
อังกฤษเป็นโจรผู้ร้าย
ในพระอภัยมณีของสุนทรภู่

พระอภัยมณี (ของสุนทรภู่) นางละเวงวัณฬา (แต่งฝรั่ง) ยืนท่ามกลางตัวละครอื่นๆ (จากพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม)
“พระอภัยมณีของสุนทรภู่ เป็นวรรณกรรมการเมืองต่อต้านการล่าเมืองขึ้น” ผมเขียนไว้เมื่อ พ.ศ. 2547 ในหนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ “สุนทรภู่ อยู่วังหลัง ผู้ดีบางกอก มหากวีกระฎุมพี มีวิชารู้เท่าทันโลกและชีวิต” เพื่อตอบโต้ตำราเรียนของทางการที่กล่าวร้ายป้ายสีว่าสุนทรภู่เป็น “อาลักษณ์ขี้เมา เจ้าชู้ อยู่อย่างไพร่ ไร้เคหา”
สุนทรภู่กำหนดฉากเรื่องพระอภัยมณีอยู่ทางทะเลอันดามัน อ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย (มีบอกเบาะแสไว้ต้นเรื่องพระอภัยมณี และทั้งเรื่องไม่มีอ่าวไทย แต่ตำราเรียนบางเล่มยังดันทุรังว่าฉากพระอภัยมณีอยู่ทะเลแถวๆ เกาะเสม็ด จ. ระยอง ทั้งๆ ที่ยกเมฆทั้งเพ)
แล้วกำหนดให้ผู้ร้ายคืออังกฤษเป็นโจรสลัดคอยปล้นสะดม “ตีเรือเหนือใต้” ในทะเลสมุทร แต่แท้จริงเป็นเชิงสัญลักษณ์หมายถึงเที่ยวปล้นบ้านชิงเมือง (ล่าเมืองขึ้น) ของคนอื่นจนเดือนร้อนทั่วไป สุนทรภู่แต่งกลอนพรรณนาอังกฤษเป็น “นายโจร” ในพระอภัยมณีดังนี้
จะกล่าวฝ่ายนายโจรใจฉกาจ เป็นเชื้อชาติอังกฤษริษยา
คุมสลัดอัศตันวิลันดา เป็นโจราห้าหมื่นพื้นทมิฬ
ทำไมอังกฤษต้องเป็น “ผู้ร้าย”? คราวนั้นผมคิดว่าอธิบายกว้างๆ แต่เมื่ออ่านคราวนี้ถึงรู้ว่าคำอธิบายของผมค่อนไปทางผิวเผิน เหมือนกบในสระจ้อย
ครั้นได้อ่านหนังสือ “ฝรั่งรุกพระนั่งเกล้าฯ การทูตสยามคราวจักรวรรดินิยมบุก อุษาคเนย์” ของ ศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ และ วิกัลย์ พงศ์พนิตานนท์ จึงรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังต่างๆ เรื่องจักรวรรดินิยม คือ อังกฤษบุกอุษาคเนย์เพื่อล่าเมืองขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสยามแผ่นดิน ร.3
ยิ่งได้อ่าน “คำนำเสนอ” ของ เตช บุนนาค ยิ่งชัดเจนว่าอังกฤษต้องการหลายอย่างจากสยามโดยเฉพาะหัวเมืองชายทะเลอันดามัน (ซึ่งตรงนั้นอยู่ในอำนาจของสยาม) เตช บุนนาค อธิบายเรื่องสำคัญว่าอังกฤษมีแล้วสถานีการค้าทางอ่าวเบงกอล แต่ไม่มีสถานีการค้าทางทะเลอันดามันซึ่งอยู่ในเขตสยาม จึงต้องการได้มาเพื่อเป็นมหาอำนาจควบคุมอุษาคเนย์และอ่าวเบงกอล ซึ่งต้องมีการเจรจาต่อรองและอาจใช้กำลังถ้าจำเป็นเหมือนกับใช้สำเร็จในพม่า
พระอภัยมณีทั้งเรื่องคือการสู้รบระหว่างกลุ่มเมืองผลึกอยู่ริมทะเลอันดามันกับกลุ่มเมืองลังกา อยู่ทางใต้ของอ่าวเบงกอล ซึ่งสอดคล้องกับอังกฤษรุกสยามด้านทะเลอันดามัน
สุนทรภู่รู้เท่าทันโลกและรู้การเมืองระหว่างประเทศ เพราะเคยรับราชการเป็นคนโปรด ร.2 (พระราชบิดา ร.3) รับรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ–การเมือง (แต่งกลอนไม่ใช่อาชีพ แต่เป็นกิจกรรมส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับราชการ) ครั้น ร.3 ขึ้นเสวยราชย์ สุนทรภู่ต้อง “บวชลี้ภัยการเมือง” (เพราะขัดแย้งกับ ร.3) เมื่อจำพรรษาอยู่วัดเทพธิดาราม (ในพระอุปถัมภ์ของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ) สุนทรภู่แต่งเรื่องพระอภัยมณีโดยใช้เหตุการณ์ทางการเมืองร่วมสมัยในครั้งนั้นเป็นบรรยากาศ แล้วใช้สถานที่จริงเป็นฉากทั้งหมด ตัวละครหลักก็มาจากปรากฏการณ์จริงที่ถูกดัดแปลงให้เป็นนิยาย เช่น นางละเวงวัณฬา (เจ้าเมืองลังกาเป็นหญิง) มาจากควีนวิกตอเรีย (ของอังกฤษ) ที่ออกเสียง “วิกตอริยา” เมื่อเข้าเสียงสยามกลายเป็น “ละเวงวัณฬา” เป็นต้น
ผู้สนใจติดตามเรื่องสุนทรภู่แต่งพระอภัยมณีควรอ่านฝรั่งรุกพระนั่งเกล้าของสุเนตร/วิกัลย์ จะเข้าใจการเมืองในพระอภัยมณีมากขึ้น แล้วมีแง่มุมให้ศึกษาวิจัยอีกกว้างขวางไม่รู้จบ
วรรณกรรมเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์สังคมเพราะคนแต่งวรรณกรรมอยู่ใต้อำนาจเศรษฐกิจ–การเมืองและสังคมของขณะนั้นๆ มีวรรณกรรมสมัยอยุธยาจำนวนมากสะท้อนประวัติศาสตร์สังคมสมัยนั้น ดังนั้นถ้าพบอาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มใดบอกว่าวรรณกรรมเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ไม่ได้ ก็ขอให้ปล่อยเขาไป เพราะวิธีคิดเราไปกันไม่ได้
