สีมีหลายเฉด (ไม่ใช่แค่) เพศที่หลากหลาย พัลซ์(คลินิก) รักษากาย ค้นพบใจ

22.06.22 | 14:55 น.

นับเป็นมติประวัติศาสตร์เมื่อสภาโหวตรับหลักการกฎหมาย ‘สมรสเท่าเทียม’

ผ่านด่านแรกท่ามกลางความตื้นตันของผู้ผลักดัน และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

เป็นข่าวดีใน Pride Month มิถุนายน เดือนแห่งความหลากหลาย PULSE คลินิก ผู้ให้บริการด้านสุขภาพทางเพศ โดย PULSE Social Enterprise จัดนิทรรศการ PULSE Chroma 2022 – Art Exhibition Celebrating Diversity, Inclusivity and Social Well-being 3 เดือนเต็มนับจากนี้ถึง 31 สิงหาคม 2565 โดยงานศิลปะทุกชิ้นจะจัดแสดงที่ PULSE Gallery ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ สีลม CBD,
อโศก, พร้อมพงษ์, เพลินจิต และพญาไท และแกลเลอรี่ร่วม House of Heals

ประกอบด้วยการจัดแสดงภาพถ่าย ดิจิทัลอาร์ต ประติมากรรม และแสง จากศิลปินที่กำลังมาแรงและศิลปินผู้โด่งดัง อาทิ นิทรรศการภาพถ่ายจาก ปุย-สุรชัย แสงสุวรรณ ภาพวาดจาก โอ๊ต มณเฑียร และประติมากรรมเซรามิกจาก ติ้ว-วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์

Advertisement

มิติแห่งสีสัน พัลซ์ (คลินิก) แห่งความหลากหลาย

Gerard Clancy ผู้อำนวยการ PULSE คลินิก กล่าวในระหว่างเปิดงานว่า Chroma แปลว่า สี จึงพยายามเล่นกับแสงหรือสีในงานนี้ คนอาจจะชอบไปผูกสีเยอะๆ หรือสีรุ้งกับกลุ่ม LGBTQ+ แต่ครั้งนี้อยากให้มันมีมากกว่านั้น คือไม่ใช่แค่สเปกตรัมทางเพศอย่างเดียว แต่ยังมีมิติอื่น อย่างสเปกตรัมทางสังคม เช่น คนที่มี
การเงิน เชื้อชาติ ศาสนาต่างกัน ความบกพร่องของร่างกาย อุดมการณ์ นี่คือสิ่งที่อยากให้ทั้ง 9 แกลเลอรี่สื่อสารออกมาได้มากที่สุด

“ในเป้าหมายของมันจะมีอยู่ 3 คำ คือ Diversity ความหลากหลายซึ่งไม่ใช่แค่ทางเพศ Inclusivity การให้ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และสุดท้ายคือ Social Well-being สุขภาวะที่ดีของสังคม นี่คือเป้าหมายหลักของนิทรรศการในครั้งนี้” ผอ.พัลซ์ คลินิก กล่าว

ความพิเศษของสถานที่ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ด้านหน้าเป็นเฮาส์แกลเลอรี่ แต่ด้านในเป็นคลินิก ซึ่งเรียกว่าส่วนของ Health and Wellness โดย Gerard เล่าในส่วนนี้ว่า นอกจากเข้ามารักษาตัวแล้ว ในระหว่างการเดินเข้าไปด้านในจะได้เห็นงานศิลปะที่พูดคุย หรือสื่อสารกับเขาได้ ซึ่งศิลปะแต่ละชิ้นจะพูดกับแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนอาจจะเห็นชิ้นนี้แล้วชอบ ประทับใจ บางคนเห็นแล้วรู้สึกว่า ‘อะไรเนี่ย’ แต่มันน่าจะเป็นการเดินทางที่ดี

“นอกจากจะมารักษาร่างกาย ยังได้รักษาและค้นพบจิตใจของตัวเองผ่านศิลปะอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พัลซ์อยากให้เกิดขึ้น มากกว่าการที่มารักษาโรคแล้วจบไปอย่างเดียว มันคือการช่วยเขาในหลายๆ มิติ นั่นก็จะสะท้อนถึงตัวบริการที่จะมีเพิ่มขึ้นมากกว่า Sexual Health เราก็จะมี Mental Health และ Traditional Chinese Medicine การบำบัดศาสตร์จีน ไม่ว่ามีปัญหาอะไรก็อยากให้เดินเข้ามาหาเราได้ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพอย่างเดียว เป็นพันธกิจที่พัลซ์อยากทำให้เกิดขึ้น”

แกลเลอรี่กึ่งคลินิก และนู้ดวีนัส เทพีความงามที่ไม่จำกัดแค่เพศหญิง

โอ๊ต มณเฑียร ศิลปินและผู้ก่อตั้งโพธิสัตวา แกลเลอรี่ LGBTQ+ แห่งแรกของเมืองไทย เล่าว่า แกลเลอรี่กึ่งคลินิกเป็นอะไรที่คิดว่าค่อนข้างน่าสนใจ แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร สำหรับคนที่เป็นเกย์ หรือมีหลากหลายเพศสภาพ บางทีกลัวการเข้าคลินิก หรือไปตรวจเลือด การจัดงานแบบนี้จะเฟรนด์ลี่กับพวกเขามากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวง เลยคิดว่าอยากสร้างสุขภาวะที่ดีและความปลอดภัยให้กับคนในคอมมูนิตี้ ตนจึงสนับสนุนและมี
ความสุขไปกับโชว์นี้อย่างมาก

“ในโชว์นี้ทำ 7 ชิ้น สำหรับ 7 สาขา ที่เพลินจิตจะมี 3 ชิ้น และชิ้นใหญ่อยู่ที่สีลม งานของโอ๊ตปกติจะเกี่ยวกับแสง เพราะตอนเด็กๆ โตในสถานบริการ ก็จะเป็นคนจัดไฟเวลามีเด็กดริงก์ขึ้นเวที ดังนั้น ร่างกายที่เปลือยเปล่า หรือ Body with light มันสร้างแรงบันดาลใจให้เรา”

โอ๊ตอธิบายถึงผลงานชิ้นแรกชื่อ The Chariot (VII) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลงานชุดสรงประภา รูปนู้ดต่างกัน 22 รูป และใช้แสงที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมี Projecting Venus เนื่องจากตนเคยเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ดังนั้น ตัว Reference จึงเป็นวีนัสจากประวัติศาสตร์ศิลปะ ถ้าไปดูในแต่ละสาขาก็จะพบว่าเป็นวีนัสที่ต่างกันออกไป ที่สีลมเป็นบอตติเชลลี และรูปอื่นก็จะต่างไปในแต่ละสาขา

“แต่ละอันจะเกี่ยวกับแสง เล่นกับสีและพื้นผิว นายแบบที่เลือกวาดก็จะเป็นเกย์หมดเลย เพราะรู้สึกว่าภาพนู้ดส่วนใหญ่จะเห็นเป็นรูปผู้หญิงเยอะแล้ว งานเราเลยเลือกที่จะวาดเป็นเกย์บ้าง” โอ๊ตเล่า

ศิลปินไทย-เทศร่วมสร้างสรรค์ หลากที่มา หลายแรงบันดาลใจ

Stephane Pednault หรือ Pedno ศิลปินชาวแคนาดา อธิบายถึงผลงานชิ้นใหญ่ ซึ่งถูกแขวนไว้บนกำแพงอย่างโดดเด่นด้วยขนาดที่ใหญ่พิเศษ สีสันระหว่างฟ้าและเหลืองที่ตัดกันอย่างลงตัวจนยากจะละสายตา ว่า Blue and gold paradise ได้แรงบันดาลใจมาจากวัดร่องเสือเต้น จังหวัดเชียงราย ก่อนออกมาเป็นผลงานชิ้นนี้ ซึ่งเป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่ได้ไปเห็นวัดครั้งแรก โดยสื่อที่ใช้จะเป็นสื่อผสม เบสเป็นอะคริลิคมีการทับด้วยอีพ็อกซี่เรซิน และโรยกลิตเตอร์เข้าไป

“อยากให้คนดูมองไปแล้วสามารถนั่งทำสมาธิ มองแล้วรู้สึกถึงความสงบเหมือนที่ได้รับ ตอนเห็น Blue temple เป็นครั้งแรก ความพิเศษอีกอย่างคือในช่วงระหว่างวันเราจะเห็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่พอเปลี่ยนเป็นแสงกลางคืน หรือมีแสงกระทบ อารมณ์ของภาพก็จะเปลี่ยนไปทั้งๆ ที่เป็นภาพเดิม”

เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านใน Male torso ภาพนู้ดแสนร้อนแรงถูกแขวนไว้สุดทางเดิน ราวกับเป็นตัวหลอกล่อให้เข้าไปค้นหาสิ่งอัศจรรย์ใจอื่นเพิ่มเติม Pendo อธิบายถึงผลงานชิ้นนี้ว่า ในช่วงที่ตนมาประเทศไทยรู้สึกว่าความรู้สึกทุกอย่างของเขามันถูกปลด ถูกกระตุ้นให้สูงขึ้น งานชิ้นนี้ตนอยากใช้เทคนิคที่มันดิบ การที่เมื่อเราลงลึกไปกับเทคนิคหรือว่าวิธีการมากๆ จะทำให้เราสูญเสียความเป็น instinct หรือสัญชาตญาณมากเกินไป

“ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้ลงลึกด้านเทคนิคมาก อยากให้มันถูกถ่ายทอดออกมาด้วยสัญชาตญาณ ด้วยฝีแปรงที่มันดิบ และมาจากอารมณ์จริงๆ มันน่าจะสามารถสื่อสารกับผู้คนได้มากกว่าภาพ Blue and gold paradise ซึ่งเป็นนามธรรม ภาพนี้เป็นภาพที่มีแบบ ตอนที่วาดก็จะนึกถึงเรื่องของความ Sexual ความน่าดึงดูดทางเพศ ซึ่งมันมากขึ้นเมื่อตอนที่ได้มาอยู่ประเทศไทย

“ภาพนี้เองก็มีการใช้เทคนิคโรยกลิตเตอร์ จะให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเมื่ออยู่ในสภาพแสงน้อยและแสงมาตกกระทบไม่ต่างจาก Blue and gold paradise เราจะเห็นเหมือนผู้ชายคนนี้กำลังเต้นรำอยู่ มันทำให้เขาดูมีชีวิต”

สำหรับผลงานของ Bryce Watanasoponwong หรือ Bryce ช่างภาพลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ชื่อว่า A way Through I and II และ Collision I and II เป็นชิ้นงานที่มีความพิเศษในการสร้าง มันไม่ได้ถูกสร้างจากฝีแปรงบนผ้าใบ

เทคนิคของ Bryce คือการเอาภาพถ่ายฟิล์มแบบรุ่นเก่ามาขยายให้ชัดขึ้น 10 เท่า 100 เท่า 1,000 เท่า ในระหว่างที่ขยาย เขาจะลองหยดอะไรลงไป เช่น กาแฟ สี สารเคมีต่างๆ เพื่อลองดูว่าที่ตัวฟิล์มเมื่อโดนสารเคมีแล้วจะมีปฏิกิริยาอย่างไร และจะขยายเข้าไปเรื่อยๆ จากแผ่นฟิล์ม 1 แผ่น เทคนิคนี้ไม่มีชื่อเรียกเฉพาะ แต่เป็นเทคนิคที่ Bryce ทดลองทำด้วยตัวเอง และจะมีภาพอีก 3 ภาพที่ใช้เทคนิคเดียวกันคือ Serotonin Wave I, Serotonin Wave II และ Serotonin Wave III

 

ทำพาสปอร์ตแลกคูปองส่วนลด

Gerard Clancy ผู้อำนวยการ PULSE คลินิก เผยอีกว่า ตอนนี้มีการทำมอคอัพพาสปอร์ต เป็นพาสปอร์ตที่คนสามารถตระเวนชมโลเกชั่น ทั้งหมดด้านใน พอไปชม 1 ที่ก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่ทำแสตมป์ให้ ใช้แลกเป็นคูปองส่วนลดเพื่อไปใช้บริการกับพัลซ์ต่างๆ ทั้งคลินิก พัลซ์คาเฟ่ Merchandise สินค้าไลฟ์สไตล์ของพัลซ์ สามารถนำไปใช้ลดราคาได้ทั้งหมด

ส่วน Merchandise หรือสินค้ามีขาย 3 สาขา พร้อมพงษ์ พญาไท และจตุจักร แม้ที่สาขาจตุจักรจะไม่ได้เป็นคลินิก แต่หากสนใจบริการใดของพัลซ์สามารถเข้าไปพูดคุยและจองผ่านสาขาจตุจักรได้

Gerard ทิ้งท้ายว่า นิทรรศการนี้ระหว่างทางจะมีงานปาร์ตี้ไปด้วยทั้งหมด 5 งาน ในวันที่เปิดงานจะมี Opening ปาร์ตี้ และอีก 4 งานที่เหลือมีดังนี้ PULSE Chroma 2022 Party ภายใต้ธีม “Diversity” วันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา PULSE Silom, PULSE Birthday 7th Anniversary ภายใต้ธีม “Shiny” วันที่ 22 มิถุนายน ที่ PULSE Silom, PULSE Pride Party ภายใต้ธีม “Rainbow” วันที่ 9 กรกฎาคม ที่ PULSE Silom และ PULSE Chroma Closing Party ภายใต้ธีม “Body Positive” วันที่ 27 สิงหาคม ที่ PULSE Gallery Phloen Chit

“กิจกรรมอื่นๆ มีไลน์อัพรอจนถึงสิ้นปี ครั้งต่อๆ ไปถามว่าจะเป็นธีม LGBTQ+ ไหม จริงๆ ก็จะวนไป มันอาจจะเป็นหนึ่งเฉดของความชอบเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ แต่จะยังขอเก็บเอาไว้เป็นความลับก่อน ต้องรอติดตาม”

ขวัญพรทัศ ธนูสิงห์