หน้าแรก คอลัมนิสต์ กระบวนพยุหยาต...

กระบวนพยุหยาตรา ประวัติศาสตร์ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

4.11.16 | 13:15 น.

เหตุการณ์ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินปีกาญจนาภิเษกด้วยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วันอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 เป็นครั้งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงให้จัดสร้างขึ้นเป็นเรือพระที่นั่งในพระองค์

ผู้ไม่เอ่ยนามถ่ายทอดเหตุการณ์ในบ่ายวันนั้นผ่านวิกิพีเดียว่า ระหว่างชมกระบวนอยู่บนที่สูงพร้อมกับชมการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์ไปด้วย มีพายุฝนลงมาอย่างหนักขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงเรือพระที่นั่ง ณ ท่าวาสุกี เรือลำเล็กลำน้อยฝีพายต้องแบ่งมาคอยวิดน้ำ ซึ่งไม่มีภาพปรากฏในจอโทรทัศน์ คนดูทางบ้านคงไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น “สาหัสสากรรจ์เพียงใด”

“ที่น่าตื่นเต้นมากคือตอนเรือพระที่นั่งอยู่กลางคุ้งแถวถนนพระอาทิตย์ ต้องลอดสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ทั้งเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เรืออนันตนาคราช และเรือสุพรรณหงส์ ยังคงรำพายท่าหงส์ร่อนไปตามแรงพายุ เฉียงแนวน้ำน่าประหวั่นว่าจะไม่พ้นตอม่อ เรือดิงกี้ (เรือยางติดเครื่องท้าย) ของทหารเรือที่ตั้งกองระวังเหตุใต้สะพานปราดออกไปช่วยดันท้ายและประกบเรือพระที่นั่งจนพ้นสะพานได้อย่างปลอดภัย”

ถึงตอนนี้ น่าจะได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งใจของประชาชนผู้เฝ้าดูเหตุการณ์ แต่ผู้ไม่เอ่ยนามซึ่งเฝ้าชมอยู่บนที่สูงน่าจะยังคงไม่โล่งใจ ด้วยมีเรือสุพรรณหงส์ลำเดียวที่ห้อยท้ายเป็นเรือพระที่นั่งสำรองผิดแนวน้ำที่เชี่ยวกราก เรือดิงกี้ที่เหลือลำเดียวมาระวังทางนี้ เอาไม่อยู่ เรือไหลกราบเรือเข้ากระแทกกับตอม่ออย่างจัง แต่ดิงกี้ดันให้หลุดไปได้ ไม่ติดตอม่อขวางน้ำ “ผมเห็นเหตุการณ์นี้ตลอด และถ่ายรูปไว้ด้วย”

ผู้ไม่เอ่ยนามเล่าว่า กว่าจะพ้นตรงนี้ “ผมแทบจะสิ้นประดาตาย เพราะภาพทั้งหมดที่ปรากฏต่อหน้า เหตุการณ์ช่วงนั้นไม่มีใครบันทึกไว้ที่ไหน แต่ผมได้ส่งภาพและความเห็นให้ผู้บัญชาการทหารเรือ และสำเนาส่งถึงท่านเลขาธิการพระราชวังด้วย…เพื่อหาทางระวังเหตุในอนาคต…”

Advertisement

เหตุการณ์ช่วงนั้น มีผู้รู้เห็นจากหลายมุมข้าพเจ้าและครอบครัวกับผู้ชมในร้านอาหารต้นโพธิ์คงจะมีความรู้สึกเดียวกัน ภาวนาอย่าให้เกิด “อะไร” อันเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทแม้แต่น้อย

หลังจากเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณลอดสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าไปยังท่าวัดอรุณราชวราราม ฝนที่เทกระหน่ำอย่างหนักเริ่มซา ผ่านโรงพยาบาลศิริราชเริ่มขาดเม็ดเมื่อเรือพระที่นั่งถึงท่าน้ำวัดอรุณราชวราราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินขึ้นตามหมายกำหนดการ ทุกอย่างดำเนินไปประหนึ่งไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น

“ถึงตอนนี้ ผมนั่งคุกเข่าลงกราบหน้าจอทีวี ด้วยความรักและความห่วงใยในพระองค์ท่านประดุจบุตรพึงมีต่อบิดามารดร ดีใจที่เหตุการณ์ผ่านวิกฤตไปได้” ผู้ไม่เอ่ยนามบันทึกไว้อย่างนั้น

วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ตีพิมพ์ภาพบรรดามนุษย์กบ และเรือ “ดิงกี้” กระหนาบสองข้างเรือพระที่นั่งและเรือลำอื่น ตั้งแต่ฝนตกลงมาอย่างหนัก กระทั่งเริ่มซา และเรือพระที่นั่งผ่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

ด้วยพระบุญญาบารมีโดยแท้ที่เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณซึ่งโปรดฯให้สร้างขึ้นเพื่อแทนลำก่อนที่ชำรุด ทั้งยังทรงให้คงชื่อเดิม เพียงบ่งบอกว่าเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ไม่เกิดเหตุใดทั้งสิ้น

วันก่อน พบกับ “เจ๊” ยุวดี ธัญญสิริ นักข่าวการเมืองอาวุโสแห่งบางกอกโพสต์ ประจำทำเนียบรัฐบาล ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ วันลงนามแสดงความอาลัย เธอว่า เหตุการณ์วันนั้นได้เห็นจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด รวมทั้งในหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ติดตรึงในความทรงจำมาถึงทุกวันนี้

สำหรับรุ่นข้าพเจ้าที่เติบโตในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 นับเป็นบุญได้ชื่นชมทั้งกระบวนพยุหยาตราสถลมารค แม้ครั้งเดียว และกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคหลายครั้ง รวมถึงกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคโดยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ

ทั้งเชื่อว่าพสกนิกรไทยรุ่นต่อไป รวมทั้งชาวต่างประเทศ น่าจะมีโอกาสได้ชมกระบวนทั้งสองที่สวยงามสง่า ยิ่งใหญ่ วิจิตร ยากที่ประเทศใดจะสร้างขึ้นได้ และที่ยังคงรักษาพระราชประเพณีนี้ไว้ตราบนานเท่านาน