หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปฐมนิเทศกระบว...

ปฐมนิเทศกระบวนการผลิตทางสังคม

13.07.22 | 14:45 น.

ทุกองค์กร/หน่วยงานจะมีการสร้างความเข้าใจครั้งแรกให้มากขึ้นกับผู้ที่มาใหม่ (New comers) ซึ่งกระบวนการนี้จะเป็นการชี้แจงบริบทต่างๆ ที่เกี่ยวกับองค์กร/หน่วยงาน การกระทำที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า การปฐมนิเทศ ซึ่งเป็นการขัดเกลาทางสังคมในอีกลักษณะหนึ่ง และเป็นการปลูกฝังทัศนคติและเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจอันดีที่จะมีต่อกันในอนาคตด้วย

สุขเริ่มแรก

หากมองถึงวัฒนธรรมคุณภาพขององค์กร/หน่วยงานแล้ว การปฐมนิเทศจะเป็นอีกหนึ่งดัชนีหลักที่จะทำให้องค์กร/หน่วยงงานนั้นประสบผลสำเร็จมากขึ้น เพราะการปฐมนิเทศเป็นการชี้ทางบรรเทาทุกข์ชี้สุขเกษมศานต์ตั้งแต่เริ่มแรกให้กับผู้คนที่เข้ามาใหม่ ความอบอุ่นใจที่จะเกิดขึ้นคือ Family and Friend หมายถึงครอบครัวและเพื่อนพ้อง หากถอดรหัสของคำศัพท์ตัวอักษร F จะมาจากคำว่า Fraternity มีความหมายครอบคลุมถึงความเป็นภราดรภาพ ซึ่งแสดงถึงเนื้อความ (Contextualization) ของความเป็นพี่น้องในการบ่งบอกความสุขเริ่มแรกที่จะมีมาถึง นอกจากนี้ การปฐมนิเทศจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลของการเริ่มเข้ามาในองค์กร/หน่วยงานตลอดจนสามารถมองภาพแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน อนึ่งเนื้อหาที่จะถูกนำมาอรรถาธิบายเพื่อสร้างสุขให้รับรู้ร่วมกันคือ วัฒนธรรมองค์กร/หน่วยงาน ประวัติและความเป็นมา ลักษณะของการบริหารจัดการและการใช้ชีวิตร่วมกันรวมทั้งสิทธิประโยชน์ที่สมควรจะได้รับ

การปฐมนิเทศมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ซึ่งมีการจัดปฐมเทศนาขึ้นเป็นครั้งแรกมีชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร หรือเรียกว่า ธรรมจักร ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับองค์ความรู้ที่พระพุทธองค์ตรัสรู้คือ อริยสัจ 4 ซึ่งประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ทำให้ “ผู้ที่มาใหม่” ได้เข้าใจแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยพระพุทธองค์ได้เสนอทางสายกลาง (Middle path) อันเป็นแนวทางใหม่ให้กับมนุษย์ชาติ เนื้อหาดังกล่าวแสดงถึงขั้นตอนและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงอริยสัจ 4 คือ อริยมรรค มีองค์ 8 โดยเริ่มจากทำทิฐิความเห็น (Systematic thinking) ให้ถูกทางก่อนแล้วเข้าถึงขั้นตอนการปฏิบัติรู้เพื่อละความไม่สบายใจความวิตก (ทุกข์) ทั้งปวง สุดท้ายจะเป็นการเข้าถึงความสุขที่แท้จริงคำศัพท์ในเชิงพระพุทธศาสนา คือ การดับทุกข์ แต่หากเทียบเคียงกับสุขที่แท้จริงในการเข้ามาอยู่ในองค์กร/หน่วยงาน คือ การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขปราศจากความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น

ถอดรหัสการปฐมนิเทศ

Advertisement

ปฐมนิเทศ มาจากคำภาษาอังกฤษ Orientation ผู้เขียนขอถอดรหัสความหมายของคำว่าปฐมนิเทศดังนี้

O = Oneness คือ ความเป็นหนึ่งเดียว การปฐมนิเทศจะเป็นการสร้างกลมเกลียวการสร้างความซึ่งกล่าวความเป็นจริงแล้วทุกองค์กร/หน่วยงานจะมีความแตกต่างในอัตลักษณ์ของผู้คน แต่ถ้าหากมีกระบวนที่สามารถหลอมรวมให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวได้ย่อมเกิดการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

R = Responsibility คือ ความรับผิดชอบร่วมกัน การปฐมนิเทศจะเป็นการบอกกล่าวให้ผู้มาใหม่ได้รับรู้ว่ามีอะไรบ้างที่ต้องรับผิดชอบร่วม Rich culture หมายถึง ความงดงามของวัฒนธรรมขององค์กร การปฐมนิเทศจะเป็นสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรมที่องค์กร/หน่วยงานได้สั่งสมมา นอกจากนี้ ยังเป็นการบอกให้ผู้ที่มาใหม่นั้นได้รู้และเข้าใจในขนบและวัฒนธรรมชีวิตที่จะเกิดขึ้น อนึ่งเพื่อป้องกันการช็อกทางวัฒนธรรมที่จะเกิดขึ้นด้วย

I = Inspiration การสร้างแรงบันดาลใจ การปฐมนิเทศจะมีส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลใจของผู้มาใหม่ในการที่อยากจะประสบผลสำเร็จเหมือนคนที่อยู่มาก่อน ฉะนั้นผู้ที่อยู่ก่อนต้องทำตนเองให้เป็นต้นแบบ และที่สำคัญอย่าให้ผู้ที่มาใหม่บอกว่า “ผู้กระหายส่วนบุญจากองค์กร”

E = Empowerment การปฐมนิเทศจะเป็นสัญญาณแรกของการสร้างพลังร่วมให้เกิดขึ้น เพราะเป็นการสื่อสารครั้งแรกที่มีลักษณะแบบทางการ การปฐมนิเทศจะมีลักษณะบอกกล่าวเล่าเรื่องราวต่างๆ ขององค์กร/หน่วยงานที่ผู้ที่อยู่ได้สรรค์สร้างความเจริญงอกงามมาไว้ถึงปัจจุบัน

N = Norms การปฐมนิเทศมีลักษณะที่เป็นปริชาน (Cognition) ทำให้ผู้มาใหม่ได้เข้าใจถึงขนบ หรือจารีตที่ดีเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจผ่านความคิด ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

T = Trust การปฐมนิเทศจะเป็นกระบวนการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันในตอนต้น ทำให้ผู้มาใหม่เกิดความอบอุ่น ธรรมชาติของมนุษย์ประการหนึ่ง “หากที่ใดมีความอบอุ่นที่นั่นจะเกิดความรัก หากที่ใดมีความรักที่นั่นจะเกิดพลัง”

I = Impression ความประทับใจ การปฐมนิเทศเปรียบเสมือนการเปิดประตูใจให้เกิดความศรัทธาในสถานที่ใหม่ของผู้ที่มาใหม่ เพราะฉะนั้นการสร้างความประทับใจครั้งแรกจึงเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่จะรักษาผู้คนให้อยู่ด้วยอย่างมีความสุขและยาวนาน

O = Objective การปฐมนิเทศจะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถบอกกล่าวถึงจุดมุ่งหมายขององค์กร/หน่วยงานให้กับผู้ที่มาใหม่ได้รับทราบและจะกลายเป็นอีกหนทางถึงที่จะทำให้เกิดการพัฒนาต่อไป

สถานศึกษาเทวาลัยแห่งการเรียนรู้และการปฐมนิเทศ

สถานศึกษาถือว่าเป็นเทวาลัยแห่งการเรียนรู้ ความศักดิ์สิทธิ์ที่บังเกิดขึ้นของสถานศึกษา คือ การที่ผู้เรียนมีองค์ความรู้/ข้อความรู้เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิตของตนเอง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดีงาม โดยทั่วไปสถานศึกษาจะสร้างผู้เรียนให้มีลักษณะ สอนในสิ่งที่คิดไม่ได้- ให้คิดได้ สอนในสิ่งที่ทำไม่เป็น- ให้ทำเป็น สอนในความเป็นคน- เพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งการสอนเพียงสามประเด็นนี้สามารถเรียกได้ว่า อภินิหารทางการศึกษา (Miracle of Education) อนึ่งจะเห็นว่าภูมิคุ้มกันแรกที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน คือ การปฐมนิเทศ ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่งดงามของสถาบันการศึกษาทุกที่และทุกระดับการปฐมนิเทศจะเป็นหนทางที่จะนำมาซึ่งความรักความผูกพันระหว่างครูบาอาจารย์และผู้เรียนได้เป็นอย่างดี

ต่อจากการปฐมนิเทศแล้วส่วนมากจะมีพิธีไหว้ครูตามมา เพราะวัฒนธรรมทางตะวันออกจะให้ความเคารพกับครูบาอาจารย์ในฐานะผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา และทักษะต่างๆ ที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและชีวิตในโลกกว้างต่อไป พิธีไหว้ครูไม่ใช่การแสดง “การกดทับ” แต่อย่างไรหากเป็นครรลองและขนบของผู้ที่มีความเจริญทางสติปัญญาในการทำพิธีนี้ การไหว้ครูถือว่าเป็นมรดกที่ค่าต่อความชาติ หากชาติมีความเจริญทางกายภาพผนวกกับผู้คนมีความเจริญในวิธีคิดของการจรรโลงไว้ ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีงามของรัฐชาติแล้วจะไม่มีความผุกร่อน หรือการล่มสลายของชาติได้ ในทางตรงข้าม หากรัฐชาติที่มีความเสื่อมทางด้านจิตใจของผู้คนและมีการสร้างวาทกรรมที่ทำให้เกิดความแปลกแยกในความเป็นวัฒนธรรม (Cuture-ism) ขึ้นจะมีผลทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือมุมมองความรุนแรงเชิงโครงสร้างจะตามมา สุดท้ายกลายเป็นรัฐชาติที่ไร้ตัวตน และไร้วิญญาณของวัฒนธรรมในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสังคมโลก หรือสังคมไทยจะมีความทันสมัยมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ มีผู้คนจำนวนมากที่ยังหยิบฉวยวัฒนธรรมมาใช้โดยขาดการไตร่ตรอง ยิ่งไปกว่านั้นมีการนำวัฒนธรรมไปใช้ไม่ถูกกาลเทศะ ดังนั้น รัฐชาติต้องมีการกระตุ้นให้ผู้คนเข้าใจและรับรู้ในความเป็นวัฒนธรรมที่มีลักษณะเกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยเฉพาะผู้ที่ดำรงตำแหน่งในการบริหารจัดการหากไม่เข้าใจต้องจับไปปฐมนิเทศใหม่คงจะเป็นการดีแน่นอน!!!!!

ธงชัย สมบูรณ์