
“แต่เดิม วงปี่พาทย์นางหงส์เป็นวงดนตรีที่บรรเลงในงานศพของสามัญชน” เป็นข้อความในเอกสารของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม บอกเกร็ดความรู้เรื่องวงปี่พาทย์นางหงส์ให้สื่อมวลชนแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะ
ผมได้พึ่งพาอาศัยอ่านด้วยจากนักข่าวที่ได้เอกสารชุดนี้
เอกสารนี้บอกต่อไปอีกว่าต่อมาสมัย ร.5 “ได้นำบรรเลงในงานสวดพระอภิธรรมศพเจ้านาย และใช้ในตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพ”
เกร็ดความรู้จากกรมศิลปากร มีประโยชน์อย่างยิ่ง ควรทำสม่ำเสมอทุกเรื่อง
แต่มีสิ่งน่าสงสัย และน่าศึกษาค้นคว้าต่อยอดให้กว้างขวางออกไป ว่าปี่พาทย์นางหงส์ เป็นวงประโคมพิเศษ กำหนดให้ใช้ปี่ชวาเป่าด้นนำ ซึ่งเป็นของอิมพอร์ตจากราชสำนักชวา (ในอินโดนีเซีย) ชาวบ้าน “แต่เดิม” จะมีได้หรือ? สั่งอิมพอร์ตจากไหน? ยังไง? ฯลฯ
ผมแค่สงสัยว่าวงปี่พาทย์นางหงส์แต่เดิมจะไม่ใช้บรรเลงงานศพชาวบ้าน แต่เป็นของราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยา กับลุ่มน้ำโขง-โตนเลสาบ ตั้งแต่ยุคก่อนอยุธยา
ดังนั้น ที่ว่าปี่พาทย์นางหงส์ใช้บรรเลงในงานศพสามัญชนมาแต่เดิม จึงน่าจะกลับกัน ดังนี้
ปี่พาทย์นางหงส์ใช้ประโคมงานศพเจ้านายชั้นสูง ตั้งแต่ยุคอยุธยา มีชื่อ “เพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน” (ต้นเพลงเรื่องนางหงส์) เป็นร่องรอยสำคัญว่าไม่ใช่วัฒนธรรมราษฎร์ของสามัญชน
ต่อมาลดความศักดิ์สิทธิ์ลง จึงยกไปใช้ประโคมงานศพขุนนางผู้ใหญ่
ครั้นนานเข้าจนปัจจุบันก็แพร่หลายลงสู่ชาวบ้านทั่วไป (ดังที่กรมศิลปากรไปพบ เลยเข้าใจว่าเป็นสมบัติดั้งเดิมของสามัญชน)
เช่นเดียวกับเมรุเผาศพ แต่เดิมเป็นพระเมรุมาศของพระเจ้าแผ่นดิน นานไปก็ลดความขลังให้เผาศพขุนนางได้บนเมรุ จนปัจจุบันสามัญชนก็เผาศพบนเมรุในวัดทั่วประเทศ
[มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่าง ผมจะค่อยๆ ทบทวนอย่างง่ายๆ สั้นๆ ในพรุ่งนี้]
