ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่าสถานการณ์ฉุกเฉิน ภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 จากนั้นมีการต่ออายุ
เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันขยายเวลาเป็นครั้งที่ 19
นิยาม “สถานการณ์ฉุกเฉิน” หมายถึง “สถานการณ์อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรืออาจทำให้ประเทศหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศตกอยู่ในภาวะคับขัน หรือมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา การรบหรือการสงคราม ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต ผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัยของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความสงบเรียบร้อยหรือประโยชน์ส่วนรวม หรือการ
ป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินและร้ายแรง”
ทุกวันนี้เราอยู่ในสภาพเช่นนั้นหรือ?
ในความเป็นจริงที่สัมผัสได้ขณะนี้ การแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายเบาบางลงมาพักใหญ่แล้ว ผู้ป่วยติดเชื้อเข้าระบบรักษาตัวในระดับพันต้นๆ เสียชีวิตหลักสิบ (ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม 608)
มีการลดระดับโซนควบคุมจากที่เคยจัดชั้น
– สีแดงเข้ม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
– สีแดง พื้นที่ควบคุมสูงสุด
– สีส้มพื้นที่ควบคุม
– สีเหลือง พื้นที่เฝ้าระวังสูง
เหลือเพียงสีเขียว หรือพื้นที่เฝ้าระวังทั้งประเทศ
มีการปลดล็อกมาตรการควบคุมกิจกรรมกิจการต่างๆ ให้กลับมาเดินต่อจนแทบเรียกได้ว่าเข้าสู่ “ภาวะปกติ”
ที่สำคัญกระทรวงสาธารณสุขเตรียมประกาศให้โควิด-19 เปลี่ยนสถานะจากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อที่่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
มีคำถามว่า สถานการณ์โควิด-19 ยังคงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้ด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกมาตรการ ประกาศ คำสั่ง อย่างกว้างขวาง อยู่อีกหรือไม่
ล่าสุด มีสัญญาณดีจาก “นพ.อุดม คชินทร”
ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ ศบค. เกี่ยวกับทิศทางในเรื่องนี้ว่า ในเมื่อพิจารณาให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังในวันที่ 1 ตุลาคม ก็คงต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปด้วย เบื้องต้นได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค.ก็ไม่ได้ขัดข้อง เพราะขณะนี้สถานการณ์เริ่มเบาลง หากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ศบค.ก็ต้องหายไปด้วยตามกฎหมาย ส่วนการควบคุมดูแลอาจนำ พ.ร.บ.โรคติดต่อกลับมาใช้แทน แต่ข้อสรุปจะหารือในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในครั้งหน้า
เท่ากับว่า ทั้งหลายทั้งปวงคงต้องไปลุ้น พล.อ.ประยุทธ์จะมีท่าทีในเรื่องนี้จริงจังแค่ไหน
การขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้จะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน หากไม่ต่ออายุก็ถือว่าหมดลง
ในทางตรงข้ามเกิดหวยออกมา ยังคงขยายออกไปอีกเป็นครั้งที่ 20
คำถามตัวเบ้อเริ่ม นายกฯจะรักษาอำนาจนี้ไว้ทำไม เพื่ออะไร
สัญญา รัตนสร้อย

