย่างเสรี ให้เสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์

คนสุดท้าย คือ นายชัชชาติ ขึ้นมาตอกย้ำว่า การอ่านเป็นพื้นฐานของทุกอย่าง

มองจากประสบการณ์ลงพื้นที่ กทม.ว่าห้องสมุดที่สวยงามที่สุดในกรุงเทพฯอยู่ที่ชุมชนแออัด 70 ไร่ คลองเตย กทม.

เป็นห้องสมุดที่เด็กในชุมชนได้ใช้วันเสาร์-อาทิตย์ มีเด็กๆ มารวมตัว แล้วมีอาสาสมัครชาวต่างชาติมาสอนภาษาให้

ส่วนกรุงเทพมหานคร ต้องมีห้องสมุดที่มีคุณภาพและทันสมัย ใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้บริการ เช่น เปิดรับสมาชิกออนไลน์ ให้ยืมหนังสือออนไลน์

มีนโยบายแจกหนังสือให้เด็กแรกเกิดคนละ 3 เล่ม เพื่อปลูกฝังให้รักการอ่าน

และมีกิจกรรมอย่างงาน Summer Book Fest 2022

ฟังแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม.แต่ละคนแล้วเบาใจ

ผู้สมัครทุกคนยังเห็นความสำคัญของการอ่าน ส่วนใหญ่เห็นว่าหนังสือเล่มยังสำคัญ มีแนวทางการปรับปรุงห้องสมุด และมีวิธีการกระจายโอกาส ให้คนกรุงได้อ่านอย่างทั่วถึง

ฟังบรรดาว่าที่ผู้ว่าฯกทม.แล้วหวังว่า กทม.หลังวันที่ 22 พฤษภาคม จะได้สัมผัสนโยบายส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นรูปธรรม

และหลังจากปี 2565 ไปจนผู้ว่าฯกทม.หมดวาระ คงได้เห็นผลงานของกรุงเทพมหานครในเรื่องการส่งเสริมการอ่าน

ส่วนใครอยากจะให้ใครเป็นผู้ว่าฯกทม. อย่าลืมวันที่ 22 พฤษภาคม

ออกจากบ้านไปกาบัตร

เลือกคนที่ชอบ เลือกคนที่ใช่

เลือกคนที่จะมาพัฒนาเมืองหลวงของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]