ราคาข้าวเปลือกตกต่ำกลับมาเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอีกวาระหนึ่ง เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ออกมาระบุว่า เกิดจาก 2 สาเหตุ
หนึ่ง…การปรับโครงสร้างการเกษตรที่ยังไม่ครบวงจร ยังมีปัญหาอยู่ ยังทำไม่ได้ 100%
หนึ่ง… มีการร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองในพื้นที่ร่วมกับโรงสีบางแห่ง กดราคารับซื้อข้าวเปลือก โดยหวังให้เกิดประเด็นเพื่อต่อต้านหรือขัดแย้งกับรัฐบาล
โรงสีและนักการเมืองจึงตกเป็นจำเลยไปโดยปริยาย
หากจะว่าต้นเหตุที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำเป็นการสร้างสถานการณ์ของคนบางกลุ่ม ก็ไม่น่าจะมีแค่นักการเมืองและโรงสี แต่ต้องรวมถึงผู้ส่งออก และผู้ซื้อในต่างประเทศด้วย รวมทั้งฟ้าฝนด้วย
ด้วยเพราะต้นตอที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ
หนึ่ง…กระทรวงเกษตรของสหรัฐ คาดว่าผลผลิตข้าวโลกปี 2559/60 จะมี 481.729 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปี 2558/59 ร้อยละ 2.13 ขณะที่การใช้ในประเทศ จะมี 478.804 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1.14 การส่งออก/นำเข้าจะมี 40.880 ล้านตันข้าวสาร ลดลงร้อยละ 0.90 และสต็อกปลายปีคงเหลือ 115.603 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.60
หนึ่ง…ผลผลิตข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ เพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านตันเป็น 10 ล้านตัน และข้าวนาปีจาก 23 ล้านตัน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 27 ล้านตัน
หนึ่ง…ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทำให้ข้าวมีความชื้นสูงถึง 30% จากปกติ 15% ราคาข้าวก็ยิ่งตกต่ำตามความชื้นที่สูงขึ้น และชาวนาบางพื้นที่เร่งเก็บเกี่ยวหนีน้ำท่วม ข้าวยังไม่โตเต็มที่ ทำให้ไม่มีคุณภาพ ราคาก็ย่อมต่ำลง
หนึ่ง…สต็อกข้าวเก่าของรัฐบาลจากโครงการรับจำนำที่ผ่านมายังคาโกดังอีกกว่า 8 ล้านตัน
หนึ่ง…คู่แข่งของไทย โดยเฉพาะเวียดนามและอินเดีย ก็มีผลผลิตเพิ่มขึ้นและขายตัดราคาข้าวไทย
ดังนั้น เมื่อผลผลิตข้าวตลาดโลกมากกว่าความต้องการ ตามกลไกตลาดราคาย่อมตกต่ำเป็นธรรมดา เพราะเป็นตลาดของผู้ซื้อ ที่มีอำนาจต่อรองมากกว่าที่จะซื้อข้าวในราคาถูกที่สุด
ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังซบเซา หลายประเทศจึงลดการนำเข้าข้าว
เมื่อราคาข้าวตลาดโลกตกต่ำ ในทางธุรกิจ ผู้ส่งออกคงไม่ซื้อข้าวจากโรงสีแพงเพื่อไปส่งออกให้ลูกค้าในราคาถูก เช่นเดียวกันโรงสีก็คงไม่ซื้อข้าวจากชาวนาแพงแล้วไปขายให้ผู้ส่งออกในราคาถูก
ราคาข้าวเปลือกจึงลดลงตามห่วงโซ่ของกลไกการตลาด
ฉะนั้น ลำพังแค่นักการเมือง คงไม่มีพลังอำนาจมากพอ ยิ่งช่วงนี้ตกงาน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไปบิดเบือนกลไกตลาดโลกให้ราคาข้าวลดต่ำลงได้ อย่างดีก็แค่ออกมาเหน็บแนม เปิดศึกน้ำลายตามประสานักการเมือง ก็แค่นั้น ที่รัฐบาลออกมาตรการรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉางชาวนา และช่วยพยุงราคาข้าวเปลือกชาวนาที่ไม่ยุ้งฉาง เพื่อชะลอผลผลิตข้าวออกสู่ตลาด ก็เป็นส่วนหนึ่งที่พอจะแก้ปัญหาและเยียวยาชาวนาเฉพาะหน้าได้บ้าง ขณะเดียวกันต้องเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาระยะยาวตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ต่อไป
ดังนั้น รัฐบาลอย่ามัวไปเสียเวลาเล่นสงครามน้ำลายจนหลงทิศในการช่วยเหลือชาวนาให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น อย่างยั่งยืนต่อไป

