
“สวดอภิธรรมหลายคืนหลายวันในงานศพในไทย ไม่มีในอินเดียและลังกา”
บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตพากันบอกตรงกันทั้งบรรดาที่เคยไปศึกษาในอินเดีย กับที่ไม่เคยไปอินเดีย แต่ค้นคว้าจากตำรับตำราต่างๆ
“ชาวฮินดูไม่เก็บศพไว้นาน เมื่อมีผู้วายชนม์ก็จะห่อหุ้มศพด้วยผ้าประดับด้วยดอกไม้ วางบนแคร่และนำไปประชุมเพลิงทันที” [ข้อเขียนเรื่อง พิธีเกี่ยวกับความตาย ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู โดย คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 21-27 ตุลาคม 2559 หน้า 81]
ชวนให้สงสัยว่าสวดอภิธรรมศพในไทย น่าจะสืบเนื่องจากพิธีเรียกขวัญซึ่งมีหลายวันในงานศพพื้นเมืองของอุษาคเนย์เมื่อหลายพันปีมาแล้ว
สวดภาษาร่าย
สวดเก่าสุดของตระกูลไต-ไท น่าจะได้แก่พิธีเรียกขวัญของหมอขวัญ ด้วยคำคล้องจองสลับคำพูดในชีวิตประจำวันเมื่อหลายพันปีมาแล้ว
[สวด หมายถึง พูดจา, ว่ากล่าว, และอ่านเป็นทำนอง เช่น สวดคำหลวง, สวดมนต์, สวดอภิธรรม, สวดคฤหัสถ์ ฯลฯ]
ครั้นนานไปก็พัฒนาเป็นคำคล้องจองต่อเนื่องยืดยาว โดยไม่มีกำหนดตายตัว สมมุติเรียกกันสมัยหลังว่าภาษาร่าย คำคล้องจองนั้นเป็นฉันทลักษณ์เรียกร่าย
ลักษณะเฉพาะของสวดภาษาร่าย ได้แก่ ลูกคอ กับ เสียงโหยหวน
บริเวณที่พบหนาแน่นการสู่ขวัญด้วยภาษาร่ายที่มีลูกคอกับเสียงโหยหวน ได้แก่ (1.) ลุ่มน้ำสาละวิน ในพม่าภาคเหนือ และ (2.) ลุ่มน้ำโขง ของไทยกับลาว แล้วต่อเนื่องถึงภาคเหนือของเวียดนาม
หลังอินเดีย
ราวหลัง พ.ศ. 1000 รับศาสนาพราหมณ์กับพุทธจากอินเดีย ประเพณีสวดภาษาร่ายในคำสู่ขวัญก็ถูกปรับใช้สวดต่างๆ ในพุทธศาสนา เช่น
- สวดภาษาบาลี ด้วยทำนองสวดภาษาร่ายพื้นเมือง ได้แก่ สวดมนต์, สวดอภิธรรม ฯลฯ
- สวดภาษาบาลี แปลเป็นภาษาไทยทีละประโยค ด้วยทำนองสวดภาษาร่ายพื้นเมือง เช่น สวดมหาชาติคำหลวง, สวดกาพย์มหาชาติ ฯลฯ
- สวดภาษาไทยด้วยทำนองพื้นเมือง ที่แต่งจากคัมภีร์พุทธศาสนาด้วยฉันทลักษณ์ต่างๆ เช่น สวดด้าน (นครศรีธรรมราช), สวดโอ้เอ้วิหารราย, สวดคฤหัสถ์ ฯลฯ

ลูกคอและเสียงโหยหวนจากภาษาร่าย
เทศน์มหาชาติเรื่องเวสสันดร สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่าได้แบบแผนจากลาวหรือมอญ เป็นทำนองต่างๆ ซึ่งมีลูกคอและเสียงโหยหวนเป็นลักษณะสำคัญ ทรงมีพระนิพนธ์ไว้ในคำนำหนังสือมหาพนคำเฉียง (แต่งก่อน พ.ศ. 2229 ปลายแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ ที่ได้จากเมืองเชียงใหม่)
“พระเทศน์เวสสันดรชาดกโดยทำนองต่างๆ เห็นจะมีขึ้นทางเมืองลาวก่อน แล้วจึงแพร่หลายลงมาข้างใต้
มอญจะได้ไปจากไทย ฤๅไทยฝ่ายเหนือจะได้มาจากมอญ ข้อนี้ยังสงสัยอยู่”
[หนังสือมหาพนคำเฉียง พิมพ์แจกงานศพ ขุนราชพิจิตร (จุ้ย กฤษณามระ) พ.ศ. 2462]
สวดอภิธรรมงานศพ ถ้ามาจากประเพณีเรียกขวัญจริงๆ ก็มาได้ทั้งจากมอญและลาว เพราะต่างมีความเชื่อเหมือนกันเรื่องขวัญ มีตัวอย่างสำคัญมาก คือ “งันเฮือนดี” ในอีสาน ซึ่งมีการละเล่นสนุกสนานงานศพในเฮือนดีนั้น
ปัญหาอยู่ที่การศึกษาไทยมีท่าทีเหยียดๆ ประเพณีพิธีกรรมดั้งเดิมของท้องถิ่นทั้งในไทยและในอุษาคเนย์
