เหตุปัจจัยอะไรทำให้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แห่งพรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องออกมา “วิพากษ์” และโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างรุนแรง และต่อเนื่อง
ตอบได้เลย 1 เพราะกลัว
ตอบได้เลย 1 เพราะตระหนักว่าการดำเนินนโยบาย “ชะลอการขายข้าวของชาวนา” โดยรัฐบาลและ คสช.จะมี “แรงสะเทือน”
แรงสะเทือนต่อ “จำนำข้าว”
เพราะว่า นโยบาย “ชะลอการขายข้าวของชาวนา” ในอีกความหมาย 1 ซึ่งรับรู้ตั้งแต่ยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับงาน “เศรษฐกิจ” มาแล้ว
นั่นก็คือ นโยบาย “จำนำยุ้งฉาง”
ไม่ว่าจะเรียกว่า “ชะลอการขายข้าวของชาวนา” ไม่ว่าจะปะผุและตบแต่งอย่างไร บทบาทและความหมายก็คือ การเข้าไปแทรกแซงและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้าน “ราคา”
เหมือนกับเป้าหมายจะอยู่ที่ “ยุ้งฉาง”
แต่ในที่สุดแล้วแก่นแกนอันเป็น “หัวใจ” ก็ยังอยู่ที่ “ข้าว” และกระบวนการก็คือ การอัดเม็ดเงินลงไปในตลาดอันมีผลต่อการกำหนดราคาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้พ้น
ตรงนี้มีผลโดยตรงต่อ “คดี” ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ถามต่อไปอีกว่า ทั้งๆ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกกระทำอย่างหนักหนาสาหัสนับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
ทำไมจะต้อง “กลัว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ความกลัวอันเกิดขึ้นในใจของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และของพรรคประชาธิปัตย์ มิได้เป็นความกลัวในเรื่องสถานะทางการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในพรรคเพื่อไทย
เพราะถึงอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ถูก “ตัดสิทธิ” ทางการเมือง
หากแต่ “ความกลัว” อย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง ก็คือ ความกลัวต่อ “บารมี” และผลสะเทือนในทางการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ตรงนี้เองที่ “ปรปักษ์” จึงต้อง “ไล่ล่า” อย่างดุเดือด
เห็นได้จากชะตากรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เพียงแต่ถูก “ถอดถอน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากยังดำเนินมาตรการ เรียกเงินค่าชดเชยความเสียหายอันเนื่องแต่โครงการรับจำนำข้าวจำนวนไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท
เรียกได้ว่าใช้ทั้งมาตรการ “การเมือง” มาตรการทาง “กฎหมาย” เพื่อทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับความเสียหาย
หมด “อนาคต” ทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง
แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับเหมือน “จันทน์หอม” ยิ่งทุบ ยิ่งมากด้วย “ความหอม”
ตัวอย่างอันเด่นชัดยิ่ง 1 เห็นได้จากทุกครั้งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรากฏตัว ไม่ว่าจะเป็นที่ศาล ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดินทางไปเยี่ยมยามประชาชน
ก็จะมี “ประชาชน” มาต้อนรับ มาให้กำลังใจ
ภาพเหล่านี้มีพื้นฐานมาจาก “การจัดฉาก” มาจาก “การสร้างภาพ” อย่างแน่นอน เพราะประชาชนที่มาก็คือ “มวลชน” ของพรรคเพื่อไทย
แต่ภาพเหล่านี้ก็สะท้อน “ความต่าง” เมื่อมองอย่างเปรียบเทียบกับ “นักการเมือง” คนอื่น
ยิ่งกว่านั้น ตัวอย่าง 1 สดๆ ร้อนๆ ก็คือ การออกโรงในเรื่องของชาวนา การออกโรงในเรื่องของข้าวสาร ที่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และลงเอยด้วยการขายข้าวบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
เพียงเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ข้าวสาร 20 ตันก็ “เกลี้ยง”
ในสายตาของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ในสายตาของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการจัดฉาก เป็นการสร้างภาพอย่างแน่นอน
แต่ประเด็นอยู่ที่ “มวลชน” ซึ่งเข้ามาร่วมในการจัดฉาก และสร้างภาพ
ยิ่งกว่านั้น ก็ต้องยอมรับว่าการจัดฉากและสร้างภาพเป็นไปอย่างมี “เนื้อหา” สอดรับกับปัญหาและความเดือดร้อนของ “ชาวนา”
ทุกข์ของชาวนา คือ ทุกข์ของแผ่นดิน
การแสดงความเห็นอกเห็นใจ การสะท้อนอารมณ์ร่วมในเชิง “สมารมณ์” ระหว่างนักการเมืองกับชาวนาจึงมีความหมาย
ความรู้สึก “กลัว” ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และของพรรคประชาธิปัตย์ จึงมิได้เป็นเรื่องไม่มีเหตุผล
ตรงกันข้าม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มีเหตุผล ตรงกันข้าม มีความจำเป็นที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องวิตก จะต้องกังวล
เพราะเรื่อง “ชาวนา” เรื่อง “ข้าว” จะมีผลต่อ “การเมือง”

