หน้าแรก คอลัมนิสต์ เดินหน้าชน : ...

เดินหน้าชน : ในร้ายยังมีดี

13.07.22 | 13:09 น.

ราคากลุ่มพลังงานแขวนตัวในระดับสูง ผลักดันต้นทุนในภาคการผลิตภาคขนส่งที่กดดันไปยังราคาสินค้าขยับปรับขึ้นไปแล้วหลายระลอก

เงินเฟ้อกำลังกลายเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังประสบ หลายประเทศใช้วิธีขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้น

แบงก์ชาติของไทยก็คงเลี่ยงได้ยาก ซึ่งจะส่งผลกระทบตามมาเป็นลูกโซ่

เรากำลังประสบปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

แต่ร้ายยิ่งกว่าคือ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือเศรษฐกิจถดถอย

Advertisement

คริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ส่งสัญญาณแสดงความเป็นห่วงเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว “แนวโน้มเศรษฐกิจโลกย่ำแย่ลงอย่างมาก นับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา และไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจโลกอาจจะถดถอยในปีหน้า”

เมื่อเศรษฐกิจถดถอย สถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องประสบปัญหาขาดทุน ตามมาด้วยการปิดกิจการ อัตราการว่างงานจะเพิ่มสูง อำนาจซื้อของประชาชนลดลง

แน่นอน เป็นสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ ประเทศไหนก็ไม่อยากเจอะเจอ

ท่ามกลางเรื่องร้าย ก็ใช่จะร้ายมืดมนไปซะทั้งหมด เผอิญได้อ่านบทความ “กรุงศรี กูรู” ของเว็บไซต์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เสนอมุมมองด้านบวก (ที่พอมีอยู่บ้าง)

จึงขอนุญาตมาเล่าสู่กันฟัง

ข้อดีแรก : ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำช่วยควบคุมเงินเฟ้อ และก่อให้เกิดการออมมากขึ้น

การเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมันจะสวนทางกับ “เงินเฟ้อ” หมายความว่า เศรษฐกิจตกต่ำจะไม่ทำให้ภาวะเงินเฟ้อเติบโต เพราะประชาชนจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ผู้ผลิตสินค้าไม่กล้าปรับขึ้นราคา (ยิ่งแพง คนยิ่งระวังการใช้จ่าย) ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อลดลง เมื่อผู้บริโภคประหยัดการใช้จ่าย ก็จะเกิดการออมมากขึ้น
ส่งผลดีต่อตัวผู้บริโภคเองในระยะยาวด้วย

ข้อดีที่สอง : ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจะมีสินทรัพย์ราคาถูกอยู่เต็มตลาด

เจ้าของกิจการที่มีประสบการณ์สูง เมื่อรู้ว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำกำลังจะมาเยือน จะเริ่มสะสมเงินทุนมากขึ้นเพื่อให้มีเงินซื้อสินทรัพย์ราคาถูกๆ ที่มีอยู่เต็มตลาด สินทรัพย์เหล่านั้น ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ทองคำ หรือแม้แต่เครื่องจักรอุตสาหกรรมที่จะใช้ในการผลิตยามเศรษฐกิจกลับมาเป็นขาขึ้น

ข้อดีที่สาม : บริษัทจะมีโอกาสในการทำกำไรและขยายกิจการมากขึ้น

เนื่องจากจำนวนคู่แข่งลดน้อยลง เพราะคู่แข่งบางส่วนไปต่อไม่ไหว เป็นโอกาสอันดีของบริษัทที่แข็งแกร่งและมีความพร้อม จะสามารถขยายกิจการเพิ่มขึ้น โดยมีฐานลูกค้าทั้งระบบในจำนวนที่มากขึ้น

ข้อดีที่สี่ : เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะรีดไขมัน

ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ บริษัทที่จะอยู่รอดได้ต้องเป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง และฟิตไปทุกสัดส่วน บางครั้งปัญหาส่วนเกินหรือไขมันส่วนเกินในกิจการอาจมองไม่เห็นในยามปกติ แต่เมื่อเกิดภาวะวิกฤตขึ้นอาจจะมองเห็นปัญหาเหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น จึงได้เวลาในการรีดไขมันออกจากกิจการ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนเสียเวลา เสียเงิน หรือต้นทุนการผลิตที่สูงลิบลิ่ว

ข้อดีที่ห้า : นักลงทุนจะมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีขึ้น
ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คนส่วนใหญ่มักจะมองโลกในแง่ร้าย และเกิดภาวะตื่นตระหนกขึ้นในตลาด ส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงมาก นับเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนจะสามารถมองหาหุ้นดีราคาถูกและมีอนาคต เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

เพียงปรับมุมมอง ขยับออกมาอีกฝั่งของปัญหา ก็ช่วยมองเห็นโอกาสในวิกฤตได้เช่นกัน

สัญญา รัตนสร้อย