วันนี้จับตา ‘ประยุทธ์’
จะก้าวไปทางไหน
ไม่ว่าจะ 100 หรือ 500 หรือมากหรือน้อยกว่านั้น คงต้องยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เพราะถึงอย่างไร กฎหมายคือกฎหมาย แต่ในที่สุด นักการเมืองจะนำไปปฏิบัติได้เองตามข้อตกลงนั้น
วันนี้ดูเหมือนว่าทั้งพรรคการเมืองและนักการเมืองของทุกพรรคต่างรอการตัดสินใจของคนเป็นนายกรัฐมนตรีจะเอาอย่างไร เพราะวันนี้ ถึงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงหลีกไม่พ้นเส้นทางการเมืองอีกหลายปี โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้นำประเทศ ด้วยได้ก้าวเข้ามาบนเส้นทางการเมืองถึงขณะนี้ ทั้งยังไม่มีวี่แววที่จะถอยหลัง หรือหยุดอยู่กับที่
เมื่อตัดสินใจจะก้าวเดินเข้ามาบนเส้นสายการเมืองเป็นเรื่องเป็นราว แน่นอนว่าต้องสังกัดพรรคการเมืองตามกติกา ด้วยการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองโดยเฉพาะในตำแหน่งหัวหน้าพรรค
ทันทีที่ประกาศตัวเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองนั้นแน่นอน ทั้งต้องลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยต่อไป ซึ่งแม้จะนับเป็นสมัยที่สาม แต่ต้องนับเป็นสมัยแรกในตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่มาจากการเลือกตั้ง
ซึ่งแน่นอนว่า พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของบรรดาสมาชิกที่มีอยู่ในขณะนั้น
เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน “ร้อยปูเซ็งต์” โดยมีเสียงจากพรรคการเมืองอื่นสนับสนุนอีกไม่น้อย เพื่อมีโอกาสได้ร่วมรัฐบาล
วันนี้ท่าทีอันจะเป็นการตัดสินใจไปสู่การเป็นนักการเมืองในตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงออกมาในหลายโอกาส “โปรดสังเกต”
เพียงแต่ไม่แสดงออกมา “โจ๋งครึ่ม” ให้ปรากฏต่อหน้าสาธารณชนเป็นที่เอิกเกริก
ก็แหม…คนระดับผ่านตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก นายกรัฐมนตรี แม้จะไม่เปิดเผยตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองก็ตาม จะทำอะไรต้องมีชั้นเชิงมั่ง มิฉะนั้นจะเสีย “เชิงปลากราย” หมด
เอาเป็นว่าขอเวลาไม่นาน (ไปกว่าคราวก่อน เพียงสามเดือนหกเดือนจากนี้ไม่เกินปีใหม่ เป็นอันรู้กัน)
เส้นทางการเมืองประเทศในยุคเศรษฐกิจยังเดินไปได้กระท่อนกระแท่นมั่ง การทำมาหากินยังพอกระเสือกกระสนไปได้ไม่ถึงกับอับจนไปเสียทุกทาง ชีวิตผู้คนพอจะมีกินมีใช้ ข่าวคราวการปล้นจี้พอมีเป็นข่าวทั้งหน้าหนังสือพิมพ์และชีวิตประจำวันมั่ง กับผู้ที่พอมีทรัพย์สินให้ “ผู้ร้าย” หยิบฉวยไม่มากนัก เพราะประชาชนต่างรู้ตัวเองว่ายามนี้อย่าอวดร่ำอวดรวยกับใครเขา มี “ทองเท่าหนวดกุ้ง” ก็อย่านำมาสวมอวดสวมโชว์ ล่อตาล่อใจ “นักฉกชิงวิ่งราว” เพราะโจรผู้ร้ายทุกวันนี้พอจะรู้ว่า หาใครอวดร่ำอวยรวยไม่ค่อยมี
อดอยากเข้าจริงๆ ก็ออกไปเดินเกร่หน้าโรงเรียนบางโรงคอยหลอกล่อนักเรียนที่พอจะพกเงินไปใช้วันละร้อยสองร้อยได้มั่ง…แต่คงบ่อยนักไม่ได้
หรือช่วงเช้าช่วงเย็น เตร็ดเตร่ไปแถวหน้าตลาดสด สังเกตสังกา แม่บ้านหน้าตาใหม่ๆ อาจได้สร้อยคอทองคำหนักสักสลึงเฟื้อง แต่อย่าจ้องเส้นโตนัก… ประเดี๋ยวเจอของปลอม…อ้าว จริงๆ นะ… จิบอกให้
เวลานี้ต้องหมั่นสังเกตนักการเมืองหน้าใหม่ที่เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง เห็นหลายรายเตรียมตัวหาเสียงหาพรรคการเมืองมั่งแล้ว หลายคนตั้งท่าตั้งพรรคการเมืองเอง
มีเวลาหกเดือนปีหนึ่งไม่นาน ช้ากว่านี้คงไม่ได้ เร็วกว่านี้คงจะเปลืองตัวเปลืองกระเป๋า
ทางที่ดีใครจะลงสมัครผู้แทนราษฎรในปีหน้า อย่าเพิ่งผลีผลาม รอให้ปี่กลองเร่งเร้ากว่านี้สักหน่อย
ดูท่าทีพรรคเก่าพรรคใหม่ เพราะถึงอย่างไรผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง เหมือนกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เอ แต่แว่วๆ ข่าว พล.อ.ประยุทธ์สนใจเป็นสมาชิกวุฒิสภามากกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่ต้องหาเสียงไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองให้เปลืองเนื้อเปลืองตัว แต่ไม่เท่ เอาอย่างนั้นก็เชิญจ้ะ
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

