ส.ต.ท.ไฟลามทุ่ง

25.08.22 | 12:10 น.

กรณีอดีตทหารหญิง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม หรือ “เจ๊นุช” ผบ.หมู่ กก.4 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล 1 (บก.ส.1) ที่เป็นนายจ้างของตนบังคับใช้แรงงานดูแลรับใช้ และทำร้ายร่างกายในพื้นที่ จ.ราชบุรี ตามที่ปรากฏในข่าว

ในที่สุดศาล จ.ราชบุรี อนุญาตให้ฝากขัง “ส.ต.ท.” เป็นเวลา 12 วัน และปฏิเสธที่จะให้ประกันตัวชั่วคราวเนื่องจากมีเหตุอันเชื่อว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานพร้อมส่งตัวเข้าเรือนจำกลางราชบุรี

อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคม นอกจากเรื่องทำร้ายร่างกาย หรือกรณีใบรับรองแพทย์ถึงสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ที่ออกใบรับรองเพียง 2 วันก่อนเข้ามามอบตัว แต่ยังมีหลายประเด็นที่ติดใจพร้อมตั้งคำถาม ที่รอผู้เกี่ยวข้องตอบ คือ

1.การเข้ารับราชการตอนอายุ 35 ปี ที่ไม่เข้าเกณฑ์สอบเข้ารับราชการตำรวจ แต่มีเงื่อนไขพิเศษ เช่น เป็นบุตรของอดีตตำรวจที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

2.ประเด็นมีชื่อตัวว่าไปช่วยราชการที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.4 สน.) โดยตามระเบียบจะได้เบี้ยเสี่ยงภัยทวีคูณ แต่ปรากฏว่ามีชื่อจริง แต่ตัวไม่อยู่ในพื้นที่

Advertisement

3.ประเด็นที่ปรากฏในคลิปที่ “ส.ต.ท.” กล่าวอ้างว่าเป็นกิ๊กสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และมีชื่อเป็นผู้ติดตามจริงหรือไม่

4.มีคอนเน็กชั่น มีพลังสามารถ “ฝากผู้ที่ถูกทำร้าย” เข้าไปเป็นทหารได้จริง และสามารถขอตัวมาเป็นทหารรับใช้!!

พล.ต.ต.อุดร วงษ์ชื่น ผบก.ส.1 ให้ข้อมูลว่า “เรื่องการรับบุคคลภายนอกเข้าบรรจุราชการ มีกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ทำหน้าที่เปิดรับสมัคร ตำรวจหญิงรายดังกล่าวมีการย้ายมาจากหน่วยอื่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นการแต่งตั้งโยกย้ายมาตามวงรอบปกติ ถูกให้ไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ลักษณะการทำงานในด้านงานข่าวจะมีประสานหน่วยงาน สังกัดอยู่ในกองกำกับการ 4 (กก.4) รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 7 และ 8”

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แจงกรณีตำรวจหญิงเข้ารับราชการอายุ 39 ปี เมื่อปี 2560 ใช้วุฒิ ปวส. ด้านบัญชี ย้ายมาที่สันติบาล ก.พ.2565 สำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สงป.ตร.) โดยพิจารณาผู้มีคุณสมบัติตามวุฒิฯขาดแคลน ถึงมีระบุว่าอายุไม่เกิน 35 ปี แต่มีข้อยกเว้นตามกฎ ก.ตร. สามารถดำเนินการได้ แต่จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการดำเนินการเข้ารับราชการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่

พล.ท.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจง “ทหารหญิงได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทหารเมื่อปี พ.ศ.2561 อย่างถูกต้อง ส่วนกรณีไปช่วยราชการนั้น เป็นไปตามระเบียบการช่วยราชการ โดยเมื่อส่วนราชการหรือหน่วยงานภายนอก ขอมาและต้นสังกัดได้พิจารณาเห็นความจำเป็นก็สามารถให้ไปช่วยราชการได้”

อย่างไรก็ตาม คำตอบหลายประเด็นยังเคลียร์ไม่ชัด โดยเฉพาะเรื่องกล่าวอ้างเรื่องพัวพัน ส.ว. ก็ยังเงียบ จนกลายเป็นตลกร้าย เมื่อบรรดา ส.ว.พบเจอกันเองถึงขั้นหลุดถามกันว่า ใครวะ แม้จะรู้แล้วก็ไม่สาวไส้กัน ปฏิเสธข่าวชิ่งหนี คงต้องรอให้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาออกมาเคลียร์ข่าวที่เกิดขึ้น ไม่งั้นคงไม่จบง่ายๆ หากนานวันก็ยิ่งเสียภาพลักษณ์ของ ส.ว.

แต่ที่จะกลายเป็นไฟลามทุ่ง จนถูกฝ่ายค้านไล่บี้ต่อ ว่าการส่งตัวไปช่วยราชการในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ ในวันนี้มีเท่าไรแน่ ชื่ออยู่ ตัวอยู่ในพื้นที่หรือไม่ จนลามมาถึงงบ กอ.รมน.ในที่สุด!!!

นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว