หน้าแรก คอลัมนิสต์ การที่รัสเซีย...

การที่รัสเซียประกาศว่าจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีในสงครามรัสเซีย-ยูเครนแปลว่าอะไร ?

1.06.22 | 12:55 น.

เรื่องยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีที่สร้างความสับสนวุ่นวายตลอดจนทำให้เกิดการปะทะกันในประเทศไทยมากว่า 10 ปีแล้วเนื่องจากคนไทยเป็นจำนวนมากชอบพูด อ้างถึง และเขียนขึ้นมาบังคับใช้จนเกร่อไปหมด อาทิ

แผนยุทธศาสตร์ชาติของหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งหลายในปัจจุบันและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่เป็นที่น่ารังเกียจของคนทั่วไปเพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว แม้แต่เหล่าผู้คนที่เขียน (ลอก) แผนยุทธศาสตร์เหล่านี้ขึ้นมาเองก็ตาม ต่างก็อ่านแล้วไม่รู้เรื่องหรอกครับ แต่ทำเป็นรู้เรื่องกันทุกคน (มีหลักฐานเป็นเชิงประจักษ์จากคำให้การของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่านรวมทั้งหลายท่านที่ไม่เคยอ่านเลยก็มีเยอะ)

ความจริงเรื่องยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีนั้นเริ่มต้นจากการทหารและการสงครามครับ และที่อ้างอิงกันเป็นกฎเกณฑ์ก็คือหลักการของ จอมพลอาร์ชิบาลด์ เวเวลล์ (นายทหารใหญ่ทั้งสองสงครามโลกชาวอังกฤษและอดีตอุปราชแห่งอินเดีย) เป็นผู้อ้างอิงจากข้อเขียนของ พลตรีคาร์ล ฟอน เคลาเซวิตซ์ นายพลชาวเยอรมันปรัสเซีย (ผู้ได้รับการยกย่องเป็นนักทฤษฎีทหารผู้ยิ่งใหญ่และเป็นบิดาแห่งวิชาการยุทธสมัยใหม่) ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์และยุทธวิธีไว้ดังนี้ คือ

“ยุทธศาสตร์ คือศิลปะของการนำกำลังทหารเข้าสู่สนามรบอย่างได้เปรียบต่อกองทัพของศัตรูเพื่อนำไปสู่การชนะสงคราม โดยเน้นว่าสนามรบกับสงครามนั้น สนามรบมีหลายแห่งแต่สงครามมีเพียงสงครามเดียว ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องชนะในทุกสนามรบก็ได้ ส่วนยุทธวิธี คือศิลปะของการใช้กำลังทหารในสนามรบแต่ละแห่ง”

ใน พ.ศ.2508 ศาสตราจารย์แฮรี อิกอร์ แอนซอฟฟ์ ชาวรัสเซียอเมริกัน ได้เขียนหนังสือชื่อ “Corporate Strategy” ที่นำเอาเรื่องยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีมาใช้ในการเรียนการสอนในสาขาวิชาบริหาร ธุรกิจเป็นครั้งแรกจนกระทั่งกลายเป็นวิชายอดฮิตของโลกไป ซึ่งเมื่อแพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยแล้วเลยมีการนำมาสอนในวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งกลายเป็นสาขาวิชายอดฮิตในประเทศไทยในปัจจุบัน

Advertisement

แต่เมื่อมาอยู่เมืองไทยแล้วนักวิชาการไทยเกิดรังเกียจคำว่า “ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี” ว่าเป็นศัพท์ของทหารเลยคิดคำขึ้นใหม่เป็น “กลยุทธ์-กลวิธี” ซึ่งสร้างความสับสนวุ่นวายขึ้นในวงวิชาการและวงราชการไทยที่ใช้ศัพท์ “ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี” ปนเปมั่วกับศัพท์ “กลยุทธ์-กลวิธี” จนเกิดแผนมั่วซั่วรกประเทศในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ของดั้งเดิมเขาใช้คำศัพท์ว่า “strategy-tactics” เท่านั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ครับ! เล่าเรื่องปูพื้นมาเสียยาวเพื่อที่จะกล่าวถึง “การที่รัสเซียประกาศว่าจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีในสงครามรัสเซีย-ยูเครนแปลว่าอะไร?” นั่นเอง เนื่องจากหลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีนี้แล้ว กลับถูกทางกองทัพยูเครนที่ได้รับการสนับสนุนอาวุธที่ทันสมัยจากกลุ่มนาโตทำการสู้รบอย่างเหนียวแน่น และสามารถตีโต้กลับไปทำให้รัสเซียเพลี่ยงพล้ำเสียทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ไปอย่างมหาศาล ทำให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินกล่าวว่า ทางการรัสเซียกำลังเคลื่อนย้าย อาวุธนิวเคลียร์ ให้อยู่ในสถานะพร้อมรบทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า รัฐบาลรัสเซียอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์ “เชิงยุทธวิธี” ซึ่งไม่ใช่การทำสงครามนิวเคลียร์แบบเต็มรูปแบบ กล่าวคือ “ยุทธศาสตร์ คือศิลปะของการนำกำลังทหารเข้าสู่สนามรบอย่างได้เปรียบต่อกองทัพของศัตรูเพื่อนำไปสู่การชนะสงคราม โดยเน้นว่าสนามรบกับสงครามนั้น สนามรบมีหลายแห่งแต่สงครามมีเพียงสงครามเดียว ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องชนะในทุกสนามรบก็ได้ ส่วนยุทธวิธี คือศิลปะของการใช้กำลังทหารในสนามรบแต่ละแห่ง”

อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี คืออาวุธนิวเคลียร์ที่อาจใช้โจมตีในระยะใกล้ ต่างจากอาวุธนิวเคลียร์ “ทางยุทธศาสตร์ (strategic)” ในสมัยสงครามเย็นอาวุธเหล่านี้คือระเบิดที่ชาติมหาอำนาจเพียง 2 ชาติคือ สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต อาจใช้ยิงในระยะไกลเพื่อโจมตีดินแดนของอีกฝ่ายโดยใช้ขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยไกล มีรัศมีทำการระยะไกลระดับข้ามทวีปมากกว่า 5,500 กิโลเมตร โดยปกติแล้วขีปนาวุธชนิดนี้จะใช้ในการบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ เพื่อทำลายเป้าหมายในวงกว้างจากระยะไกล ขีปนาวุธชนิดนี้สามารถบรรทุกหัวรบได้มากกว่าหนึ่งหัว และสามารถปล่อยได้จากหลายสถานที่เช่น สถานีปล่อยขีปนาวุธภาคพื้นดิน เรือดำน้ำ หรือรถปล่อยขีปนาวุธ ขีปนาวุธข้ามทวีปมีระยะทำการไกลและเร็วกว่า ซึ่งแตกต่างจากขีปนาวุธชนิดอื่นอย่างขีปนาวุธพิสัยกลาง ขีปนาวุธพิสัยใกล้ และขีปนาวุธทางยุทธวิธี

แต่คำว่า “เชิงยุทธวิธี (tactical)” ใช้ได้กับอาวุธหลายชนิด รวมถึงระเบิดและขีปนาวุธขนาดเล็กที่ใช้เป็นอาวุธในสนามรบเน้นในสนามรบเท่านั้น น่าสังเกตว่าอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีมีขนาดและอานุภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก คือหัวรบที่เล็กมีขนาด 1 กิโลตัน ซึ่งเทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 1,000 ตัน หัวรบที่ใหญ่ขึ้นมาอาจจะมีขนาดอำนาจการทำลายเทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 100,000 ตัน ส่วนระเบิดปรมาณูลูกแรกที่ทิ้งลงทำลายเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นที่สังหารผู้คนราว 146,000 คนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นมีขนาดอำนาจการทำลายเทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 15,000 ตัน

อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายรัสเซีย เช่น ทูตรัสเซียประจำประเทศอังกฤษ นายอังเดรย์ วลาดีมีโรวิซ เคลลิน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ายูเครนเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จึงไม่มีทางที่รัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ถล่มดินแดนในประเทศของตัวเองแน่นอน

ครับ! ก็ว่ากันไป

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์