การปฏิบัติสมาธิภาวนาไม่ต้องอาศัยความจำ เพียงใช้สติคอยควบคุมจิตไม่ให้แส่ส่ายออกไป พระอริยสงฆ์เจ้าที่เป็นนักปฏิบัติทั้งหลายจึงมักสั่งสอนตักเตือนอยู่เสมอว่า ความรู้ทางปริยัติที่ได้ร่ำเรียนจดจำมานั้นให้เก็บใส่ลิ้นชักไว้ก่อน ไม่ต้องนำมาใช้ในการปฏิบัติสมาธิภาวนา เพราะจิตและสมองอยู่กันคนละมิติ ทำงานกันคนละหน้าที่และไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
การปฏิบัติสมาธิภาวนามีจุดประสงค์เพื่อขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด เพื่อทำให้ราคะตัณหาและความโลภ โกรธ หลง ลดน้อยและเบาบางลง จิตที่อยู่แต่ภายในกายหรือภายในลมหายใจจะเกิดความสุขสงบ เหตุที่จิตสุขสงบเพราะจิตไม่ส่งออกไปหมกมุ่นกับเรื่องวุ่นวายภายนอก
ประสบการณ์จากการที่จิตได้รับความสุขสงบจากสมาธิภาวนานี้จะกลายเป็นเสาหลักเอกให้แก่ผู้ปฏิบัติได้ใช้อาศัย ได้ใช้เป็นที่พึ่งพิงทั้งในภพชาตินี้และภพชาติต่อๆ ไปไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเหตุว่าจิตตัวรู้นี้ได้เคยรับรู้และเคยได้สัมผัสกับความสุขสงบในสมาธิภาวนามาแล้ว ครั้นต่อมาเมื่อจิตประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้โกรธหรือทำให้เกิดราคะตัณหา จิตที่เคยสัมผัสความสุขสงบในกรรมฐานมาแล้วจะคอยเตือนเราว่า ราคะตัณหาและอารมณ์โกรธที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้นมีสภาพรุ่มร้อนวุ่นวายอันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความสุขสงบที่มีอยู่ในกรรมฐาน
จิตตัวรู้นี้จะมองเห็นการเปรียบเทียบระหว่างความเร่าร้อนวุ่นวายกับความสุขสงบ ซึ่งอารมณ์ทั้งสองประการนี้จิตเคยได้สัมผัสมาแล้ว จิตตัวรู้นี้จึงเลือกที่จะเดินไปสู่ทางที่เป็นอารมณ์แห่งความสุขสงบ ตรงกันข้ามกับผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติสมาธิภาวนา จิตไม่เคยรับรู้ความสุขสงบจากสมาธิ จิตไม่อาจหาข้อเปรียบเทียบระหว่างสิ่งดีกับไม่ดี เมื่อจิตประสบเข้ากับความโกรธหรือราคะตัณหา จิตจึงถาโถมเข้าหาอารมณ์โกรธหรือความกำหนัดนั้นอย่างไม่รีรอ จึงนำมาซึ่งความเสียหายแก่ชีวิตและจิตใจอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ เราจึงมักเห็นนักปฏิบัติทั้งหลายต่างเป็นผู้มีสติมั่นคง ไม่ใจร้อนวู่วาม ไม่โกรธง่าย ใจเย็น สมาธิภาวนาที่ผู้ปฏิบัติเพียรอดทนฝึกฝนมาจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงส่งต่อการดำเนินชีวิต ทำให้ผู้ภาวนาไม่เดินตกต่ำหลงทางไปสู่ความมืดบอด เพราะเหตุที่จิตดวงนี้เคยได้รับประสบการณ์แห่งความสุขสงบจากกรรมฐานที่จะเป็นเสาหลักคอยยึดเหนี่ยวจิตใจไว้ สมาธิภาวนาจึงเป็นสุดยอดแห่งพระพุทธศาสนา
อานิสงส์แห่งกรรมฐานที่บังเกิดขึ้นนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยการจดจำหรือการนึกคิดใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งการปฏิบัติสมาธิภาวนาจะเกิดมรรคผลได้จำเป็นต้องปิดตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพราะอายตนะเหล่านี้เป็นช่องทางให้ราคะตัณหาไหลผ่านเข้าสู่เวทนาขันธ์ การมีรูปแห่งกาม หรือมีสตรีเพศปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ชิดผ่านทางสายตาโดยไม่ต้องอาศัย
การจดจำเรื่องราวในอดีต ย่อมทำให้ราคะตัณหาที่นอนเนื่องอยู่ในจิตกลับกระเพื่อมพลุ่งพล่านเกิดกำหนัดขึ้นได้จิตดวงนี้ไม่มีอายุขัย หากไม่ได้รับการขัดเกลาด้วยวิปัสสนากรรมฐานแล้ว อาสวะกิเลสทั้งหลายจะนอนนิ่งจมอยู่ในจิตดวงนี้ตลอดไปจนข้ามภพข้ามชาติ เมื่อไปเกิดใหม่ กามราคะในจิตจะสำแดงออกมาเมื่อร่างกายเริ่มแตกเนื้อหนุ่มเป็นครั้งแรกโดยไม่ต้องอาศัยความจดจำในอดีตกาล
จิตดวงนี้ไม่มีคำว่าแก่เฒ่า จิตที่มีราคะตัณหานอนเนื่องอยู่จึงสำแดงความกำหนดได้ตลอดเวลา ความเจ็บป่วยทางกายไม่ได้ช่วยระงับดับสิ้นซึ่งกามราคะที่ฝังอยู่ในจิต แม้จะจดจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ แต่ราคะตัณหาในจิตยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ไม่มีเสื่อมคลาย การปรากฏของเรือนกายแห่งสตรีเพศที่อยู่ตรงหน้าในระยะประชั้นชิด ทำให้ความใคร่ ความปรารถนาถูกกระตุ้นด้วยเวทนาขันธ์ โดยมีอาสวะกิเลสในจิตนี้เป็นผู้บงการชักนำทั้งสิ้น ไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับสมองหรือการจดจำเหตุการณ์ในอดีตเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสำแดงของราคะตัณหา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนห้ามมิให้ภิกษุพูดคุยกับสตรี ไม่ให้มองสตรี ไม่ให้อยู่ลำพังกับสตรี ธรรมวินัยข้อห้ามดังกล่าวนี้เป็นไปเพื่อการระงับยับยั้งราคะตัณหาทางจิตทั้งสิ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมอง แม้จะจดจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ แต่ขณะปัจจุบันที่มีสตรีเพศนั่งใกล้ชิดอยู่ย่อมถือเป็นขณะเวลาที่ต้องใส่ใจและมีสติอยู่ตลอดเวลา ความสำคัญจึงอยู่ที่ขณะปัจจุบัน ไม่ประกอบกรรมชั่วและทำจิตให้ผ่องใส
โรคทางกายไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความเร่าร้อนของราคะตัณหาที่อยู่ในจิต จิตทำงานโดยไม่ต้องอาศัยการป้อนข้อมูลใดๆ จิตทำงานไปตามพลังแห่งกุศลกรรมและอกุศลกรรมที่ฝังอยู่ในจิต จิตตัวรู้นี้จะเป็นผู้เลือกระหว่างไปหาความสุขที่ร้านเหล้า หรือไปหาความสุขสงบในวัดวาอาราม ทาน ศีล ภาวนาที่สั่งสมอยู่ในจิตที่จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกโดยไม่ต้องอาศัยสมอง
อย่างไรก็ดี โรคทางกายย่อมแตกต่างจากโรคทางจิต ผู้ป่วยทางกาย หรือทางสมองที่เกี่ยวกับความจำย่อมไม่มีผลกระทบต่อจิต ผิดกับผู้ป่วยโรคทางจิตหรือผู้ป่วยจิตเวชซึ่งมักพบว่าผู้ป่วยประเภทนี้ขาดสติขาดปัญญา จิตของเขาล่องลอยไปสู่แห่งหนตำบลใด ไม่มีใครทราบ ผู้ป่วยมักจะคร่ำครวญ หรือกังวลกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในอดีตที่มีความสำคัญและกระทบต่อจิตใจของเขา จิตของเขาจึงส่งออกไปสู่เหตุการณ์นั้นและฝังแน่นอยู่ในเหตุการณ์นั้นตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยจิตเวชบางคนจึงแสดงอารมณ์ขึ้งเคียด หรือบางคนแสดงอาการยิ้มหัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อจิตของเขาล่องลอยออกไปเป็นเวลายาวนานนับเดือนนับปี สติของเขาจึงแผ่วบางและไร้ซึ่งพลังจนไม่มีกำลังที่จะเรียกจิตของเขาให้ถอนออกมาจากเหตุการณ์นั้นกลับมาสู่ตัวผู้ป่วยได้อีก
ในบรรดาโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายทั้งปวง โรคทางจิตเวชจึงนับเป็นภัยที่ร้ายแรงและน่าเกรงกลัวเป็นที่สุด เพราะผู้ป่วยจิตเวชไม่มีโอกาสได้สร้างบุญกุศล ภพชาติข้างหน้าของเขามีแต่มืดมน ดังนั้นการทำบุญบริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ป่วยจิตเวชจึงนับเป็นการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่ประเสริฐที่สุด
จิตที่บริสุทธิ์ผ่องใสย่อมส่งผลให้กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมงามสง่าและประณีต ตรงกันข้ามกับจิตที่ถูกครอบงำด้วยราคะตัณหาย่อมโน้มน้าวให้การแสดงออกทางกายเป็นไปในทางหยาบคายตกต่ำ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องของจิตเพียงอย่างเดียว การยกอ้างความเจ็บป่วยทางกายเพื่อลบล้างกายกรรมที่หยาบคายที่กระทำต่อสตรีเพศจึงเป็นสิ่งที่ชาวพุทธยอมรับไม่ได้
ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

