หน้าแรก คอลัมนิสต์ การลงโทษผู้ยิ...

การลงโทษผู้ยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างไร้ความรับผิดชอบ

22.06.22 | 09:22 น.

การลงโทษผู้ยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างไร้ความรับผิดชอบ

ปัจจุบันจะเห็นว่ามีข่าวผู้ได้รับความเสียหายทรัพย์สิน คือหลังคาบ้านและสิ่งของในบ้านถูกกระสุนปืนที่มีผู้ยิงขึ้นฟ้าแล้วตกถูกหลังคาบ้านหลายครั้ง กระสุนตกถูกร่างกายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย บางรายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงปางตาย บางรายกระสุนถูกศีรษะเสียชีวิตก็มี

ขณะเดียวกัน ข่าวการจับกุมผู้กระทำผิดได้มีน้อยมาก เข้าใจว่าเป็นความยากลำบากในการแสวงหาพยานหลักฐานมาลงโทษผู้กระทำผิด จึงทำให้บุคคลที่ไร้ความรับผิดชอบเหล่านี้ไม่เกรงกลัวต่อการกระทำผิดและก่อเหตุร้ายขึ้นอยู่เนืองๆ ทำความหวาดกลัวแก่ประชาชนที่เกรงว่าตนและบุคคลในครอบครัวจะได้รับอันตรายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากกระสุนปืนดังกล่าวเมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้

บางครั้งเมื่อสามารถจับกุมผู้ที่ยิงปืนอย่างขาดความรับผิดชอบนี้ก็มักดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวเพียงข้อหาว่ากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บสาหัสแล้วแต่กรณี ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มีโทษสำหรับกรณีทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายเพียงจำคุกไม่เกินสิบปี และหากได้รับบาดเจ็บสาหัสก็มีความผิดตามมาตรา 300 ต้องรับโทษเพียงจำคุกไม่เกินสามปี และหากรับสารภาพในชั้นศาลอาจถือว่ามีเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา 78 ศาลอาจลดอัตราโทษลงได้อีก จึงทำให้ไม่เกิดความเกรงกลัวต่อโทษทัณฑ์ที่จะได้รับตามกฎหมาย ทำให้ประชาชนตกอยู่ในภาวะเสี่ยงภัยจากบุคคลเหล่านี้ตลอดเวลา

แต่หลายกรณีการยิงปืนดังกล่าวมิใช่การกระทำโดยประมาทแต่เป็นการกระทำโดยเจตนาเล็งเห็นผล เช่น การยิงปืนขึ้นฟ้าในการชุมนุมเทศกาลต่างๆ เช่น งานสงกรานต์ การยิงปืนในการเฉลิมฉลองปีใหม่ ซึ่งมีผู้คนมาชุมนุมหนาแน่นจำนวนมาก ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิงปืนขึ้นฟ้าในบ้านจัดสรรในย่านที่อยู่อาศัย มีบ้านเรือนปลูกอยู่หนาแน่น ซึ่งผู้ยิงย่อมคาดหมายได้ว่ากระสุนปืนนั้นอาจตกใส่ผู้อื่นได้เสมอ เช่น ตกใส่บ้าน ทรัพย์สินเสียหาย หรือถูกร่างกายบาดเจ็บสาหัส บางรายถึงกับเสียชีวิต และปัจจุบันการยิงปืนเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นเกิดในลักษณะนี้มากที่สุด

Advertisement

การกระทำโดยเจตนาเล็งเห็นผลนั้น แม้มิใช่กระทำโดยประสงค์ คือไม่ประสงค์ให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน หรือเกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายผู้อื่น แต่ผู้กระทำคาดหมายได้ว่าอาจเกิดความเสียหายแก่ชีวิตร่างกายของบุคคลอื่นอย่างแน่นอน แต่ผู้กระทำก็มิได้ไยดีต่อที่สิ่งจะเกิดขึ้น ซึ่งต่างกับการกระทำโดยประมาท

ซึ่งผู้กระทำเพียงกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยหรือพฤติการณ์ และผู้กระทำมิได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอเท่านั้น

ดังนั้น หากยิงปืนขึ้นฟ้าในชุมชนอย่างไร้ความรับผิดชอบจนเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือชีวิตร่างกายของผู้อื่น จึงมีความผิดฐานกระทำโดยเจตนาเล็งเห็นผลเพราะผู้กระทำคาดหมายว่าจะเกิดผลร้ายอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ไยดีต่อผลร้าย จึงมีความผิดและรับโทษเท่ากับเจตนาใช้ปืนยิงใส่ผู้อื่น และโดยที่อาวุธปืนถือเป็นอาวุธร้ายแรง ซึ่งผู้กระทำทราบดีว่าสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตผู้อื่นได้เสมอ ประเทศไทยจึงถือว่าผู้เจตนาใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นหากถึงแก่ความตายก็มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ต้องรับโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ฯลฯ หากเพียงรับบาดเจ็บสาหัสก็ถือว่ามีความผิด
ฐานพยายามฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล ซึ่งเรื่องนี้ได้เคยมีคำพิพากษาฎีกาลงโทษมาแล้วหลายคดี ทั้งกรณีที่ยิงปืนใส่ท้ายรถยนต์เก๋งของผู้เสียหายหรือยิงปืนใส่ฝาห้องบ้านผู้เสียหายตรงบริเวณที่คาดว่าผู้เสียหายอยู่ในห้องทั้งสองคดีแม้กระสุนปืนไม่ถูกใคร แต่ศาลได้ลงโทษฐานพยายามฆ่า เช่น ฎีกาที่ 2255/2522, 1178/2539, 2456/2531 ฯลฯ

การดำเนินคดีกับผู้ที่ยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ ก็ควรแจ้งข้อหาสอบสวนและฟ้องในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น หรือพยายามฆ่าผู้อื่น (โดยเจตนาเล็งเห็นผล) เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการกระทำผิดและเป็นการคุ้มครองชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของบุคคลที่ไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ เมื่อมีการจับกุมดำเนินคดีและศาลพิพากษาลงโทษประการใด ก็ควรเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกันด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวต่อการลงโทษที่รุนแรงและเด็ดขาดของกระบวนการยุติธรรมรัฐ ไม่กล้ากระทำผิดลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป

ศ.พิเศษ กุลพล พลวัน