จากราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ เนื่องจากผลผลิตออกมากในช่วงต้นฤดูการผลิต ทำให้รัฐบาลต้องงัดมาตรการออกมาช่วยพยุงราคาข้าวเปลือก ไม่ให้ลดต่ำติดดิน ด้วยการประกาศมาตรการรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉางของเกษตรกร
แต่ด้วยทว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกสมัยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่เป็นคดีใหญ่โต ทำให้หลายคนสงสัยกันว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉางของรัฐบาลชุดนี้ กับของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” แตกต่างกันอย่างไร แล้วจะไม่ซ้ำรอยเดิมหรือไม่
คงจะมีผู้รู้ชี้แจงไปบ้างแล้ว แต่ขออธิบายความแตกต่างพอสังเขปว่า
ขอยกตัวอย่างเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเปลือกเหนียว ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ไม่รวมถึงข้าวเปลือกอื่นๆ
สมัยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ประกาศรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิที่ตันละ 20,000 บาท สูงกว่าราคาตลาดถึง 160-170% (เท่ากับซื้อขาด)
รัฐบาลชุดนี้ให้ราคารับจำนำที่ 90% ของราคาตลาด ซึ่งขณะนี้ราคาข้าวหอมมะลิ ราคาตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 11,000 บาท ราคาจำนำ 90% ของราคาตลาดก็คือตันละ 9,500 บาท
รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ให้รับจำนำผ่านโรงสี โดยชาวนานำข้าวเปลือกไปให้โรงสี แล้วโรงสีออกใบประทวนให้ชาวนานำไปขึ้นเงินกับธ.ก.ส. แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ราคาเต็มตันละ 20,000 บาท เพราะมักจะถูกหักเรื่องความชื้นและเปอร์เซ็นข้าวหัก รวมแล้วจะได้ค่าจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิราวๆ ตันละ 16,000 บาท-17,000 บาท
ส่วนโรงสีจะได้ค่าสีแปรสภาพเป็นข้าวสาร จากนั้นก็นำข้าวสารไปเก็บในโกดังกลางที่รัฐเช่าจากเอกชน
นอกจากรัฐต้องเสียเงินค่าจำนำ(ซื้อขาด)ข้าวจากชาวนาแล้ว ต้องเสียค่าสีแปรสภาพข้าวให้โรงสี ค่าขนส่ง ค่าฝากเก็บ ค่าขนส่ง ค่าร่มยา ค่าดูแลรักษาให้โกดังกลางอีก
การรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวในสมัยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ก็มีเหมือนกัน แต่เป็นเพียงมาตรการเสริม และชาวนาไม่ค่อยนิยมร่วม แต่จะไปจำนำผ่านโรงสีมากกว่า
ส่วนการรับจำนำข้าวที่ยุ้งฉาง นอกจากราคารับจำนำที่รัฐให้ตันละ 9,500 บาท รัฐก็จะจ่ายค่าตากข้าว หรือค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว ตันละ 2,000 บาท และให้ค่าเก็บในยุ้งฉางอีกตันละ 1,500 บาท รวมแล้วตันละ 13,000 บาท ไม่รวมสินเชื่อจากธ.ก.ส.ตันละ 1,000 บาท และเมื่อรัฐนำข้าวไประบายก็จะจ่ายอีกตันละ 500 บาท
จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายการรับจำนำข้าวเปลือกสมัยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”จะมีมากกว่าและไม่ค่อยตกถึงมือชาวนา แต่รัฐบาลชุดนี้ค่าใช้จ่ายจะตกกับชาวนามากกว่า
ทั้งนี้ ทั้งนั้น เพราะเป้าหมายของ 2 รัฐบาลนี้ต่างกัน
รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ต้องการจะยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันมาตรการก็เต็มไปด้วยช่องโหว่ที่เปิดช่องให้มีการทุจริตกันได้มากมายหลายระดับ
ขณะที่รัฐบาล “คสช.” ต้องการช่วยประคับประคองชาวนาไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนมากเกินไปจากราคาข้าวที่ตกต่ำ
การรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉางมีมานานแล้ว ตั้งแต่ปีประมาณปี 2527 แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงกลายพันธุ์มาในแต่ละยุคสมัย
ฤดูผลิตปีที่แล้ว รัฐบาลนี้ก็เคยรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิที่ยุ้งฉาง มีการรับข้าวร่วมโครงการปริมาณ 5.4 แสนตัน มีเกษตรกร/สหกรณ์การเกษตรเข้าร่วม 7.4 หมื่นราย วงเงิน 6,900 ล้านบาท มีเกษตรกรมาไถ่ถอน 3.82 หมื่นราย ปริมาณข้าว 2.6 แสนตัน วงเงิน เงิน 3.220 ล้านบาท เหลือข้าวอยู่ในสต๊อก 2.8 แสนตัน 2.8 แสนตัน โดยนำไปเปิดประมูลขายทั่วไปให้โรงสีและผู้ส่งออก
การรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉาง จึงเป็นมาตรการเก่าที่เอามาปัดฝุ่นใช้ใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

