ทำท่าจะบานปลาย กลายเป็นหนังชีวิต แก้ไขยากเข้าไปอีกหรือไม่
เมื่อ นายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประกาศยุติบทบาทในการเป็นนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการต่างๆ
ด้วยเหตุผลไม่สามารถทำให้สถานการณ์ราคาข้าวดีขึ้น ตามที่ชาวนาและทุกฝ่ายคาดหวังได้
แม้ว่าพยายามให้ความร่วมมือกับทางราชการแล้วก็ตาม
พร้อมทั้งยืนยันว่าสาเหตุลาออก ไม่ได้เกิดจากความน้อยใจภาครัฐหรือนายกรัฐมนตรี หลังจากรัฐบาลออกมาชี้หน้าว่า
สาเหตุราคาข้าวดิ่งเหวอยู่ในขณะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโรงสีและผู้ส่งออกรวมหัวกับนักการเมืองกดราคาข้าวก็ตาม
ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ อาจเกิดจากผลผลิตออกมาล้นตลาด ประเทศผู้ผลิตข้าวแทบทุกประเทศต่างมีผลผลิตออกมามาก
หรืออาจจะมีปัญหามาจากการค้ากำไรกันของผู้ประกอบการค้าข้าว ทั้งโรงสีและผู้ส่งออกจริงอย่างที่รัฐบาลออกมาพูดหรือไม่ก็ตาม
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ใครๆก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการค้าข้าว เพราะไม่ว่าสถานการณ์ข้าวในโลกจะเป็นอย่างไร
บรรดาพ่อค้าและโรงสีก็จะต้องหาช่องทาง เพื่อเก็งกำไรกดราคากันอยู่แล้ว
จึงน่าจะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามกลไกตลาด เมื่อมาเจอสภาพผลผลิตทะลักออกมาคาดว่าจะทะลุ 28 ล้านตันขนาดนี้
จะให้พ่อค้าและโรงสีไปวิ่งซื้อข้าวจนราคาพุ่งสูงขึ้นได้อย่างไร
ที่สำคัญวิธีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล น่าจะแสดงความเป็นผู้ใหญ่กว่านี้
ควรใช้สรรพกำลังที่มีอย่างเหลือเฟือ โดยเฉพาะอำนาจที่มีอยู่ล้นฟ้า และทำท่าจะมีไปอีกนาน
ระดมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
หล่อหลอมรวมจิตใจให้คนไทยออกมาช่วยชาวนากันอย่างจริงจัง
เหมือนที่กำลังเกิดกระแสช่วยชาวนากันแทบทุกวิธีทางในโลกออนไลน์อยู่ตอนนี้
ดีกว่ามาชี้นิ้วโทษคนนั้นคนนี้ว่าทำให้เกิดปัญหา
ถามว่าการแก้ปัญหาจะง่ายขึ้นหรือยากขึ้น คงต้องมารอดูท่าทีของกลุ่มผู้ส่งออกอีกกลุ่ม
ว่าจะมีท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นอีกกลุ่มที่โดนข้อหากดราคาข้าว
แต่ขอภาวนาว่าปัญหาเรื่องราคาข้าว จะไม่บานปลายมากกว่านี้ เพราะเกรงว่าจะเกิดการรวมหัวกันแอนตี้
จนลุกลามเป็นเรื่องการค้าระหว่างประเทศ อาจไปเข้าทางประเทศคู่แข่งค้าข้าวของไทย
เพราะถึงที่สุดแล้วคนที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ก็หนีไม่พ้นชาวนา ที่ผ่านมาเจอทั้งปัญหาหนี้สิน ภัยแล้ง แถมมาเจอราคาข้าวตกต่ำ สารพัดปัญหาซ้ำซาก
ประวัติศาสตร์คงต้องจารึกไว้ว่า ชาวนายุครัฐบาลนี้ ทุกข์ยากแสนสาหัสจริงๆ

