หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : โคลนตมจากน้ำท่วม สร้างปุ๋ยธรรมชาติใส่ดินลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ถูกทำลายหายเหี้ยนด้วยโรงงานอุตสาหกรรม

27.10.16 | 16:42 น.

“เมืองสยามเป็นดินโคลน” ลาลูแบร์ (ราชทูตฝรั่งเศส เดินทางถึงรัฐอยุธยาสมัยพระนารายณ์) มีบันทึกบอกไว้ราว 300 ปีมาแล้ว

หมายถึงแผ่นดินสยามเป็นโคลนตมบริเวณตั้งแต่ปากน้ำเจ้าพระยา (อ่าวไทย) ขึ้นไปถึงอยุธยากับละโว้ (ลพบุรี) เกิดจากตะกอนที่ไหลมากับน้ำหลากในหน้าน้ำจากทางเหนือขึ้นไป ทับถมต่อเนื่องมายาวนานหลายพันปีจนกลายเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตม

“สยามมีพื้นดินอันอุดมดีนักในที่ทุกหนทุกแห่งที่มีน้ำท่วมไปถึง” ลาลูแบร์บันทึกไว้ว่า ดินโคลนที่น้ำฝนชะล้างไหลลงมากับน้ำหลากจากภูเขาทางภาคเหนือ ได้กลายเป็นปุ๋ยอย่างดี “การที่น้ำท่วมนั้น นอกจากจะทำให้พื้นดินมีปุ๋ยอันอุดมดีแล้ว ยังช่วยทำลายตัวแมลงร้ายๆ ให้หมดไปได้มิใช่น้อย”

“การที่มีน้ำท่วมเป็นประจำปี ย่อมเป็นประกันแก่ประเทศสยามในด้านความอุดมสมบูรณ์ในการทำนาข้าว และทำให้ราชอาณาจักรนี้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของหลายประเทศทีเดียว” ลาลูแบร์บอกไว้

สภาพอุดมสมบูรณ์ที่ลาลูแบร์เคยเห็นเมื่อ 300 ปีที่แล้ว บัดนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะที่ดินมีปุ๋ยธรรมชาติถูกโอนไปเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเกือบหมด โดยเฉพาะบริเวณอยุธยา ด้านตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา แม้มีเหลือบ้างก็ทำการเกษตรไม่ได้ผลเหมือนเดิม เพราะเกิดมลพิษเต็มไปหมด

Advertisement

อุตสาหกรรมจำเป็นต้องมี แต่ไม่จำเป็นต้องสร้างบนพื้นที่อุดมสมบูรณ์อย่างรอบๆ อยุธยา ที่เป็นแอ่งรับน้ำและปุ๋ยธรรมชาติ

นี่เป็นพยานสำคัญมาก ว่าของดีมีอยู่ แต่ไม่รู้จัก แล้วไม่รักษา เลยเสื่อม ในที่สุดก็สูญ

โรงงานอุตสาหกรรมอยุธยา ถมแหล่งรับน้ำหลากมากปุ๋ยธรรมชาติ

อยุธยาด้านตะวันออก เป็นฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อน พ.ศ. 2530 ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่สีเขียวเพื่อการเกษตรกรรม

รัฐบาลต่อมายกเลิกพื้นที่สีเขียว (ที่เคยสงวนไว้เพื่อการเกษตรกรรม) แล้วประกาศให้เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม

อยุธยา หลัง พ.ศ. 2530 เป็นเขตอุตสาหกรรม แล้วขยายต่อเนื่อง มีโรงงานอุตสาหกรรมนับไม่ถ้วนเข้าสู่บริเวณที่เป็น “ทุ่งหลวง” พื้นที่ด้านตะวันออกของอยุธยา

บริเวณนี้เป็นทะเลโคลนตมแหล่งรับน้ำหลากจากทางเหนือมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ (ก่อนยุคอยุธยานับพันๆ ปี) จนถึงยุคอยุธยามีลำน้ำน้อยใหญ่เหมือนใยแมงมุม เป็นแหล่งปลูกข้าวพันธุ์หนีน้ำ มีรากยาวเป็นวา (ราว 2 เมตร)

ทุ่งหลวง เป็นชื่อเรียกอย่างกว้างๆ ของบริเวณที่ราบลุ่มต่ำน้ำท่วมถึง ตั้งแต่ อ. อุทัย จ. พระนครศรีอยุธยา ไปทางทิศตะวันออก ต่อเนื่องถึง จ. นครนายก และ จ. ปทุมธานี

ถูกกำหนดเป็นพื้นที่ชลประทาน สมัย ร.6 เพื่อขุดคลองส่งน้ำให้ทำนา โดยมีเขื่อนกั้นน้ำป่าสัก เรียกเขื่อนพระราม 6 ที่ ต. ท่าหลวง อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นบริเวณที่น้ำหลากจากภาคเหนือ พาตะกอนมาทับถมเป็นโคลนตม อุดมด้วยปุ๋ยให้ชาวนาปลูกข้าวมีคุณภาพ

โรงงานอุตสาหกรรมทำลายทุ่งหลวงให้กลายเป็นแหล่งน้ำเน่า ที่มาจากชุมชนและอื่นๆ รอบโรงงาน

พ.ศ. 2554 น้ำท่วมใหญ่ แล้วท่วมโรงงานอุตสาหกรรมกับชุมชนบริเวณนี้ทั้งหมด เพราะเป็นแอ่งรับน้ำธรรมชาติ เป็นบริเวณที่ตะกอนน้ำไหลจากทางเหนือมาทับถม

แม้จะลงทุนทำคันกั้นน้ำท่วมหลายแห่ง (ทั้งของทางการและของเอกชน) ในหลายนิคมอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรอดพ้นอุทกภัยในอนาคตจากโลกร้อนที่มีแนวโน้มจะรุนแรงกว่า

สังคมไทยควรหารือหลีกเลี่ยงทำลายแหล่งรับน้ำธรรมชาติ ที่ทำไปแล้วก็ลดลงหรือหาทางเลิก