บทนำ : วิกฤตอาหาร
สงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงาน สินค้าเกษตร ปุ๋ย สินค้าอาหาร ฯลฯ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้เผยข้อมูลดัชนีราคาอาหาร พบว่าสินค้าอาหาร เนื้อสัตว์ น้ำตาล น้ำมันพืช นม ราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่เฉพาะประเทศยากจนที่ได้รับผลกระทบ ประเทศอย่างอังกฤษ ประชากรเกือบ 10 ล้านคน ลดการบริโภคอาหารในเดือนเมษายน ฝรั่งเศสวางแผนออกคูปองอาหารให้กับครัวเรือนยากจน หลายประเทศสำรองอาหาร ห้ามส่งออกสินค้าเกษตร อาหาร และน้ำตาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์และชี้แจงในที่ประชุมสภาว่า รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ติดตามแนวโน้มเหล่านี้อยู่ และพิจารณาใน 2 ด้านว่า สถานการณ์อาหารในต่างประเทศเป็นอย่างไร และสต๊อกอาหารในประเทศเป็นอย่างไร หากมีเหลือจากจำนวนที่เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ ก็จะพิจารณาส่งออก
ภาคเอกชนหลายรายระบุว่า เป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารไทย นายเพชร นันทวิสัย ผู้บริหารบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เผยว่า ยุโรป ไม่รวมอังกฤษ นำเข้าไก่จากยูเครนสัดส่วนกว่า 20% ของปริมาณนำเข้า ทำให้ยอดส่งออกไก่ไปต่างประเทศในปีนี้ของบริษัท จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประมาณ 20% ทั้งไก่ดิบ ไก่แช่แข็ง และไก่ปรุงสุก จากการส่งออกไปยุโรปเป็นหลัก และคาดว่ารายรับจะอยู่ที่ 20-30% ของรายได้จากการขาย ในยุโรป ญี่ปุ่น จีน และมาเลเซีย และยังได้รับปัจจัยบวกจากมาเลเซียระงับการส่งออกไก่ 3.6 ล้านตัว/เดือน มีผล 1 มิถุนายน เพื่อแก้ปัญหาราคาไก่ในประเทศแพง จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น หลังมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้สิงคโปร์จะหันมานำเข้าไก่จากไทยมากขึ้น เพื่อทดแทนการนำเข้าจากมาเลเซีย
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศต่างๆ อย่างลึกซึ้งรุนแรง หลายประเทศที่พึ่งพาพลังงาน ทั้งน้ำมัน ก๊าซจากรัสเซีย อาจต้องปรับโครงสร้างพลังงานใหม่ ในเอเชียหลายประเทศถึงขนาดไม่มีน้ำมันใช้ ส่วนในประเทศไทยมีผลด้านลบชัดเจนจากปัญหาพลังงาน แต่ก็มีโอกาสด้านบวกเกิดขึ้นด้วยจากเรื่องของการส่งออกอาหาร ซึ่งรัฐบาลจะต้องรับมือให้ได้และบริหารโอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ใช้โอกาสที่ดีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนไปพร้อมกัน

