หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ปี่พาทย์นางหงส์ วงประโคมชั้นสูงจากวัฒนธรรมราชสำนักชวา-มลายู

2.11.16 | 20:45 น.
วงปี่พาทย์นางหงส์ของกลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ภาพจาก https://www.khaosod.co.th)

“แต่เดิม วงปี่พาทย์นางหงส์เป็นวงดนตรีที่บรรเลงในงานศพของสามัญชน” เป็นข้อความในเอกสารของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม บอกเกร็ดความรู้เรื่องวงปี่พาทย์นางหงส์ให้สื่อมวลชนแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะ

ผมได้พึ่งพาอาศัยอ่านด้วยจากนักข่าวที่ได้เอกสารชุดนี้

เอกสารนี้บอกต่อไปอีกว่าต่อมาสมัย ร.5 “ได้นำบรรเลงในงานสวดพระอภิธรรมศพเจ้านาย และใช้ในตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพ”

เกร็ดความรู้จากกรมศิลปากร มีประโยชน์อย่างยิ่ง ควรทำสม่ำเสมอทุกเรื่อง

แต่มีสิ่งน่าสงสัย และน่าศึกษาค้นคว้าต่อยอดให้กว้างขวางออกไป ว่าปี่พาทย์นางหงส์ เป็นวงประโคมพิเศษ กำหนดให้ใช้ปี่ชวาเป่าด้นนำ ซึ่งเป็นของอิมพอร์ตจากราชสำนักชวา (ในอินโดนีเซีย) ชาวบ้าน “แต่เดิม” จะมีได้หรือ? สั่งอิมพอร์ตจากไหน? ยังไง? ฯลฯ

Advertisement

ผมแค่สงสัยว่าวงปี่พาทย์นางหงส์แต่เดิมจะไม่ใช้บรรเลงงานศพชาวบ้าน แต่เป็นของราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยา กับลุ่มน้ำโขง-โตนเลสาบ ตั้งแต่ยุคก่อนอยุธยา

ดังนั้น ที่ว่าปี่พาทย์นางหงส์ใช้บรรเลงในงานศพสามัญชนมาแต่เดิม จึงน่าจะกลับกัน ดังนี้

ปี่พาทย์นางหงส์ใช้ประโคมงานศพเจ้านายชั้นสูง ตั้งแต่ยุคอยุธยา มีชื่อ “เพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน” (ต้นเพลงเรื่องนางหงส์) เป็นร่องรอยสำคัญว่าไม่ใช่วัฒนธรรมราษฎร์ของสามัญชน

ต่อมาลดความศักดิ์สิทธิ์ลง จึงยกไปใช้ประโคมงานศพขุนนางผู้ใหญ่

ครั้นนานเข้าจนปัจจุบันก็แพร่หลายลงสู่ชาวบ้านทั่วไป (ดังที่กรมศิลปากรไปพบ เลยเข้าใจว่าเป็นสมบัติดั้งเดิมของสามัญชน)

เช่นเดียวกับเมรุเผาศพ แต่เดิมเป็นพระเมรุมาศของพระเจ้าแผ่นดิน นานไปก็ลดความขลังให้เผาศพขุนนางได้บนเมรุ จนปัจจุบันสามัญชนก็เผาศพบนเมรุในวัดทั่วประเทศ

[มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่าง ผมจะค่อยๆ ทบทวนอย่างง่ายๆ สั้นๆ ในพรุ่งนี้]