หน้าแรก คอลัมนิสต์ เศรษฐกิจสมัยพ...

เศรษฐกิจสมัยพุทธกาล (2-จบ)

12.08.22 | 13:00 น.

ในพระสูตรชมพูทวีปเคยมีอาณาจักรที่รุ่งเรืองและกว้างใหญ่ไพศาล พระจักรพรรดิราชหลายพระองค์เคยครอบครองอาณาเขตจากมหาสมุทรหนึ่งไปจรดอีกมหา สมุทรหนึ่งเป็นอย่างน้อย

สมัยพุทธกาลไม่มีพระจักรพรรดิราชปกครอง มีเพียงแคว้นที่ใหญ่และเล็ก เรามักตีความว่ามหาชนบทเป็นแคว้นใหญ่ส่วนชนบทเป็นแคว้นเล็ก อย่างไรก็ตาม มหาชนบทอาจหมายถึงถิ่นฐานที่มีประชากรจำนวนมากมายในขณะที่ชนบทมีประชากรไม่มากนักแม้อยู่ในแคว้นเดียวกัน

จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดอุโปสถาราม อุทัยธานี
กำเนิดคัณฑามพฤกษ์
พระพุทธเจ้าทรงรับถวายผลมะม่วง ผลไม้ชั้นเลิศสมัยพุทธกาล

ในแต่ละแคว้นมีนครเป็นแหล่งประชากรที่หนาแน่น แหล่งที่เล็กลงมาก็เป็นเมือง นิคมและคามเป็นต้น ถ้ามีหลายนครเช่นแคว้นโกศลและแคว้นมคธก็นับเป็นแคว้นใหญ่ได้ โกศลมีสาวัตถีและสาเกต มคธมีราชคฤห์และนาลันทา ถ้ามีนครแห่งเดียวอาจประมาณว่าเป็นแคว้นเล็ก

ดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำคงคาเป็นแหล่งความเจริญหลักของมัชฌิมประเทศ ความเจริญมีมากขึ้นที่แคว้นโกศล อวันตี วังสะ และมคธ อิทธิพลของแคว้นอวันตีและโกศลขยายเข้าไปในกาสี อิทธิพลของมคธแผ่เข้าไปในวัชชี แคว้นวัชชีก็เป็นแคว้นที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ห่างศูนย์กลางของมัชฌิมประเทศออกไปอีกโดยมีแคว้นมัลละเป็นเส้นทางการค้าผ่านไปยังแคว้นมคธ และแคว้นโกศล แคว้นสักกะเป็นแคว้นเล็กที่มีความสัมพันธ์กับแคว้นโกศลมาตั้งแต่เริ่มต้น

การค้าในสมัยพุทธกาลมีการเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน นิคมและเมืองต่างๆ โดยมีศูนย์กระจายสินค้าระหว่างเมือง เมืองที่เป็นจุดกระจายสินค้านี้เรียกว่า “ปุฏเภทนะ” การมีเมืองการค้าหรือเมืองตลาดเหล่านี้บ่งบอกว่าการค้าภายในแคว้นนับว่ามีมากทีเดียว

Advertisement

ในรถวินีตสูตรพระปุณณมันตานีบุตรกล่าวถึงการใช้รถม้าเดินทาง 7 ผลัดจากสาวัตถีไปสาเกต การใช้รถม้าเป็นการเดินทางที่มีค่าใช้จ่ายสูงและการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ที่ทั้งสองที่มีจุดแวะพักทุกๆ 10 กิโลเมตร น่าจะชี้ว่าแคว้นนี้น่าจะมีเมืองตลาดที่เจริญและมีการเดินทางสัญจรกันมาก

การเดินทางค้าขายฝั่งมหาสมุทรอินเดียในสมัยนั้นคงไม่ชุกชุมนัก เรือเดินสมุทรยังไม่เกิดขึ้น แคว้นมคธเป็นแคว้นใหญ่ทางซีกตะวันออกแต่ไม่ชัดว่าสมัยนั้นความเจริญติดถึงชายฝั่งทะเลหรือไม่ แถบชายฝั่งทะเลอาจเป็นปัจจันตชนบทซึ่งยังไม่เจริญ แคว้นอังคะซึ่งติดกันครั้งนั้นขึ้นอยู่กับแก็ไม่ปรากฏบทบาทมากนัก

การค้าชายฝั่งทะเลน่าจะมีมากที่แคว้นอวันตี แคว้นนี้มีอาณาเขตติดฝั่งมหาสมุทรอาหรับและเติบโตเรื่อยมาตั้งแต่สมัยอารยธรรมสินธุ

ท่านพาหิยทารุจีริยะมีประวัติการเดินทางเรือมากมายและอาศัยอยู่ที่ท่าสุปปารกะของแคว้นสุนาปรันตะทางตะวันตกเฉียงใต้ของมัชฌิมประเทศ ท่านเกิดที่แคว้นพาหิยะและได้เดินทางไปสุวรรณภูมิจากนั้นประสบภัยเรือล่มจึงพลัดไปขึ้นท่าที่สุปปารกะแคว้นสุนาปรันตะน่าจะอยู่ถัดจากแคว้นอวันตีและอยู่ห่างเขตความเจริญ

ระยะทางจากท่านี้ถึงพระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถีตามอรรถกถาว่าไว้ที่ 120 โยชน์หรือ 1,920 กิโลเมตร ท่านอาจารย์โกเอ็นก้ากล่าวว่าที่นั่นคือ มุมไบ หรือบอมเบย์เดิม

การค้าชายฝั่งทะเลอาจมีอีกแห่งหนึ่งที่แคว้นอังคะซึ่งขึ้นอยู่กับมคธ กรุงจัมปาเป็นจุดเชื่อมการค้าทางทะเลในฝั่งมหาสมุทรอินเดีย โดยเชื่อมได้ถึงตะกั่วป่าและสุวรรณภูมิ สุวรรณภูมินี้ปรากฏทั้งในประวัติของท่านพาหิยะและในมหาชนกชาดก

ความเจริญบางส่วนของแคว้นมคธอาจอาศัยเส้นทางการค้าผ่านแคว้นอังคะ ในเกวัฏฏสูตรมีเกวัฏฏคหบดีบุตรซึ่งเป็นชาวประมงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่สวนมะม่วงของปาวาริกเศรษฐี เขตเมืองนาลันทา อย่างไรก็ตาม สมัยนั้นการเดินทะเลน่าจะยังยากลำบากอยู่มาก

การค้าโดยภาพรวมนี้มีนัยว่าความเจริญทางการค้าในสมัยพุทธกาลมาจากแหล่งการเกษตรที่ราบภาคกลาง ซึ่งอาศัยการเดินทางเกวียนและการเดินเรือทางแม่น้ำเป็นหลักมากกว่าจากการค้าชายฝั่งทะเล

พลวัตทางเศรษฐกิจจึงอาศัยความหนาแน่นของประชากรและทรัพยากรธรรมชาติ พลังขอทรัพยากรธรรมชาติมาจากแหล่งน้ำและโครงสร้างดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชแต่ละชนิด

โดยทั่วไปเขตเศรษฐกิจที่พึ่งกำลังซื้อจากภายในมีความโน้มเอียงที่จะกระจุกตัวตามความหนาแน่นของประชากร เพราะประชากรเป็นทั้งแรงงานและผู้บริโภค การค้าเสรีทำให้เกิดเมืองการค้าและผลักดันการผลิตให้เป็นไปตามความชำนาญเฉพาะอย่าง นิคมน่าจะเป็นตำบลที่เป็นแหล่งผลิตภัณฑ์ของช่างฝีมือรวมทั้งการผลิตนอกภาคการเกษตร

ในแง่ของภูมิศาสตร์เศรษฐกิจแหล่งที่มาของความเจริญจึงเป็นเศรษฐกิจท้องถิ่นของแคว้นโดยการค้าเสรีระหว่างแคว้นมีผลทำให้เกิดการกระจายแหล่งการผลิตตามความชำนาญเฉพาะอย่างซึ่งส่งผลให้แต่ละแคว้นมีศักยภาพเชิงเปรียบเทียบในการผลิตและส่งออกเฉพาะตนด้วย

แคว้นที่เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญคือ แคว้นอังคะ มคธ อังคะ วัชชี มัลละ และเขตตะวันออกของแคว้นโกศล ส่วนแหล่งเพาะปลูกข้าวสาลีน่าจะอยู่ในภาคตะวันตก เช่น แคว้นกุรุ ปัญจาละ
อวันตี และเขตตะวันตกของแคว้นโกศล เป็นต้น ในพระสูตรกล่าวถึงทั้งข้าวสาลีและข้าวเหนียวเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าทรงประทับที่กรุงสาวัตถี

จิตรกรรมบานหน้าต่างพระอุโบสถวัดอ่างศิลา ชลบุรี
หลวงพ่อแตง ธัมมโชโต (พ.ศ.2342-2435) รับถวายทุเรียน
ผลไม้ชั้นเลิศในสยามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

แคว้นที่เพาะปลูกสวนผลไม้อย่างเช่น มะม่วง ซึ่งต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ แคว้นมคธมัลละ วัชชีและโกศลส่วนพืชไร่ ซึ่งเป็นพืชดอนและสามารถปลูกในที่แห้งแล้งมีอ้อยและข้าวฟ่าง ในพระสูตรมีการกล่าวถึงอ้อยในแคว้นกาสีและมคธอ้อยคงปลูกมากในแคว้นต่างๆ ด้วยเพราะปลูกได้ในพื้นที่แห้งแล้งทั่วไป ข้าวฟ่างคงปลูกในที่ดินทรายที่แล้งกว่าสวนอ้อยและไร่ข้าวโพด

แคว้นที่โดดเด่นทางด้านสิ่งทอ คือ แคว้นกาสี แคว้นนี้เป็นแหล่งผลิตผ้าทอและมีการใช้สีย้อมจากใบไม้และดอกไม้จนมีคุณภาพเป็นที่เลื่องชื่อ ผ้าที่กาสีถือว่ามีค่ามาก การผลิตหม้อปั้นก็คงกระจายอยู่ในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำและดินเหนียวตามลุ่มแม่น้ำ

แหล่งที่เป็นศูนย์กลางความรู้และการศึกษาสำหรับชนชั้นสูงมาแต่เดิม คือ กรุงตักศิลาแห่งแคว้นคันธาระ ความเป็นศูนย์กลางคงสืบมาตั้งแต่สมัยอารยธรรมสินธุและสมัยที่ชาวอารยันอพยพเข้ามา
การศึกษาในแคว้นนี้สืบทอดความเป็นเอกทางด้านศิลปวิทยาการ ไตรเพทและเวทมนตร์คาถาในทางอิทธิปาฏิหาริย์

พระเจ้าปเสนทิโกศลและหมอชีวกโกมารภัจไปศึกษาที่นั่น นอกจากนั้น ก็มีเจ้ามหาลิลิจฉวีแห่งวัชชี และพันธุลเสนาบดีที่เป็นชาวมัลละ ส่วนวิชามนต์คาถามีพระปิลันทวัจฉะและอหิงสกะ
(องคุลีมาล) เป็นตัวอย่าง

มคธเป็นแคว้นที่กำลังโดดเด่นด้านการศึกษาทั้งเก่าและใหม่ และทั้งวัตถุนิยม จิตนิยมและทวินิยม กรุงราชคฤห์มีบทบาทสูงเทียบชั้นกรุงพาราณสี ซึ่งเป็นแหล่งความรู้มาก่อน การขยายตัวของชนชั้นกลางตามความเจริญทางเศรษฐกิจทำให้มีมหาเศรษฐีในวรรณะแพศย์เป็นจำนวนมาก มหาเศรษฐีบางรายมีฐานะความเป็นอยู่ในทางเศรษฐกิจเหนือพระราชามาก

ความเจริญทางเศรษฐกิจและบทบาทของวรรณะแพศย์ทำให้ราชคฤห์เป็นแหล่งความรู้ใหม่ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับชนทั่วไป สำนักของพระอาจารย์อาฬารดาบสอยู่ในแคว้นมคธ สำนักของพระอาจารย์อุทกดาบสอยู่ในราชคฤห์ สำนักของศาสดา หรือครูทั้งหก ซึ่งเป็นพวกปฏิเสธพระเวทและเป็นที่นิยมมากในขณะนั้นก็เลื่องลืออยู่ในราชคฤห์ด้วย

เหล่านี้ชี้ว่าเศรษฐกิจสมัยพุทธกาลมีความเจริญทางวัตถุที่อิงธรรมชาติและเดินควบคู่ไปกับการแสวงหาความเจริญทางด้านคุณธรรมและจิตใจ

เศรษฐกิจและการจัดการทางเศรษฐกิจเป็นฐานที่สำคัญยิ่งของมคธและโกศล ทั้งสองแคว้นอยู่ในระยะรุ่งเรืองและมีการจัดการทางเศรษฐกิจและการปกครองอย่างดี พลังเศรษฐกิจสามารถสร้างส่วนเกินที่ดึงดูดประชากรซึ่งเป็นทั้งตลาดและแรงงานและส่วนเกินนี้ก็ได้เพิ่มความเข้มแข็งให้แก่กองทัพ ทั้งสองแคว้นสามารถยึดครองแคว้นใกล้เคียงให้อยู่ในเดชานุภาพ

แคว้นกาสีซึ่งเคยยึดครองโกศลได้ในสมัยอาณาจักรกุรุถูกโกศลยึดครองในสมัยพระเจ้ามหาโกศล ต่อมาพระเจ้าปเสนทิโกศลได้ยกแคว้นนี้ให้พระเจ้าพิมพิสารและเอาคืนจากพระเจ้าอชาตศัตรู แคว้นสักกะซึ่งเคยเป็นแคว้นพี่น้องกับโกศลก็อยู่ในฐานะบริวารของโกศลเช่นกัน

พระเจ้าพิมพิสารยึดแคว้นอังคะและเคยขยายอำนาจเข้าแคว้นวัชชี พระเจ้าอชาตศัตรูเคยพยายามช่วงชิงเอากาสีคืนแต่พ่ายแพ้ต่อพระเจ้าปเสนทิโกศล ภายหลังสิ้นพระเจ้าปเสนทิโกศลพระเจ้าอชาตศัตรูทรงมีโอกาสขยายอาณาจักร เมื่อยึดวัชชีสำเร็จแล้วก็ยึดแคว้นโกศลได้ด้วย ความยิ่งใหญ่ของแคว้นมคธจึงได้ครอบคลุมดินแดนด้านตะวันออกทั้งหมดของมัธยมประเทศ

การวิเคราะห์โครงสร้างและพัฒนาการทางเศรษฐกิจของชมพูทวีปในสมัยพุทธกาลจำเป็นต้องอาศัยนัยที่พอหาได้จากพระสูตร ซึ่งชาวพุทธเถรวาทได้ดำรงรักษาไว้ได้อย่างน่าเชื่อถือที่สุด การประเมินเพียงโดยประมาณนั้นย่อมเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

เศรษฐกิจสมัยพุทธกาลมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน เพราะมีโครงสร้างที่พึ่งภาคการเกษตรและมีความกลมกลืนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อิทธิพลของการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยยังมีไม่มากเหมือนโลกบริโภคนิยมในยุคปัจจุบัน

ความเจริญทางวัตถุเป็นกามคุณที่อาจพิสดารตามยุคสมัย กามคุณมีด้านที่เป็นคุณต่อการดำรงชีพของมนุษย์ แต่ก็มีด้านที่เป็นโทษซึ่งปุถุชนควรหาแนวทางให้เหมาะสมแก่ตนและต่อโลก

สมัยพุทธกาลความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาทำให้การเข้าหากุศลธรรมและโลกุตรธรรมเบ่งบาน ในสมัยปัจจุบันความรุ่งเรืองของวัตถุนิยมทำให้แม้แต่สุจริตธรรมก็เหือดแห้งไร้ราคา

เศรษฐกิจไม่ว่าในสมัยพุทธกาลหรือในปัจจุบันถือเป็นโลกเหล่าเดียวกัน ความแตกต่างอยู่ที่อิทธิพลของอกุศลธรรมที่แทรกซึมเข้าไปในวิถีชีวิตได้มากไม่เท่ากัน

ไม่ว่าในสมัยนั้น หรือในสมัยนี้เศรษฐกิจก็คืออำนาจ อำนาจก็คือเศรษฐกิจ มีบุญ มีบาป มีรุ่งเรือง และมีเสื่อมสลายไป

ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์