ทำไม ‘ชัชชาติ’ นำโด่ง

10.05.22 | 13:00 น.

เวลาแห่งการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร (กทม.) มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว

22 พฤษภาคม เป็นวันตัดสินว่า ใครจะได้คะแนนโหวตจากชาว กทม.มากที่สุด คนนั้นก็ได้เข้าไปนั่งบริหารงานที่เสาชิงช้าเพื่อเป็นผู้ว่าฯเมืองหลวง

ถามว่าทำไม “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” หมายเลข 8 คะแนนนำเหนือผู้สมัครคนอื่นในทุกโพลที่สำรวจความนิยมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

หนึ่ง ชัชชาติเหนือกว่าคู่แข่งตรงที่ เคยผ่านการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาแล้ว ฉายา “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” เป็นหลักประกันระดับหนึ่งในแง่ของการเป็น “นักบริหาร” !?

หนึ่ง ในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 พรรคเพื่อไทยเคยเสนอชื่อให้เป็น 1 ใน 3 ที่จะเป็นนายกฯ

Advertisement

นั่นเท่ากับว่า มีคุณสมบัติ “เพียบพร้อม-โดดเด่น” ในการเป็น “ผู้นำประเทศ” หากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล

หนึ่ง ชัชชาติประกาศตัวเป็นคนแรกๆ ตั้งแต่ “ไก่โห่” ว่า จะขออาสาลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม.ในนามอิสระ จึงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

นี่คือความ “ชัดเจน” ของชัชชาติที่ไม่ทำอะไรให้ “ลับๆ ล่อๆ” !

หนึ่ง ป้ายโปสเตอร์หาเสียงที่ติดตามริมถนนหนทางก็ “เรียบง่าย” ใช้รูปใบหน้า “เข้มขรึม-จริงจัง” ไม่สนใจความหล่อ

แต่มีแววความเป็นมิตร ขนาดย่อมๆ จำนวนไม่มาก

ไม่เหมือนผู้สมัครบางคนที่ติดดาษดื่นไปทั่ว ซึ่งต้องใช้จ่ายเงินจำนวนไม่น้อย?

ความจริงแล้ว “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” และ “สกลธี ภัททิยกุล” ควรจะมีภาษีดีกว่าคนอื่นๆ

อย่าลืมว่า “คนแรก” นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.มา 5 ปี 5 เดือน

ขณะที่ “คนหลัง” เข้าไปนั่งเป็นรองผู้ว่าฯกทม.เมื่อเดือนเมษายน 2561 ทีมเดียวกับคนแรก รวมเวลาก็ 4 ปี

เวลาที่ยาวนานนี้ ถ้ามี “ฝีมือ” ในการบริหารงาน “ยอดเยี่ยม” และมี “ทักษะ” ในการ “สื่อสาร” ที่ดี ย่อมจะทำให้คน กทม.และคนไทยได้ “ประจักษ์” ใน “ผลงาน” ซึ่งควรจะจดจำได้ว่ามีอะไรบ้าง!

แต่ความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่?

อย่าได้แปลกใจ เวลามีการประชันวิสัยทัศน์กับผู้สมัครฯที่ยังไม่เคยเป็นผู้ว่าฯ ทั้ง “อัศวิน” และ “สกลธี” ตกอยู่ใน “สถานะ” ที่ “เสียเปรียบ” เพราะตอบคำถามได้ยากยิ่งว่า ทำไมเมื่ออยู่ในตำแหน่ง มี “อำนาจเต็ม” จึงไม่ทำ?

จะมาอ้างหรือแก้ตัวว่าติดขัดตรงโน้นติดขัดตรงนี้ ย่อมมิใช่วิสัยของผู้รับผิดชอบหรือไม่?

นี่คือ “จุดอ่อน” ของอัศวินและสกลธีที่มีส่วนทำให้ผลการสำรวจความนิยมทุกครั้งคะแนนไล่ตามหลัง “ชัชชาติ” !

ในช่วงโค้งสุดท้าย ผู้สมัครที่เป็นตัวเต็ง 4-5 คนคงต้องพยายามนำเสนอ “หมัดเด็ด” เพื่อสร้างความ “นิยม” และ “แปร” เป็น “คะแนนเสียง” เมื่อเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

ถ้าคนไม่เบื่อ “อัศวิน” ไม่เบื่อ “สกลธี” อยากให้ กทม. “ไปต่อ” โดยให้ “คนเดิม” ทำหน้าที่ ก็ตัดสินใจว่าจะเลือกใครในสองคนนี้!

แต่ถ้า “เบื่อ” น้ำพริกถ้วยเก่าก็หันมาเลือก “คนใหม่” จะเอาใคร ในบรรดาผู้สมัครคนใหม่ที่มีอยู่หลายคน

ร้อยเมตรสุดท้าย ผู้แข่งขันแต่ละคนต้องวิ่งสุดแรง มีกำลังเท่าไหร่ ปล่อยออกมาให้หมด

การวาง “กลยุทธ์” เพื่อ “พิชิตใจ” คนใช้สิทธิเลือกตั้งจึงเป็น “โจทย์หิน” ที่ผู้อยากเป็นผู้ว่าฯกทม.ต้องทำให้ได้

และทำให้เหนือคู่แข่ง!?!

ศุกร์ มังกร