หน้าแรก คอลัมนิสต์ ดราม่าการเมือ...

ดราม่าการเมือง โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

2.11.16 | 14:31 น.
ประธานาธิบดีปาร์ค กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ (แฟ้มภาพ:REUTERS)

เรื่องราวมรสุมทางการเมืองในตอนนี้ของผู้นำหญิงแห่งเกาหลีใต้ ปาร์ก กึนเฮ หลายๆ คนที่ติดตามข่าวบอกว่า เหมือนละครเกาหลีที่ดูๆ กันทางทีวีและออนไลน์

เพราะจู่ๆ เพื่อนสตรีที่คบหากันมานานกว่า 40 ปี ชื่อ ชเว ซูน-ซิล ก็ถูกเปิดโปงว่าคอยครอบงำชักใยท่านประธานาธิบดีหญิงอยู่

ข้อกล่าวหานี้ไม่ธรรมดา เพราะมากับการเปรียบเทียบว่านางชเวนั้นเป็นเหมือน “รัสปูติน” จอมขมังเวทย์ผู้เคยครอบงำพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย จนมีทั้งประวัติศาสตร์ ตำนานและเรื่องเล่าผสมปนเปกันเป็นดราม่าแนวลึกลับ

และอื้อฉาว

ส่วนชเวก็ถูกสื่อขุดคุ้ยว่าเป็นพวกชอบไสยศาสตร์ทำพิธีทรงเจ้า แก้เคล็ดต่างๆ นานา ประกอบกับความเป็นลูกสาวของ ชเว แท-มิน เจ้าลัทธิชีวิตเป็นนิรันดร์ ผู้เคยดูแลและเป็นที่ปรึกษาให้ ปาร์ก กึนเฮ มาก่อน จากนั้นลูกสาวมารับหน้าที่ต่อหลังจากพ่อเสียชีวิตในปี 2537 ยิ่งทำให้คนเชื่อว่าหญิงคนนี้ต้องมีอิทธิพลต่อผู้นำปาร์กอย่างแน่นอน

Advertisement

แม้ว่าประธานาธิบดีปาร์กจะพยายามอธิบายว่า แม้เคยให้เพื่อนคนนี้ช่วยดูถ้อยคำในสุนทรพจน์ก็เพียงเพื่อถามความเห็นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เมื่อตนเองตั้งคนอื่นมาเป็นผู้ช่วยประธานาธิบดีแล้วก็ไม่ได้ไปรบกวนอีก

แน่นอนว่าคำอธิบายนี้หยุดดราม่าไม่อยู่

โดยเฉพาะเมื่ออัยการเกาหลีใต้เปิดการสอบสวนอย่างจริงจัง จากกรณีมีเอกสารราชการของประธานาธิบดีรั่วไหลออกมา จนต้องสอบให้ชัดว่า ชเว ซูน-ซิล แทรกแซงกิจการของรัฐหรือไม่ และใช้ความเป็นเพื่อนกับประธานาธิบดีแสวงหาประโยชน์ทางการเงินจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้หรือไม่

ชเวต้องบินจากเยอรมนีกลับมาให้ปากคำที่กรุงโซล ท่าทีสับสนกระวนกระวายของสตรีท่านนี้ซึ่งร้องไห้ออกมาระหว่างเดินเข้าอาคาร ยิ่งทำให้ดราม่าเรื่องนี้เพิ่มความเข้มข้นขึ้นไปอีก

ระหว่างชาวเกาหลีรอผลสอบสวนดังกล่าว ก็เริ่มมีการชุมนุมเรียกร้องให้ผู้นำหญิงลาออก ขณะคะแนนนิยมของปาร์กก็ดิ่งลงเรื่อยๆ

นักวิเคราะห์การเมืองเชื่อว่ารัฐบาลจะขยับเขยื้อนอะไรไม่ได้เลยไปอีกนาน เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็จะถูกต่อต้าน ยิ่งมาเจอภาวะเศรษฐกิจที่แสนซึม และการเขย่าขวัญจากเกาหลีเหนือเป็นระยะ ผู้นำหญิงจะอยู่ยากขึ้นทุกที จนดูไม่ออกว่าจะฝ่ามรสุมนี้ไปได้อย่างไร

สภาพการณ์นี้อาจดูคล้ายๆ กับที่อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของไทยเผชิญมาก่อนในช่วงปลายปี 2556 ถึงต้นปี 2557 เพราะเป็นการเผชิญมรสุมอย่างชนิดที่ยากจะรับมือ

เพียงแต่กรณีของไทยออกมาเป็นดราม่าแบบไทยๆ คือมีคำเรียก E นำหน้า พร้อมการตราหน้าว่าโง่ ด้วยสุ้มเสียงเค้นๆ เกินกว่าคนปกติจะใช้กัน

และถ้าเปรียบกับ ฮิลลารี คลินตัน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ อเมริกาที่เผชิญมรสุมช่วงโค้งท้ายของการหาเสียง จาก ผอ.เอฟบีไอที่บอกจะฟื้นการสอบสวนคดีการใช้อีเมล์ส่วนตัวในข้อราชการ นั่นก็เป็นเหมือนดราม่าแบบฝรั่งไปอีกแบบ

เพียงแต่ดราม่าของฝรั่งและของเกาหลีคงจะไม่มีฉากไคลแมกซ์ที่ท็อปบู๊ตโผล่เข้ามาแบบของไทยอย่างแน่นอน