หน้าแรก คอลัมนิสต์ ‘ร้อยคำสอน’หล...

‘ร้อยคำสอน’หลวงพ่อจรัญ(4)

14.07.22 | 11:30 น.

“ร้ อยคำสอน” หลวงพ่อจรัญ ตอนที่ 4 ต่อไปนี้จะเป็นเรื่อง “กรรม” หรือ “กฎแห่งกรรม” ล้วนๆ ความว่า
46.บุญกรรมมีจริง บาปกรรมมี ยมบาลจดไม่มี จิตนี้เป็นผู้จด จดทุกวันญาติโยมเอ๋ย โปรดได้ทราบไว้เถอะ บุญกรรมมีจริง บาปกรรมมี ยมบาลจดไม่มี จิตนี้เป็น
ผู้จด จดทุกวัน คือ อารมณ์เรื่องจริงแน่ จดทุกกระเบียดนิ้ว บาปบุญคุณโทษบันทึกเข้าไว้ พอวิญญาณออกจากร่างไป มันก็ขยายออกมาใช้กรรมไป ถ้าเราทำดีก็ไปบังเกิดในสวรรค์ ทำชั่วก็ลงนรกไปแบบนี้

47.ขอฝากญาติโยมไว้ เวลาใครตายจะอุทิศส่วนกุศลไม่มีอะไรดีเท่ากรรมฐาน อุทิศให้ได้ผล อย่างสมคาดปรารถนา จะได้รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ถ้าไปอยู่บนสวรรค์ เราทำบุญสังฆทานไป เขาก็รับอนุโมทนา แต่เขารับอาหารนี้ไม่ได้ เขากินอาหารทิพย์ ถ้าไปตกนรกโลกันตร์ ขุมนรกที่ลึกมาก เราก็อุทิศให้ไม่ถึง ต้องเจริญกรรมฐานเท่านั้นจึงจะถึงนะ

48.เหนือฟ้า ยังมีฟ้า แต่ไม่มีอะไร เหนือกฎแห่งกรรม ผู้ที่เป็นชาวพุทธทุกคน ควรเชื่อและพยายามศึกษา ทำความเข้าใจในกฎแห่งกรรม อาตมาอยากจะกล่าวว่า ชาวพุทธที่ไม่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมนั้น หาใช่ชาวพุทธไม่ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า บุคคลจะได้ดีหรือชั่ว จะได้รับสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรม หรือการกระทำของตนเองทั้งสิ้น

49.พระพุทธศาสนาสอนว่า บุคคลจะได้ดีหรือชั่ว ได้รับสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรม หรือการ กระทำของตนเองทั้งสิ้น หากเราไม่ดำเนินตามทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ แม้จะสวดมนต์ หรือวิงวอนขอร้อง ก็ไม่อาจจะช่วยให้เราพบความดีและความสุขได้ ถ้ามนุษย์จะมีความสุขได้ด้วยความภักดีและวิงวอน มนุษย์เราก็คงไม่ต้องทำอะไร

50.คนที่มีคุณธรรมสอนง่าย ไม่หัวดื้อหัวรั้น คนไม่มีกรรมสอนง่าย คนที่กฎแห่งกรรมดันไปทางชั่ว เขาจะไม่ฟังคำสอนของเราเลย เพราะคนที่มีบุญวาสนา สะกิดนิดเดียวเขารู้แล้ว คนที่ไร้บุญวาสนา บอกปากจะฉีกถึงรูหู ยังไม่รู้เรื่อง จิตคอยหลั่งไหลไปสู่กฎแห่งกรรมที่ทำไว้ มันจะไม่ยอมฟังเลยนะ

Advertisement

51.การที่คนทำความชั่ว ยังได้ดีมีสุข เป็นเพราะกรรมชั่วยังไม่ให้ผล เพราะกรรมดีที่เขาเคยทำยังเป็นอุปัตถัมภกกรรมคอยสนับสนุนอยู่ เมื่อใดที่กรรมดีอ่อนกำลังลง กรรมชั่วก็จะมาเป็นอุปฆาตก
กรรม ทำให้ผู้นั้นต้องเปลี่ยนสภาพไป นี่ทวารทั้งหกมีทั้งบาปมีทั้งนรกสวรรค์นะ เห็นหนอ ชอบมากเป็นโลภะ ไม่ชอบเป็นโทสะ ไม่มีสตินำและตามเป็นโมหะ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ประกอบกิจด้วยอำนาจ โลภะตายไปจะเป็นเปรต เมื่อยังมีชีวิตอยู่ประกอบกิจด้วยอำนาจ โทสะตายไปจะเป็นอสุรกาย (ตกนรก) เมื่อยังมีชีวิตอยู่ประกอบกิจด้วยอำนาจโมหะ ตายไปจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นี่สวรรค์ นรก อยู่ตรงนี้เอง เสียงหนอชอบเสียงเป็นโลภะ ไม่ชอบเสียงเป็นโทสะ ถ้าขาดสติสัมปชัญญะไม่กำหนดที่หูเป็นที่ได้ยินเสียงเป็นโมหะทุกราย ไม่มีผู้นำผู้ตามก็โง่กันต่อไป แล้วตายไปตกนรก ไปเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ตรงนี้ เป็นต้น

52.คนจะรู้กฎแห่งกรรมได้ต้องผ่านเวทนา เวทนาทำให้รู้กฎแห่งกรรม ไม่ใช่นั่งหลับตาเห็นกรรมนะ ปวดหนอๆ ปวดจังเลย ตายให้ตาย จิตยึดมั่นเป็นสมถะ ศึกษาเวทนาจบรายการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเลย เพราะรู้จริงเสียแล้ว จิตจะไม่ยึด ขอให้นักกรรมฐานโปรดจดจำข้อนี้ไว้ รู้จริงจะไม่ยืด รู้จริงยิ่งสงบ

5 3.ขอเจริญพรตอนนี้ว่า วัวควายของใคร ก็เข้าคอกของเขาไป มันไม่มาเข้าคอกของเราหรอก? เพราะเราไม่ได้เลี้ยงมัน เราไม่มีวัว เราไม่มีควาย ใครเลี้ยงก็เข้าคอกของเขาไป? คนที่จิตดี มีกรรมฐาน มีสติสัมปชัญญะ หูโยมจะมีทรัพย์ หูโยมจะมีศีลก็กลับไปหาเขาเอง ถ้าจิตดี หูโยมก็ดีด้วย มีสติอยู่ที่หู มีทรัพย์อยู่ที่หูฟังแต่ของดี ไม่ไปฟังของชั่วของใครให้เสียสมอง

54.ตัดกรรม ตัดไม่ได้ เราต้องชดใช้กรรม อย่าไปให้ใครเขาหลอก แม้แต่มหาโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้าย ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์มาก ยังต้องชดใช้กรรม ถูกโจรทุบตีจนร่างกายแหลก

55.ชาวพุทธแท้ๆ ก็ยังได้ดี มีสุข แก้ปัญหาที่เกิดด้วยอริยสัจสี่ ทุกข์เกิดแล้ว หาสาเหตุของทุกข์ ด้วยการกำหนดทุกข์หนอ มันทุกข์ตรงไหนจ๊ะ สมาธิบำเพ็ญจิตตภาวนา ปัญญาจะบอกทุกข์เกิดขึ้นตรงนั้น ต้องแก้ตรงนั้น อย่าไปแก้ผิดจุด ไปให้ผีเจ้าเข้าทรงมาแก้สติก็ตั้งอยู่ที่หู เขาพูดว่าร้ายนินทา ใส่ร้ายป้ายสีก็ช่างปะไร เดี๋ยวมันเอาหมอดูมาแก้มันไม่ถูกเรื่อง เราสร้างกรรม เราก็ต้องแก้เอง ไม่ใช่คนอื่นมาแก้ให้ ขอฝากญาติโยมไว้ต้องอดทน

56.สร้างกรรม เราเป็นคนทำ เราต้องเป็นคนแก้ จะไปให้คนอื่นแก้ไม่ได้ การเจริญกรรมฐาน ทำให้รู้กฎแห่งกรรมว่าเราเคยทำอะไรไว้จะได้แก้กรรม (ชดใช้กรรม) ของตัวเอง ไม่ใช่คนอื่นแก้ให้ เราไปขอยืมเงินของเขามาแล้วให้คนอื่นรับใช้มันจะถูกต้องไหม คงจะไม่ยุติธรรมกระมัง กฎแห่งกรรมนะ ท่านทั้งหลาย บางคนด่ากันว่ากัน พ่อบางคน เตะลูกทั้งรองเท้า เป็นเวรกรรมเจริญกรรมฐานไม่ได้หรอกต้องอโหสิกรรมกันก่อน บางคนด่าสามีทำกรรมฐานไม่ได้ผล เพราะไม่ได้อโหสิกรรมก่อน บางคนคิดไม่ดีกับพ่อ คิดไม่ดีกับแม่ไม่ต้องทำกรรมฐานนะไม่ได้ผล ถ้าไม่อโหสิกรรมก่อนไม่ได้ผล เหมือนเราไปแจ้งความที่โรงพัก ถ้าไม่ถอนแจ้งความ มันก็มีความผิดต่อไป เป็นกฎแห่งกรรมนะ เราต้องถอน เราไปพูดด่าเขาก็อโหสิกรรมถอนคำพูดออกจากการด่าเขาเสีย ถึงจะไม่มีเวรกรรมติดตัวไป อันนี้มีประโยชน์มาก ผู้ที่เจริญกรรมฐานถึงจะรู้ได้

57.กรรมเก่า ก็แก้ด้วยการใช้หนี้เขาไป เพราะว่าจะหมดไม่ได้ แต่กรรมใหม่เราจะไม่สร้างเราจะแก้กรรมปัจจุบันด้วยอายตนะ ธาตุอินทรีย์ให้มันดับวูบไปเสีย อย่าให้มันลุกโพลงด้วยราคะโทสะ โมหะอยู่ประจำจิตเลย อาตมาภาพขออนุโมทนาส่วนกุศลท่านที่เจริญวิปัสสนาทุกท่านทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ที่ชี้แจงแสดงเหตุผลข้อเท็จจริง ในเชิงปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้รับผลอย่างนั้นจริง แก้กรรมเก่าโดยรับใช้ แก้กรรมใหม่โดยใช้กรรมปัจจุบัน สร้างให้ต่อเนื่องต่อไปตัดเวรตัดกรรมด้วยการกำหนดจิต เสียให้ได้ทุกทิศาอายตนะ ธาตุอินทรีย์ที่มีมาประจำ ขันธ์ 5 รูปนามเป็นอารมณ์ ได้ผลอย่างแน่นอน

5 8.ถ้าไม่ได้ใช้ในชาตินี้ ก็ต้องใช้ดอกในชาติหน้านะ กฎแห่งกรรมมีจริง แต่กฎแห่งกรรมที่อาตมาประเมินผลและได้ประสบการณ์ มารู้ล่วงหน้าได้ เพราะใช้สติระลึกก่อนเป็นตัวรู้ล่วงหน้า ตัวสัมปชัญญะเป็นตัวผลักดัน ทำให้แก้ไขเหตุการณ์ได้ทันเฉพาะหน้า อาตมารู้นี้ก็เนื่องจากเราเจริญสมาธิ เจริญสติอยู่ตลอดเวลา ขอให้ท่านไปพิจารณาด้วยตนเอง ด้วยเจริญกุศลภาวนาไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องมีเวลาว่างเวลาที่ท่านทำงานก็ภาวนาไปหูได้ยินเสียงก็ภาวนาไว้ตั้งสติไว้ตลอดกาลกัมมัฏฐานมีความสำคัญต่อหน้าที่การงาน

59.อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง ท่านต้องแก้ปัญหาก่อน คือ ถอนคำพูด ไปขอสมาลาโทษพ่อแม่เสีย แล้วมาเจริญกรรมฐานรับรองสำเร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่ ถ้ายังด่าพ่อแม่ทิ้งไว้ แล้วมาเจริญกรรมฐาน อาตมาขอเจริญพรว่าเจริญไปอีกร้อยปีก็ไม่ได้ผล เพราะเวรกรรมตามสนอง หากท่านทั้งหลายเคยด่าท่านผู้มีพระคุณ ถอนคำพูดแล้วขอสมาลาโทษเสีย ท่านจะได้ผลจากการเจริญกรรมฐานทันทีเหมือนพระภิกษุต้องแสดงอาบัติให้บริสุทธิ์เสียก่อน แล้วมาเจริญกรรมฐานจึงจะได้ผล

6 0.ขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คิดไม่ดีกับพี่ๆ น้องๆ จะไม่เอาอีกแล้ว เอาน้ำไปขันหนึ่งเอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมังโยโทโส อันว่า โทษทัณฑ์ใดความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือรดเท้า

61.กรรม สิ้นสุดที่อโหสิกรรม ก่อนที่จะแผ่เมตตาออกไปต้องอโหสิกรรมก่อนนะ ถ้าไม่อโหสิกรรมออกก่อน ท่านจะแผ่ไม่ออก อโหสิกรรมให้ใจสบาย ไม่โกรธใคร ไม่เกลียดใคร ไม่อิจฉาริษยาใคร แผ่เดี๋ยวนั้นถึงเดี๋ยวนั้น แล้วก็มีการตอบรับด้วยนะ อันนี้มันเป็นของใครของมัน อาตมาจะบอกกรรมวิธีแบบวิชาการนั้นคงไม่ได้ เพียงแต่แนะแนววิธีปฏิบัติเท่านั้น จากอำนาจของจิตด้วยการใช้สตินั่นเอง

ทั้งหมดนี้คือการใช้สติอย่าง เพื่อความสุขของชีวิตไงเล่าครับ