หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ไม้จันทน์หอม มีที่กุยบุรี จ. ประจวบฯ บนเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทร ผ่านช่องสิงขร

8.11.16 | 17:32 น.
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์ (ภาพจากศูนย์ข้อมูลภาพมติชน)

ไม้จันทน์หอม มีในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่จะใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีอาณาเขตครอบคลุมกว้างขวาง รวมท้องที่ อ. ปราณบุรี, อ. สามร้อยยอด, อ. กุยบุรี, อ. เมือง จ. ประจวบคีรีขันธ์

เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ และมีคุณค่า เช่น พันธุ์ไม้, สัตว์ป่า, ทิวทัศน์ ฯลฯ มีเนื้อที่ 605,625 ไร่ หรือ 969 ตารางกิโลเมตร (สรุปจากเอกสารออนไลน์ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี)

กุยบุรี

กุยบุรี หมายถึง เมืองที่มีเขากวาง หรือนอแรด (กุย เป็นคำเขมร แปลว่า เขา, นอ) ใช้เป็นส่วนผสมยาโบราณ ส่งขายมีราคา

ชื่อกุยบุรีมีแล้วตั้งแต่ราว พ.ศ. 1900 นามเดิมว่า เมืองกุย เจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์และราชทินนามในพระอัยการตำแหน่งนาทหารหัวเมืองว่า “ออกพระพิชัยภักดีศรีวิสุทธิสงคราม”

Advertisement

เมื่อ พ.ศ. 2205 ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ (ครองราชย์ พ.ศ. 2199-2231) มีคณะบาทหลวงจากปารีส เดินทางผ่านเมืองกุยบุรี แล้วมีบันทึกว่าเป็นเมืองรูปร่างสี่เหลี่ยมเล็กๆ “กำแพงเมืองทำด้วยไม้ มีบ้านอยู่ประมาณ 200 หลังคาเรือน”

ต่อมา พ.ศ. 2230-2231 คณะราชทูตฝรั่งเศสมีบันทึกถึงเมืองกุยว่า “คล้ายกับเมืองปราณ ตั้งอยู่บนเนิน และมีแม่น้ำเล็กๆ ไหลอยู่เชิงเนิน แม่น้ำนี้ไหลไปตกทะเลประมาณ 1 ไมล์ครึ่ง เรือเดินขึ้นล่องได้อย่างสะดวกไปจนถึงช่องทะเลประมาณ 3 ไมล์………..”

คลองกุย ยาว 60 กม. ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยหลายสายทางทิศตะวันตกในทิวเขาตะนาวศรี เขต อ.กุยบุรี จ. ประจวบฯ ไหลไปทางทิศตะวันออก เข้าเขต อ. กุยบุรี แล้วออกสู่ทะเลที่ ต. กุยเหนือ

ปราณบุรี

ปราณบุรี ชื่อในเอกสารเก่าสะกดด้วย น. หนู ว่าเมืองปรานบุรี หมายถึงเมืองที่มีไม้แดง หรือเมืองไม้แดง (ปราน เป็นคำมอญ แปลว่า ไม้แดง) เป็นไม้เนื้อแข็งมีราคา

ชื่อ “ปรานบุรี” มีแล้วตั้งแต่ระหว่าง พ.ศ. 1919-1921 ยุคต้นอยุธยา ในแผ่นดินขุนหลวงพะงั่ว (สมเด็จพระบรมราชาธิราช)

ในเอกสารเก่าเรื่องพระอัยการตำแหน่งนาทหารหัวเมือง ระบุว่าชื่อ “เมืองปรานบุรี” ได้จากราชทินนามเจ้าเมืองว่า “พระปรานบุรีศรีสงคราม”

เมื่อ พ.ศ. 2230-2231 ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ (ครองราชย์ พ.ศ. 2199-2231) คณะราชทูตฝรั่งเศสเดินทางกลับฝรั่งเศส ผ่านเมืองปราณไปเมืองมะริด แล้วมีบันทึกว่าเมืองปราณเป็นเมืองใหญ่

“บ้านเรือนวัดวาอารามทำด้วยไม้ไผ่ทั้งสิ้น รูปเมืองนี้สี่เหลี่ยมยาว มีรั้วทำด้วยเสาไม้ ปักลงดิน ที่สี่มุมมีป้อมสี่เหลี่ยม ก่ออิฐ—-บนป้อมมีหอรบและใบเสมา แต่ไม่มีชานป้อม—-ในรั้วนั้นปลูกกอไผ่ชิดๆ กัน ซึ่งเป็นรั้วอยู่ในตัว”

เมื่อ พ.ศ. 2205 ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ มีคณะบาทหลวงจากปารีส เดินทางผ่านเมืองปราณบุรี แล้วมีบันทึกถึงแม่น้ำปราณบุรีว่า “เมืองนี้มีการสัญจรไปมาบ้าง เนื่องจากมีแม่น้ำใหญ่ไหลผ่านและอยู่ไม่ไกลจากทะเล………….”

แม่น้ำปราณบุรี ยาว 162 กม. ต้นน้ำเกิดจากเขาพะเนินทุ่ง อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ไหลเข้า อ. หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ แล้วเป็นเส้นแบ่งเขต อ. หัวหิน กับ อ. ปราณบุรี ไหลผ่านที่ตั้งเขื่อนปราณบุรี เข้าเขต อ. ปราณบุรี แล้วออกทะเลที่ ต. ปากน้ำปราณบุรี

แผนที่ปราณบุรี

กุย, ปราณ, ช่องสิงขร

กุยบุรี, ปราณบุรี อยู่บนเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทร ระหว่างอ่าวไทย ผ่านช่องสิงขรไปทะเลอันดามัน

ช่องสิงขร หมายถึง ช่องระหว่างขุนเขาตะนาวศรีที่ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมไปมาได้ ระหว่างเขตแดนไทยกับพม่า

เขตไทย เป็น จ. ประจวบคีรีขันธ์ ริมฝั่งอ่าวไทย ทะเลจีน มหาสมุทรแปซิฟิก เขตพม่า เป็นเมืองมะริด (Mergui) อ่าวเบงกอล ทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

บรรพชนคนไทยใช้ช่องสิงขร เป็นเส้นทางคมนาคมจากอ่าวไทยไปอ่าวเบงกอล อย่างน้อยราว 2,000 ปีมาแล้ว มีพยานหลักฐานโบราณคดียืนยันกระจัดกระจายอยู่บริเวณตั้งแต่หัวหิน, ปราณบุรี, สามร้อยยอด, กุยบุรี ฯลฯ

ช่องสิงขร เป็นเส้นทางพระอภัยมณีเดินดง แล้วพบนางผีเสื้อ(สมุทร) ที่ชายทะเล กับเป็นเส้นทางม้าสีหมอกของขุนแผน

สุนทรภู่แต่งให้พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณ ถูกท้าวสุทัศน์ (พระอินทร์) ขับไล่ออกจากกรุงรัตนา (กรุงรัตนโกสินทร์) ก็พากันเดินดงได้เดือนเศษ ผ่านป่าดงพงไพร (สิงขร) ถึงชายทะเล (อันดามัน) แห่งหนึ่ง มีกลอนว่า

แต่เดินทางกลางเถื่อนได้เดือนเศษ       ออกพ้นเขตเขาไม้ไพรสิงขร

ถึงเนินทรายชายทะเลชโลทร                ในสาครคลื่นลั่นสนั่นดัง

กลอนเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน แต่งให้ม้าสีหมอกเป็นม้าเทศ (อาหรับ) ลงเรือจากเมืองเทศมาขึ้นฝั่งที่เมือมะริด แล้วต้อนฝูงม้าเทศผ่านช่องสิงขรไปกุย, ปราณ, ชะอำ เลี้ยงไว้ที่เมืองเพชรบุรี มีกลอนเสภาว่า

 

มาถึงสิงขรผ่อนพักหยุด                        ปล่อยม้าอุตลุตให้กินหญ้า

กรมการกุยปราณส่งเนื่องมา                 ผ่านชะอำถึงท่าเพชรบุรี

ช่องสิงขรอยู่ในทิวเขาตะนาวศรีที่พาดผ่านจากทางทิศเหนือ ลงไปทางทิศใต้ถึงพื้นที่ทิศตะวันตกของ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ตรงที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยด้านตะวันออกของ จ.ประจวบฯ เว้าลึกเข้ามา ทำให้แผ่นดินระหว่างชายฝั่งอ่าวไทยกับทิวเขาตะนาวศรีช่วงตรงนั้นคับแคบคอดกิ่ว หรือเป็น “คอคอด” จนได้ชื่อว่าเป็นบริเวณแคบที่สุดของประเทศไทย กว้างเพียง 10.96 กม. (อยู่ ต. ห้วยทราย อ. เมือง จ. ประจวบฯ)

 

สามร้อยยอด

สามร้อยยอด หมายถึง ทิวเขาต่อกันเป็นพืดยืดยาว มียอดเขาเรียงรายราว 300 ยอด ได้ชื่อจากนิทานท้องถิ่นอ่าวไทยเรื่องท้าวม่องไล่ หรือ ตาม่องไล่

ชื่อ “สามร้อยยอด” ได้จากนิทานท้องถิ่นอ่าวไทย เรื่อง ท้าวม่องไล่ หรือ ตาม่องไล่ เรียกทิวเขา ที่ อ. สามร้อยยอด จ. ประจวบคีรีขันธ์ มีเจตนาเรียกขานเพื่อจะบอกจำนวนและขนาดว่า “มาก” กว่าที่อื่นๆ เท่านั้น และเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าไม่ต้องการจะให้นับได้จำนวนเท่านั้นจริงๆ แม้ในท้องถิ่นอื่นๆ ก็มีอย่างนี้

 

ประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์ หมายถึง เมืองอันเป็นที่สบเหมาะของหมู่ขุนเขา เป็นชื่อใหม่แรกมีในแผ่นดินรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2398

ประจวบ แปลว่า สบ, พบ, จำเพาะ, ฯลฯ คีรี แปลว่า ภูเขา (เป็นคำบาลี-สันสกฤต) ขันธ์ แปลว่า หมู่, กอง, พวก (เป็นคำบาลี-สันสกฤต)

เมืองอันเป็นที่สบเหมาะของหมู่ขุนเขาคือประจวบคีรีขันธ์นี้ ผูกนามขึ้นใหม่จากสภาพภูมิประเทศจริงๆ ที่มีทิวเขาตะนาวศรีพาดผ่านทอดยาวไปตามแนวเส้นเขตแดนไทย-พม่า ตั้งแต่กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี ลงไปถึงประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เขตหัวหิน, ปราณบุรี, สามร้อยยอด, กุยบุรี, เมือง, ฯลฯ ต่อไปเรื่อยๆ